ตอนที่ 23
บทที่ 23: การเพิ่มเลเวลภายใต้ความผิดพลาดที่แปลกประหลาด?
ขณะที่ซอเฝ้ามองชายหนุ่มพุ่งเข้าไปกลางฝูงก็อบลิน ความกังวลและความรู้สึกผิดก็ไหลรินกัดกร่อนหัวใจของเธอไม่หยุด เธอไม่อาจสลัดความคิดที่ว่าทุกสิ่งตรงหน้านี้เกิดขึ้นเพราะตัวเธอออกไปได้ การกระทำของเธอได้จุดชนวนให้สถานการณ์อันตรายบานปลายโดยไม่ตั้งใจ แต่ถึงจะรู้เช่นนั้น เธอกลับลังเลเกินกว่าจะก้าวออกไปยื่นมือช่วย
‘เขาจะโกรธหรือเปล่า…ถ้ารู้ว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดคือฉัน?’
ความคิดนั้นกัดกินหัวใจเธอราวกับเงามืด จิตใจเต็มไปด้วยภาพของการถูกปฏิเสธและสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
แล้วถ้าเขาไม่ยอมแม้แต่จะเป็นเพื่อนกับเธออีกล่ะ?
ความกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง—ความกลัวที่จะไม่ได้รับการให้อภัย—ตรึงร่างเธอไว้กับที่ ทำให้ติดอยู่ในวังวนของความลังเลและความไม่แน่ใจ
แต่ลึกลงไปในใจ เธอรู้ว่าเธอควรช่วย เธอมีหนี้ต้องชดใช้ต่อเขา เพื่อไถ่โทษจากความโกลาหลที่ตัวเธอเป็นผู้ปลดปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ทว่าทุกครั้งที่เธอพยายามจะเคลื่อนไหว ความหวาดกลัวต่อความโกรธของเขาก็รั้งเธอไว้แน่น
‘ทำไมฉันถึงน่าสมเพชขนาดนี้?’ เธอสบถในใจ ความหงุดหงิดคุกรุ่นขึ้นทีละน้อย
เธอยังคงจับจ้องชายหนุ่มที่กำลังฟันฝ่าฝูงก็อบลินอย่างดุดัน ความมุ่งมั่นส่องประกายอยู่ในทุกการโจมตี
ซอกำมือแน่น ความตั้งใจแข็งแกร่งขึ้นทุกลมหายใจ และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจะก้าวออกจากที่ซ่อนเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ แต่ยังไม่ทันได้ทำ เสียงการปะทะของคมเหล็กในอากาศก็ดึงสายตาเธอกลับไปที่สนามรบ
แคร้ง! ฟึ่บ!
ดวงตาของเธอตรึงอยู่ที่ชายหนุ่มผู้เคลื่อนไหวอย่างแม่นยำราวกับอ่านเกมล่วงหน้าได้ ทุกท่วงท่าชัดเจนว่าผ่านการคำนวณ ทุกการโจมตีฟาดลงอย่างไม่สูญเปล่า
มันราวกับว่าเขาได้ซึมซับภูมิประเทศและจังหวะของศัตรูไว้ในใจ คาดเดาและตอบโต้การเคลื่อนไหวของพวกมันด้วยความแม่นยำเหนือมนุษย์
ภาพนั้นทำให้ซอนึกถึงคำสอนของอาจารย์เก่าในตระกูล—คำสอนที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีดาบ
แต่ท่ามกลางความประทับใจ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจเธอ
เขา…ไม่ใช่นักเวทเหรอ?
ไม่สิ—เขาเป็นถึงจอมเวทแห่งสวรรค์ด้วยซ้ำ การกวาดล้างฝูงก็อบลินพวกนี้ควรจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนที่มีพลังแบบเขาไม่ใช่หรือ?
ความไม่สบายใจค่อยๆ ก่อตัวในท้องของเธอ ทำไมเขาถึงหันมาใช้ดาบ ในเมื่อมีพลังเวทมนตร์อยู่ในกำมือ?
ด้วยความคิดเพียงนิดเดียว เขาก็น่าจะปิดฉากการต่อสู้ได้ทันที—เทเลพอร์ตไปด้านหลังบอส และจัดการมันก่อนที่มันจะทันได้ขยับด้วยซ้ำ
แต่เขากลับยืนอยู่ตรงนี้ กุมดาบไว้แน่น ใช้แรงกายแทนแรงเวท ฟันฝ่าไปทีละก้าวราวกับกำลังทุ่มสุดตัวในสนามรบที่โหดร้ายที่สุด
มันไม่สมเหตุสมผลเลย—เขากำลังสิ้นเปลืองพลังงานไปกับการต่อสู้ที่สามารถจบได้เพียงชั่วพริบตา
และในขณะที่ซอครุ่นคิดถึงปริศนานั้น ความจริงหนึ่งก็ผ่าลงมาเหมือนสายฟ้าฟาด—นี่เป็นเพราะเธอหรือเปล่า?
ความคิดนั้นทำให้ความเย็นไหลวาบไปทั่วกระดูกสันหลังของเธอ บางที…เขาอาจรู้ถึงการมีอยู่ของเธอ และเพื่อปกป้องเธอ เขาจึงเลือกแนวทางที่แม่นยำและควบคุมได้มากกว่า เพื่อเลี่ยงไม่ให้เธอบาดเจ็บ
การตระหนักรู้นั้นทำให้หัวใจเธอหดตัว—ความรู้สึกต่ำต้อยและแปลกประหลาดปะปนกัน ทั้งขอบคุณ ทั้งรู้สึกผิดจนแทบหายใจติดขัด
ความรู้สึกหนึ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจของซอ ขณะที่เธอประหลาดใจกับความเมตตาและความเอาใจใส่จากชายหนุ่ม—เพื่อนในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นจริง
เธอจะลืมได้อย่างไร…ว่าเขาเองก็คงกำลังต่อสู้กับความเก้อเขินทางสังคมแบบเดียวกับที่หลอกหลอนเธออยู่?
ในแบบของเขาเอง เขากำลังยื่นมือออกมา—เสนอกิ่งไม้มิตรภาพท่ามกลางความวุ่นวายของสมรภูมิ
“เขาก็คงลำบากในการแสดงความตั้งใจ เหมือนกับฉันนี่แหละ” เธอคิด รอยยิ้มเล็กๆ คลี่ออกที่มุมปาก น้ำหนักของความไม่แน่ใจค่อยๆ ยกออกจากบ่า แทนที่ด้วยความเข้าอกเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวสดๆ ร้อนๆ
ความมุ่งมั่นในดวงตาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ซอเฝ้ามองชายหนุ่มปริศนาที่กำลังต่อสู้กับฝูงก็อบลินเบื้องล่าง
แม้ว่าหนทางสู่มิตรภาพอาจเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เธอก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเชื่อมช่องว่างระหว่างกัน และสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องราวในหนังสือมิตรภาพที่เธอเคยอ่านนับไม่ถ้วน
‘ไม่ต้องห่วงนะ…เพื่อน ฉันจะช่วยนายเดี๋ยวนี้’
กำปั้นกำแน่น สายตาจับจ้องขณะที่ก็อบลินนับสิบกรูกันเข้าหาชายหนุ่มจากทุกทิศทาง เสาที่เคยเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์บัดนี้อยู่ไกลเกินเอื้อม ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงถูกฝูงสัตว์ร้ายกลืนกิน
“แกจะไม่มีวันแตะต้องเพื่อนของฉันได้” เธอสาบานในใจ
ความมุ่งมั่นหล่อเลี้ยงทุกการเคลื่อนไหว—ร่างของซอพุ่งออกจากตำแหน่งซ่อนตัว ใช้เพดานเป็นจุดยัน ก่อนดีดตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด
เธอร่วงลงมาจากเบื้องบนเหมือนดาวตก ลงจอดแม่นยำบนหัวก็อบลินที่อยู่ท้ายขบวน
แม้แรงกระแทกจะรุนแรงอย่างเหลือเชื่อ แต่กลับไร้เสียงสะท้อน—มีเพียงกระซิบแผ่วของลม ก่อนที่สมองของมันจะแตกกระจายบนพื้นแข็ง
ความโกลาหลที่ปะทุขึ้นจากด้านหลังทำให้ฝูงก็อบลินชะงัก ความสนใจพวกมันแตกกระจาย…แต่ก็สายเกินแก้
ซอฉวยโอกาสจากความสับสนนั้น ตั้งท่าชักดาบอย่างสง่างาม ดวงตาสีแดงฉายประกายความกระหายเลือดที่ไม่อาจปิดบัง
การเคลื่อนไหวช้าแต่หนักแน่น คาตานะในมือเริ่มเรืองแสงราวประกายจากสวรรค์ เสียงไฟฟ้าช็อตดังขึ้น
[รูปแบบแรกของดาบซ่อนเร้น]
[พระจันทร์สีน้ำเงิน]
ในพริบตา สายฟ้าฟาดลงมาจากเบื้องบน แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าสาดสว่างทั่วห้อง
ตูม…!
เสียงระเบิดดังก้องราวฟ้าผ่า คลื่นพลังอันดุดันฉีกอากาศออกเป็นเสี่ยง แสงรูปพระจันทร์เสี้ยวพุ่งตรงสู่เป้าหมาย
เพียงชั่วลมหายใจ ก็อบลินหลายสิบตัวร่วงลงพร้อมกัน—ร่างถูกผ่าครึ่งด้วยพลังของเทคนิคอันไร้ปรานี
แสงฟ้าแลบวิบวับรอบบริเวณ ดุจพายุฝนฟ้าคะนองขนาดย่อมที่ก่อตัวขึ้นจากแรงระเบิดเพียงครั้งเดียว
เมื่อฝุ่นควันจางลง ความเงียบก็เข้าปกคลุม—ซอยืนท่ามกลางซากศัตรู ลมหายใจแผ่วสั้น แต่แฝงด้วยความพึงพอใจและความโล่งอก
เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่เธอหมายปกป้อง รอยยิ้มเล็กๆ กลับมาอีกครั้ง
‘แค่ฝากหลังไว้กับฉันก็พอ…เพื่อน’
....
ด้วยความงุนงงกับเลเวลที่พุ่งทะยานอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า—อะไรกันคือสิ่งที่กระตุ้นพลังอันมหาศาลนี้ขึ้นมา
สายตากวาดผ่านความโกลาหสรอบตัว จนไปหยุดที่บอสฮอบก็อบลิน ใบหน้าบิดเบี้ยวของมันฉายชัดถึงความตื่นตระหนกขณะที่มันหมุนตัวหนีราวสัตว์ป่าถูกล่า
ความสับสนปั่นป่วนอยู่ในหัว ขณะที่ฝูงก็อบลินแตกกระเจิงจากแนวหน้าที่เคยรวมกันแน่นหนา—บัดนี้เหลือเพียงความกระจัดกระจายไร้ระเบียบ
มีบางอย่างผิดปกติ…แต่เวลาสำหรับครุ่นคิดกลับน้อยนิดเกินไป
"น่ารำคาญชะมัด—ทำไมเพิ่งมาสะทกสะท้านเอาตอนนี้?"
แต่ช่างมันเถอะ—ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจบการต่อสู้นี้ก่อนที่มันจะลุกลามเกินควบคุม
ด้วยความแน่วแน่ ฉันจัดสรรคะแนนสถานะที่เพิ่งได้รับอย่างไม่ลังเล เทมันทั้งหมดลงในค่าสถานะความแข็งแกร่ง
[คะแนนสถานะที่ใช้ได้: 65]
[ความแข็งแกร่ง: D] (50/50)
[ความแข็งแกร่ง: C] (0/60)
[คะแนนสถานะที่ใช้ได้: 25]
ทันทีที่ตัวเลขขยับ คลื่นพลังเปลี่ยนแปลงก็ซัดผ่านร่างฉัน ทุกเซลล์เต้นแรงไปด้วยพลังที่เพิ่งค้นพบ
ไม่เหมือนครั้งก่อนที่ค่าสถานะเพิ่มขึ้นเพียงบนจอ ครั้งนี้—ฉันสัมผัสได้จริง
กล้ามเนื้อกระชับขึ้น หนาแน่นและยืดหยุ่นในทุกลมหายใจ ราวกับฉันเพิ่งปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ลึกในร่าง แตะต้องพลังที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
นี่สินะ…ความหมายของการแข็งแกร่ง? ความคิดนั้นผุดขึ้นพร้อมความประหลาดใจในพลังที่พุ่งพล่านไปทั่วเส้นเลือด
ร่างกายฉันตื่นเต็มที่ ประสาทสัมผัสเฉียบคมจนโลกรอบตัวเหมือนชัดขึ้นในทุกมิติ
และในความชัดเจนนั้น ฉัน “รู้” ว่าบอสอยู่ที่ไหน—แม้มันจะอยู่นอกระยะสายตา ราวกับสัญชาตญาณกำลังชี้นำ
มือกำด้ามดาบแน่น ดวงตาโฟกัสตรงไปยังบอสฮอบก็อบลิน
ทุกย่างก้าวที่พุ่งไปข้างหน้า พื้นใต้เท้าแตกร้าวราวกับไม่อาจทนแรงส่งของฉันได้—ร่างฉันทะยานออกเหมือนกระสุน
พร้อมเสียงตะโกนที่แผดก้อง ฉันปลดปล่อยทักษะที่เพิ่งได้รับ
[ทะลุทะลวง]
อากาศแตกเป็นสองส่วนเมื่อคมดาบแหวกผ่านอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ฟันเข้าด้วยความแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด
บอสฮอบก็อบลินผงะ ถอยหลังด้วยเสียงคำรามแห่งความเจ็บปวด แรงกระแทกอัดร่างมันจนกระแทกผนังดังสนั่น
แม้เกราะหนังหนาจะต้านไว้ได้บางส่วน แต่คมดาบยังฝังลึก เจาะผ่านเนื้อและเส้นเอ็นอย่างเยือกเย็น
กลิ่นคาวชื้นปนเหม็นอับพุ่งขึ้นตีจมูก เมื่อเลือดร้อนหนืดสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้า ราวกับทุกกลิ่นโสมมในโลกนี้มารวมอยู่ตรงนี้
“คากห์!!!”
เสียงคำรามแตกพร่าของมันสะท้อนทั่วทั้งห้อง
ฉันไม่ย่อท้อต่อเสียงกรีดร้องโหยหวนของมัน กลับยิ่งบิดดาบขึ้นสูง ใบมีดฉีกผ่านชั้นเนื้อและเส้นเอ็นพร้อมเสียงน่าสะอิดสะเอียน สร้างร่องทำลายล้างที่ลากยาวขึ้นไปจนทะลุไหล่ ก่อนจะปิดฉากด้วยการโจมตีสุดท้ายที่เด็ดขาด
ร่างบอสฮอบก็อบลินทรุดฮวบลงกับพื้น เสียงคำรามค่อยๆ ดับหาย เหลือไว้เพียงความเงียบเยียบ ความพึงพอใจอันขมขื่นไหลทะลักเข้ามาแทนที่
"ฉัน…ทำได้งั้นเหรอ?"
คำถามนั้นดังก้องในหัวขณะที่สายตากวาดมองสภาพสนามรบที่เหลือไว้เบื้องหลัง
ฉันชนะจริงๆ เหรอ…?
การแจ้งเตือนที่กะพริบขึ้นตรงหน้าเหมือนเป็นคำตอบ
[ยินดีด้วย คุณได้เอาชนะบอสตัวแรกของคุณ! คะแนนโบนัสเพิ่มเติมจะถูกมอบให้!]
[เลเวล: 32 → 40]
[ยินดีด้วย คุณทำได้ถึงเลเวล 40!]
[+5 ในทุกสถานะจะถูกมอบให้!]
[คะแนน EXP โบนัสจะถูกตัดออกตอนนี้]
[คะแนนสถานะที่ใช้ได้: 25 + 24 + 10]
[ความว่องไว: C (5/50)]
[ความอดทน: D (5/50)]
[โชค: 0] [ไม่ถูกต้อง... เกิดข้อผิดพลาด!]
[พลัง: D (5/50)]
ฉันมองตัวเลขเหล่านั้นด้วยความไม่อยากเชื่อ—รางวัลมากมายเกินกว่าจะเรียกว่าสมจริงได้ ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหนือความเป็นจริงราวกับฝัน แต่ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ หอบหายใจหนักด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อและเลือด
แบทเทิลรอยัลพรุ่งนี้…คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกแล้ว
ด้วยพลังที่เพิ่งค้นพบ ความท้าทายในวันพรุ่งนี้ดูเล็กน้อยลงทันตา เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่มีค่าสถานะเฉลี่ยระดับ C—แต่ฉันรู้ดีว่าฉันสามารถชดเชยได้มากกว่านั้น ด้วยทั้งความรู้และประสบการณ์ที่สะสมมาจนถึงตอนนี้
การหลบเลี่ยงการโจมตี…คงเป็นเรื่องง่ายดายในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉันมี น้ำตาแห่งโครโนส อยู่ในมือ
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็น่าเสียดาย—ฉันไม่สามารถใช้สิ่งนี้ได้อย่างที่ตั้งใจ
ถึงจะผิดแผนไปบ้าง ผลลัพธ์ก็ดีกว่าที่คาดไว้มาก…แต่แสงวาบกะทันหันเมื่อครู่คืออะไรกัน?
ฉันค่อยๆ หันหลังกลับ ประสาทสัมผัสทั้งหมดตื่นตัวสูงสุด แล้วก็ต้องชะงัก—ก็อบลินที่เคยไล่ล่าฉันเมื่อครู่…หายไปหมดแล้ว?
แปลก…เพราะการโค่นล้มบอสไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะหายไปทันทีเสมอไป
เมื่อโบนัสจากการเลเวลอัพหมดลงหลังจากแตะระดับ 40 การไต่ขึ้นไปต่อจากนี้จะยากขึ้นอย่างมหาศาล
ฉันต้องคิดให้รอบคอบว่าจะจัดสรรคะแนนสถานะไปที่ไหน และเลือกเส้นทางใดสำหรับอนาคต
นั่นคือเหตุผลที่ฉันตั้งใจจะกำจัดภัยที่เหลืออยู่ให้หมดก่อนที่ดันเจี้ยนจะปิด—ฉันต้องการทุกแต้ม EXP ที่จะคว้าได้ตอนนี้
ฉันกวาดตามองรอบๆ—แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ขมวดคิ้วทันที พื้นเต็มไปด้วยซากศพก็อบลินที่ถูกผ่าขาดสะอาดราวกับฝีมือศิลปินสังหาร
ความสับสนแล่นขึ้นในหัว
เกิดอะไรขึ้น…?
“ย-เย้! เราทำได้…ใช่ไหม?”
หือ…?
เสียงทักทายที่แฝงความอบอุ่น แต่ฟังดูราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้นกะทันหัน ดึงฉันออกจากห้วงความคิด
ฉันสะดุ้ง หันไปตามเสียง—แล้วก็เห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น…
ซอ กเยอุล—หนึ่งในนางเอกหลักของเกม
ดวงตาสีแดงลึกดุจเลือดข้นสบเข้ากับของฉัน ผมสีดำสนิทซึ่งหาได้ยากในดินแดนนี้ขับให้ใบหน้าของเธองดงามอย่างแปลกประหลาด แม้ในสถานการณ์ไม่ชวนโรแมนติกสักนิดก็ตาม
เธอยกมือขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ ราวกับตั้งใจจะตบมือกับฉัน ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังแบบไม่ค่อยกล้าหาญนัก
‘เธอมาทำอะไรที่นี่วะ…?’