CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 164

บทที่ 163: เทพเจ้าและมังกร ......

บทที่ 163: เทพเจ้าและมังกร ......

“เทพงั้นเหรอ? ไม่... ยังไม่เคยเจอเลย”

คำตอบของเขามาอย่างรวดเร็ว และสุมารุสามารถรับรู้ได้ถึงความจริงที่แผ่ซ่านออกมาจากคำพูดนั้น

‘ความจริง…’

สุมารุคิด ดวงตาแคบลงขณะสายฟ้าแตกกระจายรอบตัว

เขาไม่อยากเชื่อ แต่มันคือความจริงที่ชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้

สิ่งที่ชายหนุ่มพูด คือ ความจริงแท้ ๆ เขาไม่เคยพบเทพที่เกาะติดเขาเลย

มันไม่สมเหตุสมผลเลย… จิตใจของสุมารุวิ่งวุ่น พยายามประกอบชิ้นส่วนของปริศนาเข้าด้วยกัน

ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังของเทพธิดาชั่วร้ายคนนั้น… ยังไม่เคยพบเธอ?

ไม่ใช่ในความฝัน ไม่ใช่ในนิมิต

ไม่แม้แต่จะถูกครอบงำ?

ปกติแล้ว เมื่อเทพแสดงความสนใจต่อมนุษย์ มักจะมีสัญญาณเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นนิมิต เหตุการณ์ประหลาด หรือความรู้สึกว่ามีบางสิ่งจับตามองอยู่ตลอดเวลา

แต่ในคำพูดของเขา ไม่มีสิ่งใดสะท้อนออกมาแม้แต่น้อย

ยิ่งในท่าทีของเขาก็ไม่ต่างกัน ไร้ซึ่งร่องรอยของการถูกแตะต้องจากเทพ

สุมารุเตรียมใจไว้แล้วว่าจะฆ่าเด็กผู้ต้องคำสาปที่ยืนอยู่ต่อหน้า แม้จะต้องรับมือกับความพิโรธของเทพเจ้าที่จับตาเขาก็ตาม

เขารู้ดีว่าความเสี่ยงมีอยู่ แต่เหตุผลก็ชัดเจน การป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอ

ปล่อยให้ชายหนุ่มคนนี้มีชีวิตอยู่ ทั้งที่ถูกแต้มด้วยรอยของเทพธิดาชั่วร้าย… นั่นอาจนำภัยพิบัติมาสู่โลก

สุมารุจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด

เขาเคยเห็นผลลัพธ์ของเรื่องแบบนี้มาแล้ว นานมาแล้ว นับพันปี

และเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมให้ฝันร้ายหวนกลับมาในยุคนี้

เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่แค่ผู้ถูกแต้มด้วยโชคร้าย เขาอาจเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง

สัญชาตญาณร้องบอกให้ลงมือเสียตอนนี้

บดขยี้ร่างร่างนี้ก่อนที่เทพธิดานั้นจะได้ครอบครองเขาอย่างสมบูรณ์

ต่อให้คำพูดของชายหนุ่มจะเป็นความจริง…

แต่การปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ ก็ยังเป็นความเสี่ยงที่มากเกินไป

อนาคตที่สงบสุข ปราศจากเงาของเทพธิดาแห่งความมืด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาในตอนนี้

กล้ามเนื้อของสุมารุเริ่มตึงเครียด เตรียมพร้อมจะจู่โจม

กรงเล็บอันแหลมคมของเขาขยับเล็กน้อย สะท้อนแสงวาววับอย่างอันตราย

พายุในตัวเขาแทบจะระเบิดออกมาในพริบตา

อากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหว ความเข้มข้นของพลังไฟฟ้าในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ความมุ่งมั่นของสุมารุเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ก่อนที่เขาจะลงมือ เสียงเล็ก ๆ แห่งความลังเลก็ผุดขึ้นในใจ

ความจริงที่เขาเห็นในคำพูดของเด็กหนุ่ม มันชัดเจนเกินกว่าจะละเลย

ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะฟังดูไม่น่าเชื่อแค่ไหน

เด็กคนนี้… ยัง ไม่เคย พบเทพธิดานั้น

‘เป็นไปได้ไหม… ว่าเขายังสามารถช่วยเหลือได้?’

ดวงตาสีฟ้าเข้มของสุมารุจ้องลึกเข้าไปในวิญญาณของชายหนุ่ม

และในขณะนั้น ความคิดหนึ่งก็ก่อตัวขึ้น

โอกาสหนึ่งทางเลือกที่เขาไม่เคยพิจารณามาก่อน

ในเด็กหนุ่มคนนี้ เขาไม่เพียงเห็นแค่คำสาป…

แต่เขายังเห็น ความเป็นไปได้

หากเขาฆ่าเด็กคนนี้ตอนนี้ นั่นอาจถือเป็นการท้าทายโดยตรงต่อเทพธิดาแห่งความมืด เอเรบิล

ใครจะรู้ว่าเธอจะตอบโต้กลับยังไง?

ความวุ่นวายที่ไร้รูปแบบอาจกระจายไปทั่วโลกเพราะความพิโรธของเธอ

ความคิดนั้นทำให้ความกังวลแทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณแห่งเทพของเขา

สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ คือการเชื้อเชิญเทพธิดาผู้ชั่วร้ายให้ลงมาทำลายโลก

แต่ถ้าเขาเก็บเด็กคนนี้ไว้ใกล้ตัว

ถ้าเขาสามารถกักขังโชคชะตาแห่งความมืดที่พันธนาการจิตวิญญาณของเด็กคนนี้ไว้ได้

บางทีอาจมีหนทางอื่น

การใช้พลังของเทพอีกองค์หนึ่ง เพื่อควบคุมและปิดผนึกพลังมืด อาจเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้

มันไม่ปราศจากความเสี่ยง

แต่มันจะทำให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมมากกว่า

แทนที่จะปล่อยให้เอเรบิลครอบครองเขาเต็มที่ สุมารุสามารถปกป้องเขาแทนไว้ได้

สามารถผูกโชคชะตาของเขาไว้กับสัญญาแห่งเทพ

และทำให้พลังของเธอถูก “ตรึง”

“เจ้าลูกมนุษย์ผู้ต้องคำสาป…” สุมารุคำราม เสียงแฝงด้วยพายุแห่งอดีต

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย ขณะที่ตอบรับเสียงเรียกนั้น

“ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร... แต่ดูเหมือนเจ้าได้ดึงดูดความสนใจจากเทพธิดาผู้โสมมที่สุดในหมู่เทพทั้งหมด”

สุมารุกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ราวกับคำตัดสินของสวรรค์

“โชคชะตาของเจ้าถูกผูกไว้กับความมืดสนิทแล้ว

เงาของเธอเริ่มทอดผ่านวิญญาณของเจ้าอย่างชัดเจน

ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม เจ้าจะตาย ก่อนที่กาลเวลาจะมอบความตายอันสงบให้แก่เจ้าเสียอีก”

ชายหนุ่มเงียบฟัง ดวงตาไม่ไหวเอน

ราวกับว่าเขาได้ยอมรับความจริงนั้นมานานแล้ว

ยอมรับโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง ยอมรับความมืดที่รออยู่เบื้องหน้า

ในแววตานั้นมีความว่างเปล่า

แต่ภายในความว่างเปล่านั้น สุมารุกลับเห็นบางสิ่ง

ประกายของการต่อต้าน เปลวไฟแห่งการขัดขืนต่อโชคชะตาที่ต้องการกลืนกินเขา

สุมารุอดไม่ได้ที่จะยิ้ม

มีบางอย่างในความเงียบงันนั้นที่น่าเคารพ การปฏิเสธจะยอมจำนน

แม้แต่ต่อโชคชะตาที่ไร้ทางหลีกก็ตาม

“เจ้าลูกมนุษย์ผู้ต้องคำสาป…” สุมารุเอ่ยอีกครั้ง คราวนี้เสียงเขานุ่มขึ้นเล็กน้อย

“จงทำพันธสัญญากับข้า และยอมรับพรของข้า…”

ข้อเสนอของสุมารุแขวนอยู่ในอากาศ… เงียบงันดั่งพายุที่ยังไม่พัดมา

เขารู้ดีว่าสิ่งที่ตนเอ่ยออกไปไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

พันธสัญญาแห่งเทพ คือความผูกพันที่จะโยงโชคชะตาของทั้งสองเข้าด้วยกัน

พวกเขาจะไม่ใช่แค่ “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” อีกต่อไป

แต่จะกลายเป็นผู้แบกรับผลของอีกฝ่ายร่วมกัน

สำหรับเด็กหนุ่ม นี่คือโอกาสที่จะหลบหนี

หรืออย่างน้อย… ก็ยืดเวลาออกไปจากโชคชะตาอันดำมืดที่รอเขาอยู่

สำหรับสุมารุ นี่คือการเดิมพันที่มีชั้นเชิง

วิธีเดียวที่จะจับตามองเด็กคนนี้อย่างใกล้ชิด และหากเป็นไปได้… อาจจะต่อต้านเทพธิดาผู้นั้นได้ในที่สุด

ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างเล็กน้อย

ประกายแห่งความขัดขืนในแววตายิ่งสว่างไสว ขณะเขาตระหนักถึงน้ำหนักของข้อเสนอ

นี่คือเส้นเชือกที่ถูกโยนมาให้คนที่กำลังจมน้ำ

แต่เส้นเชือกเส้นนั้น… ก็มีโซ่ตรวนร้อยอยู่ด้วย

หากเขายอมรับ ก็หมายถึงการผูกพันชีวิตไว้กับเจตจำนงของเทพ

ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การปกป้อง… และสายตาอันเคร่งครัดของสุมารุ

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือโอกาส

โอกาสที่จะลุกขึ้นสู้กับความมืด

โอกาสที่จะขัดขืนโชคชะตาที่พยายามกลืนกินเขา

สุมารุจับตามองอย่างใกล้ชิด

เสียงแตกเปรี๊ยะของสายฟ้าที่เคยดังกึกก้องเริ่มสงบลง ขณะที่เขารอคำตอบของอีกฝ่าย

“…ขออภัยครับ แต่ฉันทำไม่ได้”

น้ำเสียงของเด็กหนุ่มมั่นคง แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดาย

“งั้นก็ให้ข้าดำเนิน—ว่าไงนะ?” คิ้วของสุมารุกระตุกเล็กน้อย ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

เขาว่าไงนะ ทำไม่ได้?

ความอวดดีของมนุษย์คนนี้… กล้าปฏิเสธข้อเสนอจากเทพ?

“เจ้ากำลังปฏิเสธข้างั้นรึ เจ้ามนุษย์ผู้ต้องคำสาป?”

น้ำเสียงของสุมารุถลำลึกลงไปอย่างอันตราย กลิ่นอายแห่งความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมา

ความคิดที่ว่า มนุษย์ตนหนึ่งจะกล้าปฏิเสธข้อเสนอของเขา แม้แต่จะคิด เขาก็ยังไม่เคยคิดมาก่อน

“เปล่า ฉันไม่ได้ปฏิเสธ”

เด็กหนุ่มตอบกลับ พลางรับรู้ได้ถึงพายุที่กำลังก่อตัวในจิตใจของเทพ

“ข้อเสนอของท่าน… ช่างมากเกินพอสำหรับมนุษย์คนหนึ่งอย่างฉันจริง ๆ

แต่เหตุผลที่ฉันไม่สามารถทำพันธสัญญากับท่านได้ คือจิตวิญญาณของฉัน… ถูกผูกไว้กับผู้อื่นแล้ว”

เขาหยุดชั่วครู่ พยายามเลือกถ้อยคำให้ระมัดระวัง

“แม้ฉันจะสามารถยอมรับพลังของท่านได้ในระดับหนึ่ง…

แต่พันธสัญญาในตอนนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เพราะฉันยังไม่มีพลังพอที่จะรักษาสมดุลของพลังเวทระหว่างเรา”

ดวงตาของสุมารุหรี่ลงขณะซึมซับข้อมูลนี้

“เจ้ามีพันธะงั้นรึ?”

“…ครับ”

คำตอบนั้นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ อัดแน่นด้วยแรงดันมหาศาลที่แม้แต่สายฟ้ายังต้องเงียบ

เปรี๊ยะะะะ—!

กระแสไฟฟ้ารอบตัวสุมารุแตกระเบิดออกมา

ความโกรธของเทพเจ้าที่กำลังถูกท้าทายเริ่มเกือบถึงจุดปะทุ

มนุษย์ผู้นี้… กล้าเปรียบเทียบพันธะของตน กับพันธสัญญาที่เทพเช่นเขามอบให้?

มันคือการลบหลู่ขั้นสูงสุด

แต่แม้ในความโกรธนั้น สุมารุก็ไม่ได้ปล่อยให้อารมณ์บดบังเหตุผล

เพราะสิ่งที่มนุษย์คนนี้พูด มันคือความจริง

การผูกพันกับเทพทั้งที่ยังมีพันธะเดิมอยู่แล้ว

ก็ไม่ต่างอะไรกับการพยายามเทน้ำสองแกลลอนใส่ถ้วยใบเดียว

มันไม่ได้แค่ “ไม่เหมาะสม”

แต่มันคือความเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ความไม่สมดุลของพลังเวทจะฉีกเด็กคนนี้ออกเป็นเสี่ยง ๆ

และต่อให้เป็นเขา เทพผู้มีพลังเทียบเท่าพายุสวรรค์ ก็ไม่อาจช่วยชีวิตนี้ไว้ได้

ดวงตาของสุมารุลุกวาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์

กรงเล็บของเขาแตกระเบิดด้วยพลังสายฟ้าที่สะสมเอาไว้

“แสดงตัวผู้รับพันธะของเจ้าออกมา!”

เสียงของเขาดังกระหึ่มดั่งสายฟ้าแลบจากสวรรค์ สะท้อนก้องทั่วหุบเขา

ถ้าเด็กคนนี้มีพันธะอยู่แล้ว ก็ไม่ยาก

เขาจะทำลายพันธะนั้นเสีย

แล้วเด็กคนนี้ก็จะเป็นอิสระ… พร้อมจะรับพันธสัญญาจากตนโดยสมบูรณ์

ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง ความลังเลผุดขึ้นในจิตใจ

“แต่—”

“เดี๋ยวนี้ เจ้าผู้ต้องคำสาป!!”

เสียงของสุมารุไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง

เขาคือเทพ และเจตจำนงของเทพก็คือกฎสูงสุด

เด็กคนนี้มีเพียงสองทางเลือก—เชื่อฟัง… หรือถูกทำลาย

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพยักหน้าอย่างยอมจำนน

[สกิล: อัญเชิญพายุหมาป่า]

“จงมาเถิด… ไรจิน”

อากาศรอบตัวเขาสั่นไหว

ราวกับความเป็นจริงเองก็เริ่มบิดเบี้ยวตามเจตจำนงของเขา

อุณหภูมิดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

และท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใส บัดนี้กลับถูกพายุเมฆครึ้มปกคลุมทันที

เมฆเหล่านั้น… มิใช่เมฆธรรมดา

แต่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า—พลังแห่งพายุเทพ ที่สะท้อนถึงตัวสุมารุเอง

แน่นอน… พลังนี้ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ

เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพลังเทพ

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันคือ ของจริง

ครืนนนน~!

ครืนนน~!

พื้นดินสั่นสะเทือน เมฆพายุหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

และเมื่อความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด—

เปรี้ยงงง!!!

สายฟ้าสีทองพุ่งลงมาจากท้องฟ้า

แสงสว่างเจิดจ้าทะลวงท้องฟ้า

ผืนดินแตกระเบิดด้วยแรงปะทะ

ไรจิน หมาป่าแห่งพายุ—ปรากฏกายลงสู่พื้นโลก

มันคืออสูรอันน่าเกรงขาม ขนของมันคล้ายกลุ่มเมฆหมุนวนไม่หยุด

ดวงตาสว่างวาบด้วยประกายของพายุที่เกือบควบคุมไม่อยู่

อากาศรอบตัวมันชื้นและหนักแน่น

เต็มไปด้วยไฟฟ้าสถิตที่แผ่ซ่านออกมาทุกวินาที

เสียงขู่ของมันดังกระหึ่ม

แสดงออกถึงอำนาจไม่ต่างจากพายุที่ให้กำเนิดมัน

ขนาดร่างของมันมหึมา…

เกือบเทียบได้กับร่างจำแลงของสุมารุเอง

และที่น่าตกใจกว่าอะไรทั้งหมด พลังของมันคล้ายกับสุมารุอย่างน่าเหลือเชื่อ

แสงของพายุในสายเลือด

พลังแห่งฟ้าที่หมุนวนอยู่ในวิญญาณ

แต่ถึงแม้จะน่าชื่นชมเพียงใด…

สุมารุไม่อาจยอมให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

ดวงตาของเขาหันจากหมาป่ากลับมามองเด็กหนุ่ม

แววตาของเขาสั่นไหวชั่วขณะ—ความสงสาร? ความลังเล?

เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น—ก่อนที่จะถูกลบหายไปด้วยหน้าที่

เพื่อโลกนี้ เพื่อสมดุลของทุกสรรพสิ่ง—พันธะนี้… ต้องถูกทำลาย

โดยไม่ส่งสัญญาณใด ๆ

ดวงตาของสุมารุแข็งกร้าวขึ้นทันที

กรงเล็บของเขาเปล่งแสงสายฟ้าออกมา ราวกับกลายเป็นฟ้าผ่าแข็งแกร่งในรูปของอาวุธ

กล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาเครียดแน่น

พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วของสายฟ้าจริง ๆ

ทุกอย่างช้าลงในชั่วขณะ

ร่างของสุมารุกลายเป็นเส้นพลังงานสายหนึ่ง พุ่งตรงไปยังไรจิน

และในวินาทีที่กรงเล็บของเขากำลังจะฉีกหัวของหมาป่าทิ้ง—

มันเกิดขึ้น

เหตุการณ์เหนือความคาดหมาย—เร็วเกินกว่าที่แม้แต่เทพเจ้าก็จะเข้าใจได้ทัน

พลังมืดขนาดมหาศาลพลุ่งขึ้นจากพื้นดิน กลืนกินร่างของสุมารุในพริบตา

โลกบิดเบี้ยว

ทิวทัศน์ พื้นดิน อากาศ—ทุกสิ่งถูกฉีกออก

เขาไม่ได้อยู่บนภูเขาอีกต่อไป

ไม่ใช่ในโลกแห่งแสงอีกต่อไป

เบื้องหน้าเขาคือทะเลเลือดหนืดดำไม่มีที่สิ้นสุด

กลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก

ราวกับโลกนี้ถูกสร้างขึ้นจาก “ความตาย”

และจากใต้ผิวเลือด…

สองดวงตา—ดวงตาของสัตว์เลื้อยคลาน—ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา

ดวงตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เย็นเยือก เจ้าเล่ห์

รูม่านตาตั้งตรง ราวกับใบมีดที่เฉือนกลางความมืด

ดวงตาของนักล่า

สิ่งมีชีวิตที่โบราณเกินกว่ายุคเทพเจ้า

และแข็งแกร่งเสียจนแม้แต่ “เทพ” ก็อาจถูกกลืนกินได้ในพริบตาเดียว

'…มังกร'

แต่บางอย่างในตัวมัน—ต่างออกไป

พลังนี้ไม่ใช่แค่มังกรธรรมดา…

มันบริสุทธิ์เกินไป

ทำลายล้างเกินไป

ราวกับความวุ่นวายแห่งจักรวาลได้กลายเป็นตัวตน

‘นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?’

สุมารุคิด ขณะหัวใจของเทพผู้ไม่เคยหวั่นไหว—เริ่มเต้นแรงอีกครั้ง

ทำไมสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นถึงดำรงอยู่ได้โดยที่เขาไม่เคยล่วงรู้เลย?

เขาไม่เคยเห็น… ไม่เคยได้ยิน… แล้วมันหลบซ่อนจากสายตาของเทพเจ้ามาได้อย่างไร?

“เจ้า… เป็นใคร?” เขาพึมพำ

เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยินในแดนเลือดอันเงียบงันนั้น

สายตาเขากวาดมองความมืดรอบตัว

ตามหาต้นตอของพลังอันไม่อาจจินตนาการได้

และแล้ว… สายตาของเขาก็หยุดที่เงาร่างหนึ่ง

ยืนอยู่ตรงขอบสระเลือด

ราวกับอยู่นอกเหนือเขตแดนของโลกที่เขาเหยียบยืน

เธอเป็นผู้หญิง—งดงาม… แต่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด

เส้นผมสีขาวยาวพลิ้วไหวอยู่เบื้องหลัง

ตัดกับโลกสีเลือดรอบตัวจนดูเด่นชัดราวกับภาพลวงตา

ผิวของเธอซีดขาว เกือบจะโปร่งแสง

กลิ่นอายของเธอบิดเบือนความเป็นจริงรอบข้าง

เหมือนว่าแม้แต่กฎของโลกก็ต้องงอกราบต่อการมีอยู่ของเธอ

แต่สิ่งที่ตรึงสายตาของสุมารุไว้—คือดวงตาของเธอ

แดงฉาน… ราวกับนรกทั้งขุมถูกกลั่นเป็นแสงในแววตาคู่นั้น

เธอจ้องมองเขา—ไม่กระพริบ ไม่ไหวติง

แววตาเปี่ยมด้วยเจตจำนงแห่งความตายที่ไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียง

“แมวตัวหนึ่ง… กล้าดีนัก ที่แตะต้อง ของของข้า…”

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตพันปี

เบา… แต่ราวกับสายฟ้าแห่งพระเจ้า

สัญชาตญาณของสุมารุพลุ่งพล่านทันที

ความต้องการเอาชีวิตรอดเข้าควบคุมแทนเหตุผล

ที่นี่ไม่ใช่ที่เจรจา

ไม่มีโอกาสให้ถอนตัว

ไม่มีทางหนี

พลังที่แผ่ออกมาจากหญิงผู้นี้…

เหนือความเข้าใจของเทพเจ้าใด ๆ

เธอคือความว่างเปล่าที่มีชีวิต

คือขุมนรกที่ไม่มีจุดจบ

คือสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่… แต่กลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา

ความเป็นเทพ ซึ่งเคยเป็นความภาคภูมิใจของสุมารุ—

ในตอนนี้ กลับเล็กจ้อยและไร้ความหมายราวกับฝุ่นธุลี

สายฟ้าเริ่มระเบิดรอบกายเขา

องค์ประกอบธรรมชาติเริ่มตอบสนองต่ออารมณ์ของเทพพายุ

แต่เขาไม่ได้ใช้เหตุผลอีกต่อไปแล้ว

มีเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่าเท่านั้นที่ครอบงำจิตใจเขา

กรรรรร๊ากกกกกกกกกกก!!!

เสียงคำรามปะทุออกมาจากลำคอเทพ

ก่อนที่เขาจะพุ่งออกไปอย่างสายฟ้าเหินฟ้า

ร่างกลายเป็นพายุสายหนึ่ง มุ่งตรงไปยังหัวใจของเธอ

หากเขาสังหารเธอได้—เขาอาจหนีจากขุมนรกแห่งนี้ได้

ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำ ราวกับผ่านการต่อสู้มาหลายพันปี

แต่ขณะเขาเข้าใกล้หญิงสาว

เธอ… ไม่แม้แต่จะขยับตัว

ดวงตาแดงเพลิงของเธอ

มองเขาเหมือนกำลังดูเด็กคนหนึ่งงอแง

ไร้ซึ่งความกลัว

ไร้ซึ่งการป้องกันตัว

ไร้ซึ่งการ “ยอมรับ” ว่าเขาอาจเป็นภัยคุกคามได้

“เจ้าจะขึ้นสวรรค์กี่ครั้ง… ก็ยังเป็นแค่แมวตัวหนึ่งอยู่ดี…”

เสียงเธอเย็นชา ดั่งคำพิพากษาของโลก

“น่าขันจริง ๆ”

คำพูดนั้นเฉือนผ่านหัวใจของสุมารุ

กรีดผ่านศักดิ์ศรีของเทพเจ้าดั่งใบมีดเย้ยหยัน

ในสายตาของเธอ…

เทพเจ้าแห่งพายุก็แค่แมวตัวหนึ่ง

และแล้ว—เธอขยับ

ไม่ใช่คาถา ไม่ใช่เวท ไม่ใช่การโจมตี

เธอเพียงแค่… เปิดปาก

เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่ก็ ไม่พูด

เธอปิดปากลงอีกครั้ง—อย่างง่ายดาย

…และมันก็จบ

ครืนนนนนนน!!!

เปรี๊ยะะะะะ!!!

ตูมมมมมม!!!

ฟ้าบนระเบิดเป็นพายุสายฟ้า

สายฟ้าสีน้ำเงินทะยานไปทั่วท้องฟ้า

แผดเผาความมืดให้สว่างวาบในพริบตา

เสียงคำรามของฟ้าร้องดังสะท้าน

ราวกับจะฉีกผืนโลกให้แตกออก

สั่นสะเทือนแม้แต่แก่นของความเป็นจริง

เมื่อแสงจ้าหายไป พายุก็พลันจางหาย

เมฆดำหายไปจากฟ้า

ปล่อยให้แสงจันทร์คืนกลับมาอีกครั้ง

พระจันทร์สองดวงแขวนอยู่บนฟ้า

เงียบงันราวกับผู้เฝ้ามองเหตุการณ์

แสงจันทร์สีนวลรินไหลลงมา

อาบโลกทั้งใบให้ดู… ไม่สมจริง

ฉัน… ยืนนิ่ง

ดวงตาเบิกกว้าง

สมองเต็มไปด้วยคำถาม

เมื่อกี้… สุมารุกำลังพุ่งมาทางฉันใช่ไหม?

แต่ตอนนี้—เขาหายไปไหน?

ยังไม่ทันจะคิดอะไรให้ถนัด

ความรู้สึกอุ่น ๆ ชื้น ๆ ก็แตะเข้าที่ใบหน้า

เลีย…?

ฉันก้มลงมอง

และพบกับไรจิน—อยู่ในร่างหมาป่าธรรมดา

ดวงตาสีแดงของมันไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยวเหมือนก่อน

แต่กลับ… เป็นประกาย

มันเลียหน้าฉันเหมือนลูกหมา

เหมือนกำลังภาคภูมิใจอย่างไร้เหตุผล

“…แกภูมิใจเรื่องอะไรของฉันกัน?” ฉันพึมพำ

ทั้งงุนงง ทั้งขำกับท่าทีแปลกประหลาดของคู่พันธะของข้า

หางของมันแกว่งไปมา

ดวงตาสีแดง… กลับดูเหมือน มีความสุข

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์