ตอนที่ 95
บทที่ 94: กิจธุระของสภา
"อื้อหือ~!"
อลิซยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ พลางปล่อยเสียงหาวน่ารักเล็ดลอดจากริมฝีปาก ก่อนจะขยี้ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยความงัวเงีย แล้วค่อย ๆ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้า
"โอ้โห~ ดูเหมือนเธอจะตื่นแล้วนะ นายท่านที่รักของฉัน—"
หันมองไปทางข้างตัว เธอก็พบศีรษะลอยได้ของแฟมิเลียคู่ใจที่กำลังหมุนไปมาอย่างขี้เล่น พร้อมรอยยิ้มประจำตัวที่ยากจะลืม อลิซถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
"อรุณสวัสดิ์… เชสเชียร์" น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้า
"หืม~? เธอยังเหนื่อยอยู่อีกเหรอ?"
"ก็คงงั้นล่ะ…?"
เมื่อวานเธอทุ่มแรงกายและใจไปมากเกินกว่าจะมองข้ามได้ โดยเฉพาะหลังจากต้องเผชิญหน้ากับ รุก สองคน และ เอซ สองใบในเวลาไล่เลี่ยกัน
‘พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น… มากเกินกว่าปกติจริง ๆ’
"ฉันคงใช้ตัวเองเปลืองเกินไปเมื่อวาน… มานาส่วนใหญ่ยังฟื้นไม่เต็มเลย"
ศีรษะเหมือนแมวของเชสเชียร์ส่ายช้า ๆ เมื่อมองเจ้านายของเขาที่ปกติแล้วจะสดใสกระปรี้กระเปร่าทุกเช้า แต่ตอนนี้กลับลำบากแม้แต่จะลุกจากเตียง
"นั่นไง ฉันถึงบอกให้เธอข้ามงานสภาเมื่อวานไปไง~ ปัญหาก็คือเธอไม่เคยปฏิเสธใคร"
"ก็โดโรธีขอร้องให้ฉันไปนี่นา ฮิฮิ~" อลิซยิ้มพลางเกาหลังศีรษะ "นายก็รู้ว่าเธอดื้อแค่ไหน"
เชสเชียร์ลอยเข้ามาใกล้ สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย
"แต่เธอต้องดูแลตัวเองนะ อลิซ การใช้มานาเกินขีดจำกัดแบบนั้น อาจทิ้งผลกระทบที่ร้ายแรง"
"รู้แล้ว ๆ… ฮิฮิ~" เธอครางเบา ๆ พลางเหวี่ยงขาลงจากเตียง
"แต่มีงานต้องทำอีกเยอะนี่ กับกิจกรรมที่ใกล้จะถึง กับแผนของสภา… ฉันจะปล่อยตัวขี้เกียจไม่ได้"
"ต่อให้เป็นแบบนั้น สุขภาพเธอต้องมาก่อน" เชสเชียร์ยืนยัน น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น
"ลองพักวันนี้สักวันดีไหม? ปล่อยให้ร่างกายกับมานาฟื้นตัวเต็มที่"
อลิซครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ไม่อยากยอมรับ แต่เขาพูดถูก—ฝืนเกินไปจะมีแต่ปัญหาในระยะยาว
"ก็ได้… บางทีวันนี้ฉันอาจจะทำตัวสบาย ๆ หน่อย"
"ดีมาก งั้นเดี๋ยวฉันจะไปแจ้งประธาน—"
"แต่ไม่ใช่จนกว่าฉันจะทำงานเสร็จไปครึ่งหนึ่งของวันนี้ก่อน ฮิฮิ~"
"เฮ้…"
"โอ้ อย่ามองฉันแบบนั้นเลย เชสเชียร์ นายก็รู้น่าว่าช่วงนี้สภาวุ่นวายขนาดไหน ใช่ไหม? เรายังไม่จัดตารางงานสำหรับงานเทศกาลใหญ่เลย ไหนจะข้อพิพาทระหว่างชมรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่หยุด แล้วยังความขัดแย้งละเอียดอ่อนระหว่างขุนนางกับนักเรียนสามัญชนที่เรากำลังพยายามป้องกันอยู่อีก นายไม่สงสารโดโรธีที่ต้องรับภาระทั้งหมดเหรอ?"
"ไม่… ฉันไม่สงสาร"
"เอ๋?"
"เธอเป็นคนเลือกและยอมรับตำแหน่งประธานสภานักเรียนเอง เธอรู้ดีว่าหน้าที่คืออะไร แล้วก็…"
อุ้งเท้าแมวโปร่งควันปรากฏขึ้นใกล้ศีรษะของเขา ก่อนจะหยิกแก้มอลิซเบา ๆ
"เธอไม่ใช่สมาชิกประจำของสภาด้วยซ้ำ ทำไมถึงช่วยพวกเขาเอาจริงเอาจังขนาดนั้น?"
"อ-โอ๊ย~ เจ็บนะ… แต่ฉันเป็นเลขานุการนี่นา ฉันก็ควรช่วยไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นคือเมื่อวาน ก่อนหน้านั้นเธอเป็นรองประธาน และก่อนหน้านั้นอีกสามวัน เธอเป็นหัวหน้าฝ่ายวินัย เธอตั้งใจจะเก็บทุกตำแหน่งว่างไว้เองหมดเลยหรือไง หืม~?"
อลิซสะท้านเมื่อสัมผัสของอุ้งเท้าเย็นนุ่มหยิกเข้าที่แก้มของเธอ ดวงตาใสปรากฏประกายชื้นด้วยหยาดน้ำตาเล็กน้อย
“ฉันแค่อยากจะช่วยเท่าที่ฉันจะทำได้ เชสเชียร์… พวกเขาต้องการความช่วยเหลือทุกหยดที่พอจะหาได้ และฉัน… ก็แค่ยืนดูเฉย ๆ ไม่ได้”
เชสเชียร์ถอนหายใจยาว ปล่อยแก้มของเธอเป็นอิสระ ก่อนจะลอยตัวถอยออกไปเล็กน้อย
“เธอมีจิตใจที่ดี อลิซ… แต่เธอก็ต้องรู้จักวางขอบเขต การทุ่มเทตัวเองจนเกินไป… มันไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะถ้าเธอหมดแรงเสียก่อน”
“ฉันรู้…” อลิซยกมือขึ้นถูแก้ม รอยอายแผ่วบางแตะผิวหน้า “แต่มันก็ยากที่จะปฏิเสธโดโรธีนะ นายก็รู้นี่… แม้แต่สายตาของสมาชิกคนอื่นก็จับจ้องมาที่ฉันทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น”
“นั่นแหละ… เหตุผลที่เธอต้องเรียนรู้จะจัดลำดับความสำคัญให้เป็น ความเป็นอยู่ของเธอต้องมาก่อน สภาก็ยังมีสมาชิกคนอื่นที่รับภาระได้ เธอไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง”
อลิซพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วยกับเหตุผลของเชสเชียร์
“เอาล่ะ… ฉันจะพยายามทำตัวสบายขึ้นก็ได้ แต่วันนี้… ขอช่วยบ้างนะ แค่จนกว่าสถานการณ์จะสงบลง”
รอยยิ้มของเชสเชียร์กลับคืน แม้จะมีแววจำนนผสมอยู่เล็กน้อย
“ก็ได้… แต่สัญญากับฉัน ว่าจะพักผ่อนและไม่หักโหม”
“ฉันสัญญา” อลิซตอบ พร้อมรอยยิ้มอุ่นอ่อน เมื่อลูบหัวเขาเบา ๆ เสียงครางพึงพอใจของเชสเชียร์ก็แผ่วกังวานอยู่ในห้อง เสียงหัวเราะคิกคักหลุดจากริมฝีปากเธออย่างไม่รู้ตัว
แม้เชสเชียร์จะชอบก่อกวนเธอบ่อยครั้ง แต่เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของเธอ เขาก็คือผู้พิทักษ์ที่เธอจะหาใครมาเทียบได้ยาก
แม้เธอจะอยากให้เขาเป็นคนซื่อสัตย์และเอาใจใส่อย่างนี้ตลอดเวลา… ทว่าด้านเจ้าเล่ห์และแปลกประหลาดของเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่เธอไม่อาจบ่นได้จริง ๆ
“เกาหูให้ฉันอีกหน่อย~”
“ได้สิ ได้สิ~”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ยังคงแผ่วขณะอลิซลุกจากเตียง ก้าวตรงไปยังห้องน้ำ เตรียมตัวเริ่มต้นวันใหม่ เสียงน้ำไหลคุ้นหู เสียงแปรงฟันและล้างหน้าในกิจวัตรยามเช้า ค่อย ๆ ขับความง่วงและความหนักใจให้จางหาย
แม้จะรู้ว่าวันนี้ยังมีความท้าทายรออยู่ แต่ในอกกลับอบอวลด้วยความสบายใจและความมุ่งมั่นแน่วแน่
หลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เธอสวมเครื่องแบบนักเรียน จัดรอยพับให้เรียบ ปรับปกเสื้อให้ตรง ผืนผ้าที่คมชัดและตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อ มอบความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและภาคภูมิใจอย่างยากจะอธิบาย
วันนี้… เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
“อ้อ… เชสเชียร์ ฉันเกือบลืม—แล้วเรื่องการสืบสวนของนายล่ะ?”
“เธอหมายถึงภารกิจสะกดรอยตามที่เธอมอบให้ฉันไปงั้นเหรอ?” เขายิ้มเจ้าเล่ห์
“ห-หา!? มันไม่ใช่ภารกิจสะกดรอยตามนะ! ฉันแค่บอกให้นายไปสืบ… ไม่สิ ไปเฝ้าดูเขาต่างหาก!”
“หืม~ สิ่งที่เธอให้ฉันทำมันก็แทบไม่ต่างจากการสะกดรอยตามหรอกนะ~”
“ห-หุบปาก! บอกมาซะดี ๆ” แก้มของอลิซแต้มสีแดงด้วยความอับอาย
เชสเชียร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบ
“เอาล่ะ… ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักในสองสามวันที่ฉันเฝ้าดู เขายังทำงานหนักเหมือนเดิม และแน่นอน… มักจะอยู่รายล้อมผู้หญิงสวย ๆ หรือไม่ก็อยู่กับผู้หญิงผมดำคนนั้น”
“ซอ…” อลิซพึมพำ คิ้วขมวดเล็กน้อย
“ใช่—ผู้หญิงคนนั้น และนอกจากนี้ เห็นว่าเขาไปเดทกับสมาชิกใหม่ของ สภา แล้วด้วย”
“โรส…?”
“ใช่แล้ว~” เชสเชียร์ยิ้มบาง “แม้ฉันจะยังไม่ได้เห็นกับตา แต่ตามข่าวลือที่กำลังแพร่ไปทั่ว ทั้งคู่กำลังคบกันอยู่ เพียงแค่รอเวลาเหมาะที่จะประกาศต่อสาธารณะ”
"ม-มันไม่มีทางที่ข่าวลือพวกนั้นจะเป็นเรื่องจริง!" อลิซอุทาน เสียงของเธอสูงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งด้วยความไม่เชื่อและความหงุดหงิดที่แผ่วชัดในน้ำเสียง
"ใครจะไปรู้~? แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ทั้งสองถูกเห็นว่าออกไปเดทกันจริง ๆ นะ" เชสเชียร์เอ่ยยั่วแหย่ ราวกับชื่นชมการสับสนว้าวุ่นที่ก่อตัวบนสีหน้าของเธอ
"อะไร—"
เสียงหัวเราะดังลั่นของเชสเชียร์ขัดบทของนายท่านตัวน้อย "นี่ไงล่ะ เหตุผลที่ฉันถึงเอาแต่บอกให้เธอรีบลงมือเสียที ตอนนี้เจ้าชายที่น่ารักของเธอกำลังจะถูกแย่งไปแล้วนะ"
"เขาไม่ใช่เจ้าชายของฉัน..."
"งั้นเขาเป็นอะไรล่ะ?" เชสเชียร์ถามซ้ำ ดวงตาสีลึกล้ำเป็นประกายขบขัน
"ก็แค่… แค่คนที่ตรงกับคำอธิบายของราชินี" อลิซตอบ เสียงสั่นเล็กน้อยราวกับไม่มั่นใจในคำพูดของตน
"อีกแล้วนะ กับการปฏิเสธหัวใจแบบนี้—ฉันจะบอกอะไรให้เลย นายท่านที่รักของฉัน… โชคชะตามันเปราะบางกว่าที่คิด ไม่ว่าเขาจะถูกลิขิตให้เคียงข้างเธอจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าเธอไม่ขยับเลยสักก้าว เขาก็จะเหลือแค่… รุ่นน้องคนหนึ่งในชีวิตเธอตลอดไป~"
อลิซเงียบ ไม่พูดโต้ตอบแม้สักคำ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นกลาง แต่ในส่วนลึกภายในใจกลับกระเพื่อมด้วยความไม่สบายใจ ท้ายที่สุดแล้ว เธอรู้ว่าคำพูดของเชสเชียร์ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
'เขาไม่ใช่คนที่ฉันควรไว้ใจจริง ๆ หรือ… ไม่ใช่คนที่ฉันควรยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้ฟังอย่างนั้นหรือ?'
เสียงของเชสเชียร์ยังดังก้องอยู่ในความคิด คำพูดนั้นบังคับให้เธอครุ่นคิดถึงความรู้สึกและการกระทำของตัวเอง เธอเคยเชื่อมั่นมาตลอดว่าโชคชะตาจะเป็นผู้กำหนดเส้นทางให้เธอ แต่ตอนนี้… เธอเริ่มตระหนักว่าบางที การก้าวเดินไปเองอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เชสเชียร์ที่สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนในใจเธอ ทำให้น้ำเสียงนุ่มลง “อลิซ… เธอรู้ว่าฉันเป็นห่วงใช่ไหม ฉันไม่อยากเห็นเธอพลาดบางสิ่ง—หรือใครบางคน—ที่มีค่าจนไม่อาจหวนกลับมาได้ เพียงเพราะเธอกลัวเกินกว่าจะก้าวไปข้างหน้า”
ท้ายที่สุด เขายังคงจดจำคำสัญญาที่ให้ไว้กับราชินีขาว… ว่าจะดูแลอลิซให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ใช่…” เธอตอบเบา ๆ
ขณะเดินผ่านระเบียงทอดยาวของ เฮฟเวนลีย์ ฮอลล์ แสงอรุณส่องลอดหน้าต่างกระจกสูงใหญ่ กลายเป็นลำแสงอุ่นอาบไล้ผนังหินเก่าแก่ ทว่าหัวใจและความคิดของเธอยังคงหมุนวนในความวุ่นวาย
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือทั้งสองฟาดแก้มตัวเองเบา ๆ อลิซสูดลมหายใจเข้า ละทิ้งภาพไรลีย์และความซับซ้อนที่มาพร้อมเขา
'มีสมาธิ อลิซ! เธอแบกรับความเคลื่อนไหวของราชินีอยู่แล้ว จะปล่อยให้ตัวเองไขว้เขวเพราะความไม่แน่นอนพวกนี้ไม่ได้!'
บรรยากาศในโรงเรียนเริ่มคึกคักตั้งแต่เช้า นักเรียนหลายคนรีบเร่งไปยังห้องเรียน ขณะที่อีกหลายกลุ่มยืนจับกลุ่มพูดคุยถึงแผนการของวันนี้ เสียงหัวเราะและบทสนทนาไหลเวียนในอากาศอย่างมีชีวิตชีวา
ตลอดทางมีทั้งเพื่อนนักเรียนและเจ้าหน้าที่ทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม พร้อมอวยพร “อรุณสวัสดิ์”
ในที่สุด เธอก็มาหยุดยืนที่หน้าประตู สำนักงานสภานักเรียน
ก่อนที่มือจะเอื้อมไปเปิด อลิซก็ได้ยินเสียงฮือฮาและจังหวะการเคลื่อนไหวอันคุ้นเคยที่ดังออกมาจากด้านใน…
เมื่อเคาะประตูเบา ๆ อลิซคาดไว้ว่า เมื่อบานไม้เปิดออก เธอจะได้พบกับภาพคุ้นตา—เหล่าเพื่อนสมาชิกสภากำลังง่วนอยู่กับงานของตน ทว่า…
“อรุณสวัสดิ์ ประธา—”
“รุ่นพี่?”
“…ร-ไรลีย์???”
ตรงหน้าเธอคือชายคนที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงสายตามาหลายวัน ใบหน้าของเธอร้อนวาบทันทีเมื่อแววตาสีฟ้าคมลึกของเขาสะท้อนภาพแก้มที่กำลังขึ้นสีของเธอ และราวกับเป็นการโต้ตอบอย่างเงียบงัน แววประกายสีชมพูอบอุ่นในดวงตาของเขาก็ดูเข้มลึกขึ้น
“ไรลีย์ คุณจะให้สมาชิกยืนรออยู่หน้าประตูไม่ได้ใช่ไหม?”
น้ำเสียงของ โดโรธี ประธานสภานักเรียน ตัดผ่านบรรยากาศนิ่งงันที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ทำลายมนต์สะกดระหว่างทั้งสอง
“อ่า… ครับ เข้ามาเลยครับ รุ่นพี่อลิซ” ไรลีย์เอ่ยพลางดึงประตูเปิดกว้าง
“ด-ได้…” เธอตอบเสียงเบา ก้าวเข้าไปในห้องที่โอ่อ่าแต่เรียบง่ายตามแบบฉบับของสภานักเรียน
สายตาของเธอกวาดผ่านสมาชิกที่อยู่ภายใน—
โดโรธีนั่งอยู่ในตำแหน่งประจำด้วยท่วงท่าสง่างาม
เซลีน เอนตัวหลับตาอย่างเคย
โรส สมาชิกใหม่ กำลังชงชาอย่างตั้งใจ
และ สเตซี่ หัวหน้างานบ้านคนใหม่ กำลังจัดเรียงเอกสารที่โดโรธีมอบหมายให้เมื่อวานอย่างขะมักเขม้น
ทุกอย่างดูเหมือนเป็นเพียงเช้าวันปกติ… ยกเว้นเพียงคนเดียว—ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวในห้อง นั่งอยู่มุมโซฟา สีหน้าฉายชัดถึงความสับสนและความไม่แน่ใจ ราวกับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป
การมีอยู่ของเขาขัดกับบรรยากาศสดใสและงดงามของห้องอย่างสิ้นเชิง
‘ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่…?’
คำถามนั้นผุดขึ้นกลางใจอย่างไร้การควบคุม และเริ่มแตกแขนงเป็นความสงสัยนับไม่ถ้วนในความคิดของเธอ…