ตอนที่ 57
บทที่ 56: เหยื่อ 4
"อ๊ากกกกก!!!!"
เสียงกรีดร้องที่แฝงความเจ็บปวดแผดก้องไปทั่วที่ราบลมแรงของลานกว้างอันเงียบงัน ราวกับฉีกกระชากความสงบออกเป็นชิ้นๆ ชายคนหนึ่งและหมาป่าเผชิญหน้ากัน สายตาของทั้งสองขังแน่นอยู่ในห้วงแห่งการต่อสู้ที่ราวจะไม่มีวันสิ้นสุด
ขากรรไกรอันทรงพลังของหมาป่ากัดขย้ำลงบนแขนเนื้อของชายผู้นั้นอย่างไม่ยอมปล่อย มันกัดกระชากอย่างป่าเถื่อน เสียงกระดูกแตกดังกรอบแกรบ เนื้อถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เลือดสดไหลซึมจากบาดแผลอย่างน่าสยดสยอง
ชายคนนั้นพยายามฝืนลุกขึ้น แต่ความปวดแสนสาหัสที่แผ่ซ่านจากแขนขวาทำให้ร่างกายแทบหมดเรี่ยวแรง แม้ว่าเขาจะสามารถเอี้ยวตัวหลบการโจมตีครั้งแรกของหมาป่าได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ทว่ากลับไม่อาจต้านทานการโจมตีต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่งของมันได้ ตอนนี้ มันกำลังเล่นสนุกกับแขนของเขา—ของเล่นแสนอร่อยสำหรับสัตว์ร้าย
โคลนและเลือดสาดกระเซ็นเปื้อนชุดสีดำสนิทของเขา ย้อมให้เขาดูมืดมนและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจติดขัดขณะที่เขาฝืนต้านทานสุดกำลัง ท่ามกลางแรงเหวี่ยงรุนแรงที่หมาป่าฟาดฟันใส่ไม่หยุด
อุ้งเท้าอันทรงพลังกระหน่ำฟาดลงบนร่างของเขาแต่ละครั้ง ส่งเขากลิ้งกระแทกพื้นแข็งด้วยความรุนแรง เลือดพุ่งออกจากปากทุกครั้งที่ร่างกระทบพื้น เสียงร้องขาดห้วงหลุดจากริมฝีปากทุกคราเมื่อฟันคมของหมาป่าฝังลึกลงบนแขนหรือขาของเขา
ตั้งแต่แขนขวาจนถึงขาซ้าย หมาป่ากำลังละเล่นกับร่างเหยื่ออย่างเลือดเย็น ดุจนักล่าที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อก่อนพิพากษา คงไม่น่าแปลกหากชายคนนั้นจะทรุดลงและยอมจำนนในเวลานี้
แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดอันถาโถม และความสิ้นหวังที่กำลังโอบล้อม เขากลับไม่ยอมสยบ ดวงตาที่ลุกโชนด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่และการต่อต้านอย่างไม่ย่อท้อ เขาปฏิเสธที่จะยอมแพ้ จิตวิญญาณนักรบที่แม้จะริบหรี่ดั่งถ่านใกล้มอด ยังคงเกาะกุมชีวิตและความหวังเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
หมาป่า—แม้จะมิใช่มนุษย์—ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฉงนต่อเหยื่อประหลาดตรงหน้า ชายคนนี้มิใช่ผู้แข็งแกร่งที่สุด และก็ไม่ใช่ผู้เฉลียวฉลาดที่สุด แต่กลับมีบางสิ่งที่มันไม่อาจมองข้าม บางสิ่งที่มันรู้ดีว่าจะตามหลอกหลอนมันไป
ในฐานะปีศาจผู้ถือกำเนิดจากส่วนลึกมืดมิดของป่า หมาป่าแทบไม่เคยรู้จักความรู้สึกใด นอกจากสัญชาตญาณดิบแห่งความหิวโหยและการเอาชีวิตรอด ทว่าบัดนี้ ความอยากรู้อยากเห็นอันแปลกประหลาดก็ก่อกำเนิดขึ้นในใจมัน
ด้วยสติปัญญาแห่งปีศาจ มันตระหนักได้ว่าชายผู้กำลังเผชิญหน้ากับมันนั้น—อันตรายอย่างน่าขัน
เขาคือเหยื่อที่ดีที่สุดที่มันเคยได้พบเจอมาในรอบหลายปี... และนั่นเอง ที่ทำให้การเล่นครั้งนี้ยิ่งสนุกสำหรับมัน
มันสนุก... สนุกที่ได้ฟังเสียงกรีดร้อง สนุกที่ได้มองเห็นร่างนั้นบิดเกร็งด้วยความทรมาน และสนุกยิ่งกว่าที่ได้เห็นการต่อต้านอย่างไม่ยอมแพ้ในดวงตาของเขา
ความดื้อรั้นของชายคนนี้หาได้ยากนัก—เป็นรสชาติแปลกใหม่ที่ไม่คาดคิดในชีวิตอันซ้ำซากจำเจของหมาป่า
หมาป่าสืบทอดอารมณ์อันเกรี้ยวกราดจากวายุ จิตวิญญาณดุร้ายที่ไร้ซึ่งโซ่ตรวนจะควบคุม มันหลงใหลในความโกลาหลที่ตัวเองก่อขึ้น
ไม่ว่าความรู้สึกที่มันมีต่อชายผู้นี้จะเป็นเช่นไร มันก็มั่นใจว่าคงเป็นเรื่องน่าขบขันไม่น้อย หากได้พิสูจน์ว่าตนเองคิดผิด
ดวงตาที่เปล่งประกายท้าทายของชายตรงหน้ายิ่งปลุกเร้าให้เลือดลมของมันพลุ่งพล่าน มันคือเกม—ระบำแห่งความตายระหว่างนักล่าและเหยื่อ—และหมาป่าก็ตั้งใจจะลิ้มรสทุกวินาทีของมัน
เสียงคำรามต่ำดังลอดลำคอ ขากรรไกรบีบขย้ำแขนของชายคนนั้นแน่นขึ้น มันดื่มด่ำกับรสชาติเค็มคาวของโลหิตและความรู้สึกแห่งอำนาจที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดตน
ชายผู้นี้—ด้วยดวงตาที่ลุกโชนและเจตจำนงที่ไม่ย่อท้อ—ไม่เหมือนเหยื่อใดๆ ที่มันเคยพบเจอ
หมาป่ารู้ดีว่า การทำลายชายผู้นี้จะเป็นดั่งเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความเหนือกว่าของตน
ทว่าในระหว่างที่มันยังเล่นสนุกกับเหยื่อ ความคิดหนึ่งกลับแฝงตัวอยู่ลึกในจิตใจ เหยื่อตัวนี้... แตกต่าง ไม่ใช่เพียงเพราะการต่อต้านอันดื้อดึง แต่เพราะเขาสั่นสะเทือนบางสิ่งในใจของมัน—บางสิ่งที่ริบหรี่คล้ายความเคารพ
หมาป่าสะบัดความคิดนั้นทิ้ง หันกลับมาจดจ่อกับความสุขอันดิบเถื่อนของการล่าอีกครั้ง ท้ายที่สุด มันคือสัตว์แห่งธรรมชาติ—ในโลกของมัน ไม่มีที่ให้ความรู้สึกใดหยั่งรากได้
แต่ลึกลงไป มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้มีความหมายบางอย่าง ว่าชายผู้นี้จะทิ้งร่องรอยไว้ในตัวมัน เป็นดั่งรอยสลักในความทรงจำ—วันที่เหยื่อต่อสู้กลับด้วยหัวใจของนักรบแท้จริง
...
‘อ่า... ฉันทำพลาดไปแล้ว’
"อึก... แค่ก! แค่ก!"
เลือดพุ่งออกจากปากฉันในขณะที่ร่างถูกเหวี่ยงซ้ายขวา ราวกับตุ๊กตาไร้น้ำหนัก
ปัง!
ทุกการฟาด—ทุกการกัด—ทุกการกระแทก คือคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่ซัดถาโถม ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยความแผดเผาของสายฟ้าสีทองที่แล่นอยู่ในขากรรไกรของหมาป่า
แต่ละระลอกแห่งความเจ็บปวดฉีกกระชากหน้ากากความแข็งแกร่งของฉันออกทีละชั้น เผยให้เห็นความทุกข์ทรมานแท้จริงที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน
‘นี่คือจุดจบของฉันงั้นหรือ?’
ความคิดถึงความตายคืบคลานอยู่ในซอกหลืบของหัวใจ ไม่ว่าฉันจะพยายามไขว่คว้าทางรอดเพียงใด ก็ไม่อาจหลีกหนีจากพันธนาการของสถานการณ์นี้ได้เลย
ตอนนี้ดวงตาของฉันพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็น เลือดสีแดงเข้มไหลซึมลงมาปิดบังการมองเห็นที่เลือนรางอยู่แล้ว
[คำเตือน!]
[คำเตือน!]
ฉันแทบไม่อาจบอกได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสภาพเช่นไร ความโล่งใจเพียงชั่วขณะพลันบิดเบี้ยว กลายเป็นแรงกระแทกจากพื้นขรุขระใต้ตัว และการโจมตีต่อเนื่องไม่หยุดของหมาป่า
แม้แต่ความรู้ในเกมที่ฉันเคยใช้เอาตัวรอด ก็ไร้ประโยชน์ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ กล้ามเนื้อของฉันแตะขีดจำกัดไปนานแล้ว ความเสียหายที่ได้รับก็เกินกว่าร่างกายจะทนไหว
น่าแปลก... ที่ฉันยังคงมีสติอยู่ได้ถึงตอนนี้
ฉันรู้มาตลอดว่าความผิดพลาดเพียงเสี้ยวเดียวอาจหมายถึงความตาย แต่ดูเหมือนว่าการ “รู้” ก็ไม่ได้เพียงพอที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ได้
ทุกลมหายใจคือการต่อสู้
ทุกการขยับคือการฝืนฝ่าคลื่นความเจ็บปวดที่ถาโถม
การโจมตีอย่างไม่ลดละของหมาป่าทำให้ฉันไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีจะคิดหรือวางแผน ความเป็นจริงที่โหดร้ายนี้กดทับเหมือนโซ่ตรวน เตือนฉันถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกลมหายใจ
สายฟ้าสีทองวาบไหวภายในขากรรไกรของมัน ส่งความร้อนแผดเผาผ่านแขนขาที่บอบช้ำของฉัน ร่างกายฉันคือผืนผ้าใบแห่งความเจ็บปวด ถูกวาดด้วยรอยฟกช้ำ รอยบาด และแผลลึกจากสัตว์ร้าย
ฉันสัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงที่ค่อยๆหมดลง การตัดสินใจก็พร่าเลือนลงทุกขณะ
‘ฮ่าๆ... ฉันคงเหลิงเกินไปจริงๆ สินะ...?’
"อร๊ากกกกก!"
เสียงคำรามกระหึ่มดังพร้อมแรงกัดเข้าที่ขา ฉันกลั้นทั้งเสียงกรีดร้องและเลือดที่เอ่ออยู่ในปากเอาไว้
ไม่นาน ร่างของฉันก็ถูกเหวี่ยงซ้ายขวาราวตุ๊กตาผ้าไร้ค่า หมาป่าปฏิบัติต่อฉันเหมือนของเล่นราคาถูก เขย่าอย่างรุนแรงก่อนจะเหวี่ยงฉันขึ้นสู่อากาศด้วยแรงมหาศาล
ตูม!
"อึก!"
เสียงกรีดร้องหลุดจากปากโดยไม่อาจกลั้น ลมหายใจออกมาพร้อมละอองเลือดในวินาทีที่ร่างกระแทกเข้ากับหินมหึมา แรงปะทะรุนแรงจนสติขาดหายไปครู่หนึ่ง
เมื่อสติคืนมา การมองเห็นก็กลับมาเป็นปกติ... แต่ฉันกลับไม่อาจรับรู้ความรู้สึกจากแผ่นหลังได้แล้ว การโจมตีนั้นรุนแรงเกินไป ความรู้สึกอัมพาตแล่นผ่านกระดูกสันหลังและซี่โครง เสียงแตกหักดังในหูราวคำสาปขณะที่พยายามขยับร่าง
ฮ่าๆ... ให้ตายเถอะ... ฉันหัวเราะอย่างขมขื่นในใจ
ความตายของฉันในตอนนี้แทบจะเป็นสิ่งแน่นอน—ถูกจารึกไว้แล้วในบัญชีโชคชะตา ไม่มีทางหนี ไม่มีความหวัง...
แล้วทำไมกัน?
‘ทำไมฉันยังไม่ยอมแพ้?’
[โชคชะตา: การเสียสละของมังกรกำลังสั่นคลอน!!!!!]
[คำเตือน!]
[หมายเหตุ: ระดับ HP และ MP ต่ำกว่าเกณฑ์!]
[หมายเหตุ: ออกจากพื้นที่ทันที!]
กรร!...
ทันทีที่เงยหน้าขึ้นจากร่างที่ซบลงกับพื้นหิน เสียงคำรามของหมาป่าก็สะท้อนก้องจากด้านหลัง เสียงนั้นชัดเจนว่าเป็นการเยาะเย้ย—เป็นความปิติยโสอันโหดร้ายต่อความทุกข์ทรมานของฉัน
แม้ไม่อาจมองเห็น แต่มันชัดเจนในภาพที่ผุดขึ้นในหัว: รอยยิ้มบิดเบี้ยวแห่งความสุขของมัน
เสียงคำรามดุจท่วงทำนองบิดเบี้ยว ขับขานทับซ้อนกับซิมโฟนีแห่งความเจ็บปวดที่ฉันต้องเผชิญ เลือดไหลรินลงใบหน้า ผสมฝุ่นและเหงื่อ ทำให้การมองยิ่งเลือนราง
ฉันแทบมองไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของสัตว์ร้าย ดวงตาของมันทอประกายแสงแห่งความมุ่งร้ายราวคมมีดคอยเฉือน ทุกลมหายใจคือการฝืนเอาชีวิตรอด—ทุกการสูดอากาศเข้าคือคมมีดแห่งความเจ็บปวดที่แล่นผ่านซี่โครงแตกหัก ขาของฉันปวดร้าวราวถูกไฟเผาไปจนถึงสะโพก บาดแผลจากการกัด เต้นตุบๆ อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
แม้สภาพร่างกายจะย่ำแย่เพียงใด ฉันก็ยังฝืนขยับตัว เคลื่อนตำแหน่งเพียงเล็กน้อยเพื่อหามุมที่พอให้ร่างผ่อนคลายจากการทรมานอันไร้เมตตา
หมาป่าวนรอบตัวฉันอย่างช้าๆ เสียงคำรามต่ำของมันดังขึ้นทีละน้อย และไม่มีทีท่าจะหยุด ราวกับกำลังชื่นชมภาพความไร้หนทางของเหยื่อที่กำลังจะถูกกลืนกิน
ฉันแทบจะได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากความคิดของมัน ล้อเลียนความพยายามต่อต้านที่ไร้ประโยชน์ของฉัน แต่ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าพลังที่มหึมาเกินต้านทาน ฉันก็ไม่ยอมให้ประกายไฟเล็กๆ แห่งความดื้อรั้นในใจมอดดับ
ฉันกัดฟันแน่น ฝืนดันตัวขึ้น กล้ามเนื้อทุกเส้นกรีดร้องอย่างโหยหวน ดวงตาของหมาป่าจับจ้องการเคลื่อนไหวของฉันไม่วางตา ริมฝีปากของมันแย้มกว้างเป็นเสียงคำรามเตือน ร่างเกร็งพร้อมจะพุ่งโจมตีเพื่อจบสิ่งที่มันเริ่มไว้
ฉันใช้หินด้านหลังเป็นคานงัด ดันตัวขึ้นอย่างยากเย็น พิงน้ำหนักแทบทั้งหมดกับมันเพื่อประคองร่างที่ใกล้พังทลาย
ขาฉันสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง เนื้อและกระดูกที่โผล่ให้เห็นผ่านกางเกงขายาวสีดำเป็นเครื่องเตือนใจอันโหดร้ายถึงสิ่งที่ฉันทนผ่านมา
ความมึนชาที่เริ่มแผ่เข้ามาในมือทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งที่อย่างน้อยก็ยังไม่ปล่อยดาบ มันยังคงอยู่ในมือขวา—แม้แขนนั้นจะเหลือเพียงเนื้อที่ฉีกขาดและเต็มไปด้วยบาดแผล
ฉันใช้มือซ้ายพยายามงัดดาบออกจากการกำแน่นของตนเอง กัดผ้าปกเสื้อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความปวดแสบปวดร้อนที่แล่นทั่วร่าง
ดาบยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แม้มือจะสั่นไม่หยุด ฉันยกมันขึ้นตรงหน้า ราวกับจะท้าทายสัตว์ร้ายที่จ้องมองฉันอยู่
[คำเตือน!]
[คำเตือน!]
ข้อความระบบยังคงกะพริบอยู่ตรงหน้า แต่ในม่านหมอกสีแดงของเลือด ฉันไม่อาจอ่านได้ชัด ถ้าให้เดา... มันคงเป็นคำเตือนถึงบางสิ่งที่เลวร้าย—หรือไม่ก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี
น่าขัน... ถ้าระบบคิดจะช่วยจริงๆ คงทำไปนานแล้ว แทนที่จะเอาแต่เตือนถึงหายนะที่กำลังใกล้เข้ามา ราวกับกระตุ้นให้ฉันเอาชีวิตรอดเพียงเพื่อเดินเข้าสู่ชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้
"ช่างโง่เขลาเสียจริง..."
ฉันพึมพำลอดไรฟันกัดแน่น หากจุดจบถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมมันต้องสำคัญว่าฉันจะตายอย่างไรหรือเมื่อไหร่? ทำไมต้องให้ฉันตายในสถานการณ์ที่มันเลือกด้วย?
[หมายเหตุ: มาตรการฉุกเฉินกำลังทำงาน!]
ครืน... ครืน...
เสียงฟ้าร้องแล่นผ่านท้องฟ้า ความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วอากาศ ราวกับบรรยากาศกำลังถูกฉีกด้วยพลังไฟฟ้า ฉันรู้ทันที—หมาป่ากำลังจะปิดฉาก
แม้สายตาจะพร่ามัวและเต็มไปด้วยเลือด ฉันก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังสายฟ้าสีทองที่ปะทุรอบร่างของมัน รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งใด
มันกำลังเตรียมปลดปล่อยทักษะที่ทรงพลังที่สุดของมัน—[ขากรรไกรสายฟ้า] การโจมตีทางกายภาพระดับสูงที่เคลือบด้วยพลังเวทสายฟ้า มีข่าวลือว่ามันรุนแรงเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับสูง
การโจมตีเพียงครั้งเดียว... ที่หมาป่าพิฆาตพายุสามารถใช้ได้เพียงวันละครั้ง—การโจมตีสูงสุดที่สามารถบดขยี้ฉันให้กลายเป็นฝุ่นได้ภายในวินาทีเดียว
‘ฮู่ว...’
ฉันสูดลมหายใจ ปล่อยให้ความหวังที่เหลืออยู่หดเล็กลงจนกลายเป็นความสงบเย็นชา มือยังคงกำดาบแน่น ชี้ปลายไปยังสัตว์ร้ายตรงหน้า หากต้องตาย... อย่างน้อยก็ขอตายตามเงื่อนไขของฉันเอง
วูบ!
ตูม!
แสงสว่างบาดตาปะทุขึ้นจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวในชั่วขณะ พร้อมเสียงฟ้าผ่ากึกก้อง—และในวินาทีนั้น หมาป่าก็หายไปจากตำแหน่งเดิมของมัน
เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันค่อยๆ หลับตาลง ยอมรับชะตากรรมและเตรียมร่างกายต้อนรับแรงกระแทกจากการโจมตีอันหฤโหดของหมาป่า ทว่า... วินาทีแล้ววินาทีเล่าผ่านไป ความเจ็บปวดกลับไม่มาถึง
ความสับสนเริ่มกัดกินหัวใจของฉัน
‘มัน... พลาดงั้นเหรอ?’
ไม่—เมื่อเปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง ฉันกวาดสายตามองไปทั่วทุ่งผ่านม่านหมอกสีแดงของเลือดที่บดบังการมองเห็น และดวงตาฉันก็เบิกกว้างด้วยความตะลึง
ขากรรไกรของหมาป่า... อยู่ห่างจากใบหน้าฉันเพียงไม่กี่นิ้ว—หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับถูกตรึงเอาไว้
ทำไมมันถึงไม่ลงมือปิดฉาก?
นี่มันกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่หรือ?
มันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเวลาถูกหยุด รูปทรงอันพร่าเลือนของขากรรไกรที่เผยเขี้ยวคมราวเย้ยหยัน ย้ำเตือนฉันถึงความตายที่ใกล้เพียงเอื้อม
[หมายเหตุ: เงื่อนไขได้รับการตอบสนองแล้ว!]
...แล้วทำไมโลกถึงมืดมิดยิ่งกว่าที่เคย?
ทุกสิ่งรอบกายเหมือนถูกผลักเข้าสู่โลกขาวดำ เหลือเพียงความตัดกันอย่างชัดเจนระหว่างแสงกับความมืด—ไร้เฉดสีใดๆ
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมทุกสิ่ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบว่างเปล่า แต่กลับแฝงความรู้สึกแปลกประหลาด... ทว่าแสนคุ้นเคย
และในชั่วขณะนั้น—ฉัน “รู้สึก” ได้อย่างชัดเจนว่าตนเองคือ ราชา
[หมายเหตุ:]
[ทักษะ: เจตจำนงของราชา (พิเศษ)] [ปลดล็อกแล้ว!]
[กำลังใช้ผลกระทบ]
[ผลกระทบ: คำสั่งสัมบูรณ์] [ทำงานอยู่]
[ผลกระทบ: ลดสถานะ 90%] [ทำงานอยู่]
[หมายเหตุ: ศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีของผู้ใช้จะถูกลดสถานะลง!]
[หมายเหตุ: เจตจำนงของศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีของผู้ใช้จะถูกปราบ!]
[หมายเหตุ: ใช้มาตรการฉุกเฉินแล้ว!]
[หมายเหตุ: ขอให้ท่านเอาชีวิตรอดและเติมเต็มชะตากรรมของท่าน—โชคดี!]