ตอนที่ 94
บทที่ 93: ความฉลาดที่ซ่อนเร้น 4
ขณะที่เราก้าวผ่านถนนที่แน่นขนัดในย่านการค้า ซอและฉันก็เดินทางกลับไปยังคิลเลียน ฮอลล์
บรรยากาศรอบตัวคึกคัก เต็มไปด้วยเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของเหล่าพ่อค้า และเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของนักเรียนที่เพลิดเพลินกับช่วงบ่ายของพวกเขา
"ทำไมคุณถึงยอมรับ?" จู่ ๆ ซอก็เอ่ยถาม เหลือบมองฉันด้วยแววตาที่ซ่อนร่องรอยความหงุดหงิดในน้ำเสียงซึ่งปกติแล้วมักจะราบเรียบ
"...เอาล่ะ ผลประโยชน์มันมากเกินกว่าจะมองข้ามได้" ฉันตอบ พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
แม้ว่าโรสจะไม่ได้เสนอสิ่งตอบแทนใด ๆ และเพียงแต่ขอให้ฉันทำงานให้เธอ แต่โอกาสที่ฉันจะตอบตกลงก็ยังสูงอยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว การได้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียน หมายถึงการที่ฉันจะมีสิทธิ์เข้าถึงสถานที่นั้น
แค่เพียงได้หนังสือหนึ่งเล่ม หรือแม้แต่อาวุธอีกสองสามชิ้น อัตราการรอดชีวิตของฉันในอนาคตก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
‘ฉันยังสามารถรับประกันบางอย่าง เพื่อเพิ่มเลเวลให้ตัวละครบางคนได้ด้วย’
ซอพยักหน้ารับกับคำตอบของฉัน สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเข้าใจเหตุผล กระนั้น… การที่ฉันยอมรับข้อเสนอจากโรสก็ดูเหมือนจะทำให้เธอไม่พอใจอยู่ดี
แม้แผนการและจุดประสงค์ของเธอจะยังไม่กระจ่างนัก ‘แต่การเข้าร่วมกับโรสในตอนนี้ ก็คือการเพิ่มโอกาสให้ฉันรักษาสิ่งที่จำเป็นเพื่อเอาชีวิตรอด และปกป้องคนที่สำคัญ… มันเป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ’
ฉันมองเข็มกลัดโลหะในมือ แม้จะเป็นเพียงเครื่องประดับ แต่เหตุใดกันมันจึงหนักอึ้งถึงเพียงนี้?
"ลาก่อนครับ…"
"อ่า—จำไว้นะคะ วันหยุดสุดสัปดาห์นี้~ ไว้เจอกันค่ะ ไรลีย์"
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่เรากล่าวคำอำลากับโรส
เมื่อฉันตอบรับข้อเสนอ เธอก็ขอให้ฉันไปพบเธอในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อเจอกับสมาชิกสภานักเรียนคนอื่น ๆ และพูดคุยถึงตำแหน่งรวมถึงบทบาทของฉันในการเลือกตั้งภาคเรียนถัดไป
แม้ว่าเธอจะวางแผนโค่นประธานคนปัจจุบัน… แต่ก็ยังตั้งใจให้ฉันไปพบเธอเช่นนั้นงั้นหรือ? ผู้หญิงคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
ดูเหมือนว่าเธอจะมีแผนการบางอย่างเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งในภาคเรียนหน้าอย่างจริงจัง
เดิมที ฉันคิดว่าโรสแค่พูดเล่นตอนประกาศว่าจะลงสมัครตำแหน่งประธาน แต่จากปฏิกิริยาของเธอ… ฉันเดาว่าเธอเอาจริง
แต่เดิมฉันวางแผนจะปล่อยให้ภาคเรียนที่สองและเส้นเรื่องหลักทั้งหมดผ่านไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่เข้าไปพัวพัน ทว่าในตอนนี้ ที่ฉันได้จับมือเป็นพันธมิตรกับโรสแล้ว เรื่องราวก็เปลี่ยนไป
‘ฉันต้องทำให้แน่ใจว่าเธอชนะ’
ในเกม การที่โรสเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนไม่ใช่เรื่องแปลก
สิ่งที่ต่างออกไปในครั้งนี้คือ เธอลงสมัครเพื่อชิงตำแหน่งประธาน
แม้ฉันจะไม่รู้แน่ชัดว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ก็พอจะบอกได้ว่ามันไม่น่าจะเป็นสิ่งเลวร้าย
โรสอาจจะแปลกประหลาดไปบ้าง แต่เธอก็เป็นผู้นำที่ยุติธรรมและเฉลียวฉลาด ซึ่งสามารถต่อกรกับสโนว์ได้ในด้านการจัดการและวางกลยุทธ์
ดังนั้น ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือเรื่องราวที่จะยุ่งเหยิงขึ้นในอนาคตเท่านั้น
แรกเริ่ม ฉันตั้งใจว่าจะเข้าร่วมกลุ่มของสโนว์
สโนว์… ผู้นำที่มีระเบียบแบบแผนและพิถีพิถัน สามารถเรียกความเคารพและความภักดีจากผู้คนได้อย่างง่ายดาย…
ความสามารถของเธอในการวางกลยุทธ์และจัดการทีมของเธอนั้นไร้ผู้ทัดเทียม ทำให้เธอกลายเป็นพลังที่น่าเกรงขามในสมรภูมิการเมืองของโรงเรียน
ทว่า… ฉันกลับมีลางสังหรณ์ว่า หากเข้าไปอยู่ฝั่งสโนว์ ชีวิตของฉันจะถูกพัวพันกับความวุ่นวายมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ สโนว์ต้องการลูคัสเพื่อดึงนักเรียนส่วนใหญ่มาอยู่เคียงข้างเธอ
การที่เธอเพิ่มฉันเข้าไปในสมการนี้ มันคงไม่มีเหตุผลนัก เว้นเสียแต่ว่าเธอจะตั้งใจเปิดเผยสายเลือดขุนนางของฉันต่อสาธารณะ—รวมถึงความเกี่ยวข้องที่ฉันมีต่อบุคคลบางคน
‘นี่แหละ คืออิทธิพลของตระกูลเฮฟเวน…’
การเปิดเผยเช่นนั้นคือความเสี่ยงที่ฉันไม่อาจรับได้ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับท่านดยุกและตระกูลเฮฟเวน ต้องถูกเก็บเป็นความลับอย่างแน่นหนา
หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป มันอาจก่อให้เกิดพายุการเมืองที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันพยายามสร้าง
ความสมดุลอันเปราะบางที่ฉันอุตส่าห์รักษาไว้จะพังทลายลง และการเคลื่อนไหวของฉันก็จะถูกจำกัดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ด้วยสายตาที่จับจ้องเพิ่มขึ้นทุกทีจากผู้คนรอบตัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้โรงเรียนเองมาเฝ้าสอดส่องทุกการกระทำของฉันได้
โรสให้สัญญาว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนของฉัน ซึ่งนั่นทำให้ฉันไม่ต้องกังวลในทันทีเกี่ยวกับการอยู่ฝั่งเธอ
แต่เพราะธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของเธอ… คำสัญญานั้นอาจถูกฉีกทิ้งได้ทุกเมื่อ
ฉันจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับความเป็นไปได้นั้น
แค่คิดถึงความรำคาญและปัญหาที่จะตามมา หากเหล่านักเรียนขุนนางเริ่มกรูกันมาหาฉันเพราะความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับลียาน่า… ก็ทำให้ปวดหัวขึ้นมาทันที
การเข้าร่วมกับโรส ทำให้ฉันสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของเธอ และรับผลประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของสภานักเรียน โดยไม่ต้องเผชิญภัยคุกคามในทันทีที่จะมีใครขุดคุ้ยอดีตของฉัน
พันธมิตรนี้มอบทั้งโอกาสเข้าถึงทรัพยากรและข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด อีกทั้งยังช่วยกันฉันจากแรงกระแทกที่ร้ายแรงกว่าของการถูกเปิดเผย
แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนในพฤติกรรมของโรสก็หมายความว่าฉันต้องระวังทุกย่างก้าว
สโนว์เคยใช้สามัญชนที่ภักดีต่อเธอเพื่อกวาดคะแนนเสียงในเกม ส่วนประธานนักเรียนอย่างโดโรธี ก็พึ่งพาผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์อยู่แล้วของเธอ เพื่อแพร่ข่าวเท็จและโฆษณาชวนเชื่อ ดึงนักเรียนมาอยู่ฝั่งตน
แล้วโรสจะใช้วิธีไหนเพื่อคว้าการสนับสนุนจากคนหมู่มาก?
‘พวกขุนนาง?’
แม้จะดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเธออาจเลือกแนวทางที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และใช้เส้นสายทางการค้าของบิดามารดาให้เป็นประโยชน์
และยังไม่ลืมว่ามีผู้สมัครคนอื่นอย่างคลาร่าและอลิซ ซึ่งลงสมัครก็เพียงเพราะความสนุกเท่านั้น
ด้วยการที่โรสเข้ามาเกี่ยวข้องในครั้งนี้ ภาคการศึกษาที่สองคงจะโกลาหลยิ่งกว่าที่ฉันเคยคาดไว้
ฉันควรเริ่มเตรียมสถานะของตัวเองให้พร้อมก่อนถึงเวลานั้น
บางที… การส่งจดหมายถึงคุณอา—หรือท่านดยุก—เพื่อแจ้งให้เขาทราบถึงสถานการณ์ก็น่าจะเป็นประโยชน์
ท้ายที่สุดแล้ว ฉันอาจจำเป็นต้องใช้ชื่อและอำนาจของเขา หากมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น…
กลยุทธ์ของโรสยังคงเป็นปริศนา แต่ถ้าพูดถึงตัวเธอแล้ว มันคงจะเป็นสิ่งที่ทั้งบ้าบิ่นและยากจะคาดเดาได้
สายสัมพันธ์ทางการค้าของบิดามารดาเธอเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอที่จะมอบทั้งเงินทุนสนับสนุนและอำนาจต่อรองในหมู่ผู้มีอิทธิพล ซึ่งทำให้เธอได้เปรียบเหนือผู้สมัครคนอื่นอย่างชัดเจน
เธออาจวางตัวให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมเป็นหนึ่ง ดึงดูดทั้งสามัญชนและขุนนาง ด้วยเสน่ห์และบุคลิกอันน่าหลงใหลของเธอ
การแข่งขันครั้งนี้จะซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อมีคลาร่าและอลิซเข้ามาเกี่ยวข้อง
คลาร่าผู้มีนิสัยชอบสร้างความปั่นป่วน กับอลิซและแมวเจ้าปัญหาของเธอที่ไม่เคยพลาดโอกาสสร้างความโกลาหล—การมีอยู่ของพวกเธอจะนำพาความวุ่นวายรูปแบบเฉพาะตัวเข้ามาเติมเชื้อในเวทีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
การเคลื่อนไหวของทั้งคู่มีศักยภาพในการแบ่งคะแนนเสียง และก่อให้เกิดพันธมิตรที่ไม่มีใครคาดคิด ทำให้สภาพการเมืองแปรปรวนอย่างยิ่ง
เพื่อเตรียมรับมือ ฉันต้องวางตัวให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการสนับสนุนโรส
การเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง การสะสมทรัพยากร และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร คือสิ่งจำเป็น
การติดต่อท่านดยุกอาจเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพื่อขอทั้งการสนับสนุนและทรัพยากรเพิ่มเติม อันจะช่วยเสริมสถานะของฉันภายในโรงเรียนให้มั่นคงยิ่งขึ้น
"ไรลีย์…"
"หืม?"
"เรามาถึงแล้ว…"
"อ๋อ"
เสียงของซอเรียกฉันออกจากห้วงความคิด
เธอเหลือบมองฉันด้วยแววตาสงสัยเพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไปยังคิลเลียน ฮอลล์
เงาของดวงอาทิตย์ทอดยาวบนพื้น และสายลมเย็นปลายวันก็พัดมาปะทะผิวขณะเราเข้าใกล้ทางเข้า
"ไว้เราไปทานอาหารกลางวันกันอีกครั้งนะ… แค่เราสองคน" ซอเอ่ย น้ำเสียงอ่อนโยนและจริงใจกว่าที่เคย
"แน่นอน…" ฉันเกือบจะหัวเราะออกมากับคำขออันน่ารักนั้น
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะโบกมือลาแล้วหายเข้าไปในอาคาร
ฉันยืนมองเธอจากด้านนอกอยู่ครู่หนึ่ง—ซอเป็นเหมือนปริศนาที่ฉันกำลังค่อย ๆ ต่อภาพให้สมบูรณ์ทีละชิ้น
เมื่อเหลือบมองคิลเลียน ฮอลล์เป็นครั้งสุดท้าย ฉันจึงหันหลังเดินกลับห้องพัก
เข็มกลัดในกระเป๋าราวกับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทุกย่างก้าวที่ฉันเดิน
ความคิดถึงพายุการเมืองที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามา ทำให้ในใจยังคงตึงเครียด… แต่สำหรับตอนนี้ ค่ำคืนอันสงบในห้องของฉันยังคงเป็นสิ่งล้ำค่า
เมื่อไขกุญแจและก้าวเข้าไปในห้อง ฉันสูดลมหายใจลึก
ความคุ้นเคยของบรรยากาศรอบตัวช่วยคลายความกังวลลงได้บ้าง
ฉันวางเข็มกลัดบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดนั่งลงและจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เริ่มลงมือเขียนแผน
อันดับแรก—ฉันต้องทำให้ตำแหน่งของฉันกับโรสมั่นคง และเข้าใจกลยุทธ์ของเธออย่างถ่องแท้
‘ใช่แล้ว…’
ฉันน่าจะต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับธีโอด้วย…
…
ในขณะเดียวกัน—ในอีกฟากหนึ่งของโรงเรียน—โรสกำลังก้าวไปตามโถงทางเดินอันว่างเปล่าของเฮฟเวนลีย์ ฮอลล์
บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มอ่อนโยนที่แทบไม่เคยปรากฏมาก่อน ความอบอุ่นแผ่วเบาแผ่ซ่านอยู่ในอก ราวกับความสุขกำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อยโดยที่เธอไม่รู้ตัว
"ฮืม~ ฮืม~"
เสียงฮัมเพลงไพเราะ—บททำนองที่แม่ของเธอมักร้องให้ฟังเสมอ—ไหลรินไปตามทางเดินเงียบสงบ แผ่วก้องสะท้อนเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของเธอ
บรรยากาศรอบตัวดูจะเบาสบายขึ้น เหมือนอนาคตจะมีแต่สิ่งดีรออยู่ข้างหน้า
‘เขาตอบตกลงแล้ว…’
เมื่อขั้นตอนแรกของแผนได้รับการยืนยันจากคนที่เธอเฝ้าปรารถนา ตอนนี้ทุกสิ่งก็พร้อมจะถูกขับเคลื่อนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ความรู้สึกที่เธอมีต่อไรลีย์นั้นไม่คุ้นเคย แต่ในสัญชาตญาณของเธอกลับรู้… หากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป วันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
แม้หัวใจของเขาอาจจะเป็นของใครอีกคน…
‘ฉันจะค่อย ๆ เดินไปทีละก้าว’
เมื่อเธอก้าวขึ้นเป็นประธานสภานักเรียน คู่แข่งทุกคนที่อาจท้าทายก็จะหายไปจากสมการ
เวลาของไรลีย์—ความสนใจของเขา—จะถูกผูกไว้กับเธอเพียงคนเดียว
เธอวาดภาพอนาคตที่การพบเจอระหว่างทั้งคู่จะลึกซึ้งขึ้น สายสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้น และทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้าจะนำพาเขามาใกล้เธอมากขึ้น
หัวใจเธอเต้นแรงราวกับพร้อมจะกระโดด ความคาดหวังและความตื่นเต้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก
เธอแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นวันที่แผนของเธอกลายเป็นความจริง—วันที่ไรลีย์จะอยู่เคียงข้างเธอ เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของโรงเรียน
ตำแหน่งประธานไม่ใช่เพียงเป้าหมาย… แต่มันคือหนทางที่จะตรึงตำแหน่งของเธอในชีวิตของเขา
เพื่อให้เขามองเห็นเธอเป็นมากกว่าเพียงพันธมิตร… แต่เป็นคนสำคัญ
‘ในเมื่อคุณพ่ออยากให้ฉันเข้าสภาอยู่แล้ว ฉันมั่นใจว่าท่านจะยินดียิ่งกว่าถ้าฉันได้เป็นประธาน’
โถงทางเดินดูสว่างไสวขึ้นราวกับมีแสงอบอุ่นโอบล้อม อากาศก็พลันเบาลงทุกฝีก้าว
หัวใจของเธอเต็มเปี่ยมด้วยความหวังและความทะเยอทะยานที่ลุกโชน
"หืม?… คุณหนูโรส…"
เสียงเรียกดังขึ้น ทำให้เธอหยุดก้าว
ดวงตาของโรสค่อย ๆ หันไป และหยุดลงที่ร่างของหญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความงามเฉียบคม
เธอเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวในโรงเรียนที่สวมเครื่องแบบสีขาวสะอาดตา—ชุดประจำตัวที่ไร้ซึ่งสิ่งใดเปื้อนหมอง และเป็นเอกลักษณ์ของเธอเพียงผู้เดียว…
"ฝ่าบาท… เจ้าหญิงสโนว์"
โรสเอ่ยขึ้นพร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย เสียงทักทายเรียบนิ่งแต่แฝงความนอบน้อม
"ไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่" สโนว์กล่าว พลางพินิจเธอด้วยสายตาสงบ
สโนว์รู้ดีว่าโรสเป็นคนที่มีบุคลิกเฉพาะตัว—ลึกลับและชอบเก็บตัว ไม่ใช่คนที่จะมาปรากฏตัวในสถานที่เช่นนี้บ่อยนัก
แม้ตอนนี้พวกเธออยู่บนชั้นสามของเฮฟเวนลีย์ ฮอลล์ ซึ่งเป็นอาคารของสภานักเรียน แต่สโนว์ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเพียงเจ้าหน้าที่ที่ยืนต้อนรับเธอด้านล่างก็เพียงพอจะรบกวนคนอย่างโรสแล้ว
"คุณมาที่นี่เพื่อพบประธานหรือคะ?" สโนว์ถามขึ้นตรง ๆ
"ไม่เชิงค่ะ… ฉันมาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ของฉัน"
"หน้าที่?"
"ใช่…"
โรสค่อย ๆ ดึงเข็มกลัดอีกชิ้นออกมา—เข็มกลัดที่เหมือนกับอันที่เธอเพิ่งมอบให้ไรลีย์—แล้วยื่นให้สโนว์ดู
"ตอนนี้ฉันเป็นสมาชิกของสภานักเรียนแล้วค่ะ"
ดวงตาของสโนว์กระตุกเล็กน้อย เป็นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เธอจะเรียกสติกลับมาและคงสีหน้าเดิม
"อย่างนั้นหรือ… ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ คุณหนูโรส ฉันไม่คิดว่าคุณจะเข้าร่วมสภาเลย หลังจากที่ได้เห็นคุณ… ก็ไม่เหมือนคนที่สนใจการเมืองสักเท่าไร"
"ฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าร่วมเหมือนกันค่ะ แต่ในเมื่อมีตำแหน่งว่าง และมันดูเหมือนจะสนุก… ฉันก็คิดว่า—ทำไมจะไม่ลองล่ะ? ใช่ไหมคะ?"
"ฟุฟุ… อย่างนั้นหรือคะ? งั้นฉันก็คงจะคาดหวังเห็นความกระตือรือร้นจากคุณหนูโรสมากขึ้นในอนาคตได้สินะ"
"ค่ะ"
ในขณะที่ทั้งคู่แลกเปลี่ยนบทสนทนา แววความเยือกเย็นและการคำนวณก็ฉายขึ้นในดวงตาของพวกเธออย่างไม่ปิดบัง
สโนว์มองว่าความสนใจด้านการเมืองของโรสเกิดขึ้นกะทันหันอย่างน่าสงสัย แต่เธอก็รู้ว่าการขุดคุ้ยในเวลานี้จะมีแต่ก่อให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น… โรสดูจะมีบางอย่างแตกต่างออกไปจากเดิม
‘ปกติแล้ว เธอคงเพิกเฉยต่อคำพูดของฉันโดยไม่ลังเล แม้ในเรื่องของมารยาท…’
แต่ครั้งนี้ โรสกลับตอบรับอย่างนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
สถานการณ์ชวนให้สโนว์รู้สึกขัดใจ เธอจับตามองโรส ความคิดไหลเวียนในหัวด้วยความเร็วที่แทบตามไม่ทัน
‘เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่ โรส? เกมที่เธอกำลังเล่นคืออะไร?’
แม้การแลกเปลี่ยนระหว่างพวกเธอจะยังคงสุภาพ แต่ความตึงเครียดที่แผ่วอยู่ในอากาศก็ปฏิเสธไม่ได้
ทั้งสองต่างตระหนักดีว่าฝ่ายตรงข้ามมีศักยภาพที่จะเป็นได้ทั้งพันธมิตรและภัยคุกคาม
การเข้ามามีบทบาทของโรสในสภานักเรียนครั้งนี้ ได้เพิ่มน้ำหนักใหม่ให้แก่สมการอำนาจอันซับซ้อนของโรงเรียน
"คุณรู้หรือไม่ว่าสภานักเรียนค่อนข้างเรียกร้องมาก มันต้องการทั้งความทุ่มเทและ… จิตใจที่พร้อม คุณมั่นใจจริงหรือว่าพร้อมสำหรับสิ่งนั้น คุณหนูโรส?" สโนว์ซักไซ้
รอยยิ้มของโรสยังคงมั่นคงไม่ไหวติง
"ฉันเชื่อว่าฉันพร้อมค่ะ"
ว่าพลาง เธอก็ปลดปล่อยออร่ามานาสีทองแผ่วเบาแผ่ไปรอบตัว
"ไม่มีปัญหาไหนที่ฉันเคยเผชิญ แล้วฉันไม่ชนะ"
"ฉันเข้าใจแล้ว…"
สโนว์พยักหน้ารับคำตอบของโรส แววตาเย็นเฉียบอ่อนลงเพียงเล็กน้อย—ราวกับเพิ่งถูกเตือนแผ่วเบาว่าเธอกำลังสนทนากับใคร
‘อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้… ความมั่นใจของเธอเปล่งประกายเมื่อเธอเอาจริง’
"เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้วค่ะ ฝ่าบาท ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ" โรสเอ่ยปิดบทสนทนา
"อ่า… ใช่" สโนว์ตอบรับพร้อมโบกมือเล็กน้อยให้เธอ
ทว่าทันใดนั้น ความคิดบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจมาหลายวันก็ผุดขึ้น
"เดี๋ยวก่อน!"
โรสหยุดเดิน "มีอะไรคะ?"
"เ… เกี่ยวกับ… คำ…"
"คำ?"
"ข่าวลือ" สโนว์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ "มีบางเรื่องที่เป็นหัวข้อพูดถึงกันมากในหมู่นักเรียนช่วงนี้… เกี่ยวกับข่าวลือบางอย่าง"
"ข่าวลืออะไรคะ?"
"เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่เมื่อไม่นานมานี้ คุณไปเดทแบบโรแมนติกกับชายหนุ่มผมบลอนด์หน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง?" สโนว์ถาม พลางบังคับสีหน้าให้คงความเยือกเย็นไว้
สำหรับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างเธอ การให้ความสนใจกับเสียงซุบซิบของเหล่านักเรียนถือเป็นเรื่องน่าละอาย—แต่ถึงอย่างนั้น ความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะทุกอย่าง
โรสเงียบไปเพียงครู่ ก่อนพยักหน้า "ใช่ค่ะ? ฉันว่ามันก็ถือว่าเป็นเดทโรแมนติกนะ ไรลีย์คุยสนุกมากเลยล่ะ—" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง
"ร… ไรลีย์…? ฉ… ฉันเข้าใจแล้ว"
แม้สโนว์จะจงใจไม่เอ่ยชื่อออกมาในคำถาม เพื่อเก็บความหวังเล็ก ๆ ว่าอาจไม่ใช่คนที่เธอคิด แต่คำตอบของโรสก็พังทลายความหวังนั้นลงในทันที
"มีแค่นี้หรือเปล่าคะ?" โรสถามอย่างสุภาพ
"อ่า… ใช่ค่ะ ขออภัยที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณ"
โรสโค้งคำนับก่อนหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้สโนว์ยืนอยู่ในความเงียบ ลึกลงในห้วงความคิดของตัวเอง
…
ขณะที่โรสก้าวไปตามโถงทางเดิน รอยยิ้มเย้ยหยันก็ฉายขึ้นบนใบหน้า
สีหน้าของสโนว์—แม้จะอ่านได้ยาก—แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือภาพที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
เธอรู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับไรลีย์ต้องกลายเป็นหัวข้อซุบซิบในไม่ช้า แต่เธอไม่คาดคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อเจ้าหญิงได้ถึงเพียงนั้น
นี่เป็นพัฒนาการที่น่าสนใจ และเธอตั้งใจจะเก็บไว้เป็นหนึ่งในไพ่ลับ ระหว่างที่เดินหน้าตามแผนต่อไป
ในอีกด้านหนึ่ง สโนว์ยังคงจ้องมองร่างของโรสที่ค่อย ๆ ไกลออกไป
อารมณ์หลากหลายตีกันวนอยู่ในใจ ดวงตาสีแดงคู่นั้นค่อย ๆ ขุ่นหมองลงทุกวินาที
การยืนยันเรื่องเดทระหว่างโรสกับไรลีย์ กลายเป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงเธอ—ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่อาจนิยามได้
มันคือความหึงหวง… หรือเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นกันแน่?
ไม่ว่าอย่างไร มันก็เพียงพอที่จะทำให้ใจเธอไม่สงบ
เธอรู้ดีว่าควรจะมุ่งสมาธิไปที่เป้าหมายของตัวเอง แต่การที่ไรลีย์ก้าวเข้ามาในชีวิตของโรส… ได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่ซับซ้อนให้กับทุกสิ่ง