CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 90

บทที่ 89: มีดสั้นคาราก้า 2

มันผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่การซุ่มโจมตีของโกเลมสีดำจบลง—และตลอดเวลานั้น ลิเลียนก็ยังไม่ยอมอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ความแข็งแกร่ง ความเร็ว และพลังที่พุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลันของเธอ… มันผิดปกติเกินไปสำหรับลิลี่ที่จะมองข้าม

ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน ลิเลียนยังเป็นคนเอ่ยปากขอพัก—แต่ตอนนี้เธอกลับก้าวนำหน้าอย่างสบายราวกับมีพลังไม่สิ้นสุด และแม้เธอจะพยายามทำตัวให้ดูปกติ ลิลี่ในฐานะฝาแฝดก็สัมผัสได้ชัด—ลิเลียน…ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ฉันบอกพี่ไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ พี่สาว—”

“ลิเลียน… เราหยุดเรื่องไร้สาระนี้กันซะที ได้ไหม?”

ฝีเท้าของทั้งคู่หยุดลง แววตาประสานกันตรงกลางทาง

“ฉันเห็นเธอโดนโจมตีต่อหน้าต่อตา เห็นเธอเกือบจะตายอย่างชัดเจน!” เสียงลิลี่สั่นเครือ—ผสมระหว่างโกรธและห่วงใย “เธอจะทำเป็นไม่ใส่ใจราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ไม่ได้! เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่?”

ลิเลียนถอนหายใจ ความขี้เล่นที่เคยมีค่อย ๆ เลือนหาย “หึย~ เราเพิ่งคุยเรื่องนี้กันไม่กี่วันก่อนเองใช่ไหมคะ? ฉันรู้ว่าพี่เป็นห่วง… และพี่ก็มีสิทธิ์จะเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้เราต้องโฟกัสที่การเอาชีวิตรอด เรื่องอื่นไว้ทีหลัง”

“ไม่ ลิเลียน—เราต้องคุยกัน ตอนนี้” ลิลี่กดเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเพื่อได้พลังนั้นมา… มันไม่เป็นธรรมชาติ ฉันสัมผัสได้”

ลิเลียนชะงักไป ก่อนจะยอมพูด “ก็ได้… มีสิ่งมีชีวิตหนึ่ง เธอเสนอข้อตกลงให้ฉัน—ทางเดียวที่จะช่วยพี่และกำจัดปีศาจตัวนั้นได้… ฉันก็เลยรับมัน”

ดวงตาลิลี่เบิกกว้าง “ข้อตกลง? …กับใคร?”

“ฉัน…ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร” น้ำเสียงลิเลียนอ่อนลง “แต่เธอให้หินลึกลับกับฉัน มันคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีพลังพอสู้กลับได้”

สายตาลิลี่เลื่อนไปมองทิศทางที่น้องสาวชี้—และแววความหวาดระแวงกับกังวลฉายชัดในดวงตา “แล้ว…ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ?”

แม้ลิเลียนจะไม่ตอบตรง ๆ แต่ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจลิลี่ทันที—มีเพียงไม่กี่สิ่งในโลกที่มอบพลังได้… และด้วยความเร็วที่น้องสาวแข็งแกร่งขึ้น มันทำให้เธออดคิดถึงสิ่งมีชีวิต นั้น ไม่ได้

“ฉันไม่รู้… แต่ก็ไม่สำคัญใช่ไหม?”

“ไม่สำคัญ? ลิเลียน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอทำข้อตกลงกับตัวอะไร! เธอรู้ใช่ไหมว่าจากสิ่งมีชีวิตที่ดูศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด มีเพียงปีศาจเท่านั้นที่มอบพลังโดยแลกกับบางอย่าง”

“ถ้าฉันไม่ทำ เราสองคนก็ตายไปแล้วนะพี่! สิ่งสำคัญคือเราปลอดภัย—ใช่ไหม? งั้น…เราลืมเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ ค่อยคุยกันทีหลัง ฉันจะเล่าให้ฟังทุกอย่างอย่างละเอียด ตอนนี้…ไปหามรดกของอาจารย์กันเถอะ”

ความกังวลยังคงฉายชัดในดวงตาลิลี่ แต่เธอก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ เธอรู้—น้องสาวพูดถูก พวกเธอต้องโฟกัสที่ภารกิจ… ถึงอย่างนั้น ความไม่สบายใจก็ยังคงค้างคา เป็นเงาหม่นที่ปกคลุมสายสัมพันธ์ของพวกเธอ

“…ก็ได้” ลิลี่ตอบแผ่วเบา “แต่เธอสัญญานะ ว่าเราจะคุยเรื่องนี้อีกที”

“ฉันสัญญา” ลิเลียนยิ้มบาง “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”

พวกเธอเริ่มออกเดินอีกครั้ง ปีนสูงขึ้นสู่ภูเขา อากาศเย็นจัดขึ้นทุกย่างก้าว เส้นทางคดเคี้ยวและอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่บทสนทนาที่ผ่านมา… กลับทิ้งน้ำหนักไว้ในใจมากกว่าการปีนป่ายใด ๆ

เมื่อใกล้ถึงยอด ลมก็หอนแทรกเข้ามาในโสตประสาท พัดพาความรู้สึกไม่สบายใจมาด้วย หมอกหนาปกคลุมยอดเขาจนแทบมองไม่เห็นเส้นทาง—แต่ความมุ่งมั่นในหัวใจของทั้งคู่ยังคงลุกโชนไม่ดับ

ลิเลียนก้าวนำอย่างมั่นคง ร่างเล็กปราดเปรียวของเธอเคลื่อนไปบนพื้นหินที่เต็มไปด้วยรอยแตกและความลื่นไถลราวกับไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้

พลังที่เพิ่งได้มาเหมือนทำให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งกับภูมิประเทศรอบตัว ขณะที่ลิลี่เดินตามหลังอย่างใกล้ชิด ดวงตาไม่เคยละจากแผ่นหลังน้องสาว—ทั้งเพื่อระวังภัยและเพราะความรู้สึกไม่ไว้ใจที่ยังคงกวนใจ

แม้ความไม่แน่นอนของเส้นทางข้างหน้าจะน่าหวาดหวั่น แต่หัวใจของพวกเธอก็ยังมั่นคง และแล้ว… ยอดเขาก็ปรากฏตรงหน้า—พร้อมศาลเจ้าขนาดเล็กที่ครึ่งหนึ่งถูกฝังอยู่ในหิมะขาวโพลน

นี่คือเป้าหมายของการเดินทาง—มรดกของอาจารย์ เหตุผลที่พวกเธอต้องเผชิญเส้นทางอันตรายไม่รู้จบ ก้าวเท้าของทั้งคู่ช้าลงเมื่อเข้าใกล้ บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนสามารถได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง

“นี่คือที่…” ลิเลียนกระซิบ น้ำเสียงผสมความปลาบปลื้ม “เรา…ทำได้แล้ว”

“ใช่…” ลิลี่พึมพำ สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เธอคาดไว้ว่าสถานที่บนยอดเขาขนาดมหึมาจะเต็มไปด้วยอากาศเบาบางและความหนาวเหน็บ แต่กลับตรงกันข้าม—ที่นี่อบอุ่น สบาย และ…เงียบจนผิดปกติ

‘ไม่มีปีศาจเลย…’

ตั้งแต่การปะทะกับโกเลมสีดำ ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นปรากฏตัวอีก นอกจากกับดักของอาจารย์ที่โผล่มาเป็นระยะ—ไม่มีกองทัพ ไม่มีปีศาจ ไม่มีอสูรเฝ้าทาง

“ฉันคิดว่าจะมีแค่ศาลเจ้า… แต่นี่มันดูเหมือนหมู่บ้านเล็ก ๆ เลยนะ?” ลิเลียนเอ่ย พลางมองบ้านไม้หลังเล็กที่เรียงรายเงียบงันรอบ ๆ

ลิลี่ปล่อยมานาออกจากกาย ตรวจสอบทุกซอกมุม—ทว่ากลับไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากพวกเธอ “ลิเลียน…เธอไม่คิดว่าสถานที่นี้มันแปลกเหรอ?”

“พี่หมายถึงอะไร? ฉันสัมผัสได้ถึงออร่าของอาจารย์ที่นี่ชัดเจน เรามาถูกที่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่…แต่สถานที่นี้มันเงียบเกินไป—เหมือนกับว่า…”

“ก็อาจารย์ของเราน่ะ เป็นคนลึกลับอยู่แล้วนี่คะ” ลิเลียนยักไหล่

ลิลี่ขมวดคิ้ว พยายามสลัดความรู้สึกไม่สบายใจ “จริง…แต่นี่มันต่างออกไป ให้ความรู้สึกเหมือนกับ…กับดัก”

ลิเลียนยิ้มบาง เดินกวาดสายตามองรอบหมู่บ้าน “บางทีอาจารย์อาจต้องการให้เป็นแบบนี้ เพื่อทดสอบเราจนถึงที่สุด”

“อาจจะ…” ลิลี่ตอบ แต่หัวใจยังไม่วางใจ

พวกเธอเคลื่อนผ่านหมู่บ้าน ความเงียบทำให้ทุกฝีเท้าดังชัด บ้านทุกหลังแม้จะเล็ก แต่กลับแข็งแรงและเรียบร้อยราวกับสร้างขึ้นเมื่อไม่นานนี้—ทว่าไร้ซึ่งร่องรอยการอยู่อาศัย

ราวกับเวลาถูกหยุดให้แช่แข็งไว้ในภาพสงบที่ไม่มีใครแตะต้อง

แล้วลิเลียนก็หยุดตรงหน้าอาคารที่ใหญ่ที่สุด—รูปทรงคล้ายวิหารมากกว่าบ้านพัก “นี่แหละ ต้องเป็นที่นี่”

ลิลี่พยักหน้า มือกำด้ามมีดสั้นแน่น “คอยระวังตัวไว้”

ทั้งคู่ก้าวเข้าสู่ความมืดด้านใน กลิ่นกำยานและไม้เก่าคลุ้งไปทั่วอากาศ แสงเทียนที่ส่องแผ่ว ๆ ทำให้เงาบนผนังทอดยาวบิดเบี้ยวอย่างน่าขนลุก

ที่สุดปลายห้อง—แท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ ถูกคลุมด้วยผ้าสีเข้ม และประดับด้วยวัตถุโบราณนับไม่ถ้วน

“นั่นคือ…อาวุธของอาจารย์เหรอ?” ลิเลียนกลืนน้ำลาย ดวงตาสะท้อนประกายตื่นตะลึง

บนแท่นบูชามีทุกอย่าง—จากดาบมืด หน้าไม้ ไปจนถึงขวานสงคราม—แต่ละชิ้นถูกสร้างด้วยฝีมืออันวิจิตร ส่องประกายด้วยความงามที่แฝงด้วยอันตราย

“อุปกรณ์ของท่าน…ก็อยู่ที่นี่” ลิลี่พึมพำ สายตาเลื่อนไปทางขวา—หยุดที่ตู้แก้วซึ่งภายในเก็บเสื้อคลุมและชุดเงาของอาจารย์ไว้ แสงไฟคบสีน้ำเงินเหนือหัวส่องประกายสั่นไหวลงบนมัน ราวกับเสื้อคลุมกำลังมีชีวิต—มองย้อนกลับมา

เมื่อก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชา ทั้งสองสาวเคลื่อนเท้าอย่างยาวและราบรื่น เฝ้าระวังทุกจุดราวกับเงา พร้อมเตรียมรับมือกับกับดักใด ๆ ที่อาจซ่อนอยู่

แต่…จนกระทั่งระยะเพียงเอื้อมมือ ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น—เงียบสนิทราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังรอพวกเธออยู่

“แปลก…” ลิลี่พึมพำเบา ๆ

“อ่า~ มันก็ดีกว่าถูกระเบิดหรือโดนหนามแหลมเสียบใช่ไหมล่ะ?” ลิเลียนหัวเราะแผ่ว ๆ น้ำเสียงมีแววเกร็งปนขบขัน

ลิลี่ไม่อาจโต้แย้งได้ แต่ความรู้สึกขัดแย้งในใจยังคงเกาะกุมไม่ปล่อย

เธอสูดลมหายใจลึก พยายามคุมสติ ก่อนจะปล่อยสายตาไล่ไปตามอาวุธแต่ละชิ้นด้วยความรู้สึกคุ้นเคยราวกับได้ย้อนกลับไปยังวันวาน

เพียงปลายนิ้วสัมผัสก็รับรู้ถึงความเย็นแข็งของโลหะหายากที่ใช้สร้าง

หากนำไปขายให้ผู้ซื้อที่เหมาะสม อาวุธเหล่านี้อาจมีค่าหลายล้าน—แต่ความคิดนั้นถูกลบล้างทันที

“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขาย” ลิลี่เอ่ยขึ้นราวกับอ่านใจน้องสาวได้ “อาวุธพวกนี้คือมรดกของเรา—ส่วนหนึ่งของเจตจำนงที่อาจารย์ทิ้งไว้”

ลิเลียนพยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง “ฉันรู้…แค่การได้เห็นมันอยู่ตรงนี้แบบนี้… มันรู้สึกท่วมท้น”

ลิลี่หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมา—งานฝีมือประณีต ใบมีดส่องประกายเขียววาบราวกับกลืนแสงรอบตัว “สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อาวุธธรรมดา แต่เป็นส่วนขยายของทักษะและเจตจำนงของเรา”

ลิเลียนเลื่อนกายเข้าไปใกล้ตู้แก้ว ลากปลายนิ้วไปตามผิวเรียบใส “แล้วนี่… เสื้อคลุมกับชุดของอาจารย์ ฉันนึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นของจริง เขาบอกเสมอว่านี่คือของที่มีค่าที่สุด”

เวลาหลายชั่วโมงถัดมาถูกใช้ไปกับการตรวจสอบทุกชิ้นอย่างระมัดระวัง

ดาบทุกเล่มสมบูรณ์แบบในสมดุล ชุดเกราะเบาแต่มหันทนทาน อุปกรณ์ออกแบบเพื่อพรางตัวและเสริมประสิทธิภาพสูงสุด—ทุกสิ่งคือผลงานของผู้เชี่ยวชาญระดับตำนาน

“เราต้องให้เกียรติของขวัญนี้” ลิลี่เอ่ยหนักแน่น “ใช้มันให้ถึงที่สุด—อาจารย์มอบมันให้เราด้วยเหตุผล”

“เราจะเอาทั้งหมดนี้กลับไปไหมพี่?” ลิเลียนถาม ตาเป็นประกาย

“ไม่… เราจะทิ้งไว้ที่นี่ การซ่อนมันไว้ในที่นี้ปลอดภัยกว่า” แม้ใจอยากเก็บทุกชิ้น ลิลี่เลือกเพียงสิ่งเดียว—มรดกที่เธอเฝ้าฝันถึงเสมอ

[มีดสั้นคาราก้า]

เมื่อปลายนิ้วโอบด้าม มีดคู่ส่องประกายแสงเขียวอ่อนตามขอบใบ ลิลี่ยกหมุนเล่นพร้อมรอยยิ้มบาง “เธอก็เลือกของเธอสักชิ้นสิ ลิเลียน”

“โอเค~” น้ำเสียงน้องสาวเจือความตื่นเต้น เธอเดินตรงไปยังตู้แก้ว—ที่เก็บเสื้อคลุมและชุด

“เธอจะเอาอันนั้น?” ลิลี่เลิกคิ้วอย่างสงสัย

เธอเข้าใจดีถึงเสน่ห์ของมัน—พลังและประสิทธิภาพเหมาะสำหรับนักลอบสังหาร—แต่ด้วยรูปร่างเล็กของพวกเธอ มันช่างดูใหญ่เกินไปสำหรับการสวมใส่

“ใช่ มันเท่มาก~” ลิเลียนตอบ ขณะเปิดตู้แก้วและหยิบชุดออกมา

รอยยิ้มเล็กแต้มบนริมฝีปากขณะเธอสวมมัน—เสื้อคลุมและชุดทั้งชุดเปลี่ยนเป็นเงาสลัว ก่อนจะปรับขนาดราวกับมีชีวิต ให้พอดีกับร่างกาย และแปรรายละเอียดให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นอย่างประณีต

“มัน…ทำได้ด้วยเหรอ?” ลิลี่อุทานอย่างตกตะลึง

"ฮิฮิ~ นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ความลับที่มีแค่อาจารย์กับฉันเท่านั้นที่รู้" ลิเลียนยิ้มซุกซน ราวกับกำลังซ่อนคำตอบไว้หลังแววตา

ลิลี่ส่ายหน้า แต่ก็อดยิ้มบางไม่ได้ "เธอนี่… มีพรสวรรค์ในการขุดความลับของอาจารย์เสมอ"

"นั่นแหละ…คือเสน่ห์ของฉัน" ลิเลียนตอบพลางหมุนตัวเบา ๆ ให้ชายเสื้อคลุมใหม่พลิ้วไหว

ด้วยไอเท็มที่เลือกแล้วในมือ ทั้งสองก็เริ่มเดินทางกลับที่พักชั่วคราว

น้ำหนักของมรดกจากอาจารย์ที่เคยรู้สึกหนักหน่วง… บัดนี้กลับเบาลงราวกับได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อน

"เอาล่ะ… กลับกันเถอะ" ลิลี่พูด น้ำเสียงมีประกายของความโล่งใจแฝงอยู่

"ฉันว่า หัวหน้าหอพักคงจะ—" คำพูดของลิเลียนขาดห้วงไปทันที ร่างทั้งร่างหยุดเคลื่อนไหวราวกับถูกตรึงอยู่กับที่

"ลิเลียน?" เสียงลิลี่สั่นเครือทั้งงงงันและกังวล

แปะ… แปะ… แปะ…

เสียงปรบมือเบา ๆ ก้องสะท้อนทั่วศาลเจ้า พร้อมกับคลื่นความรู้สึกเย็นเยียบที่ไหลท่วมเข้ามา

"หืม~ ดูเหมือนว่าพวกเธอสองคนจะเลือกของกันเสร็จแล้วนะ" เสียงหวานแผ่วดังขึ้น—แต่ในความหวานนั้นกลับแฝงพิษร้าย

ลิลี่หันขวับโดยสัญชาตญาณ มือกำมีดสั้นแน่น

สิ่งที่เห็นทำให้หัวใจเธอเต้นกระแทก—หญิงผมขาวงดงามยืนอยู่กลางแสงจันทร์ ดวงตาสีเลือดทอประกายวาวราวกับกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ

"ตอนที่ฉันมาเยี่ยมก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกตนะ… แต่กลิ่นนี้—กลิ่นแห่งความศักดิ์สิทธิ์? ดวงจันทร์… มันมาจากโล่ในถุงของเธองั้นหรือ? แบบนี้ก็อธิบายได้ว่าทำไมถึงรอดหมัดของลูกรักฉันมาได้" ริมฝีปากเธอโค้งขึ้นอย่างชวนขนลุก "จากหน้าจอน่ะ… มันไม่ค่อยชัดหรอกนะ"

ลิลี่อยากถามว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่ร่างกายเธอกลับไม่ขยับแม้แต่นิ้ว

"ฉันอยากจะยืดค่ำคืนนี้ให้นานขึ้น…เพื่อความสนุกของฉัน แต่เห็นว่าพวกเธอสองคนเกือบตายเพราะแค่ลูกรักตัวเดียว… งั้นก็ข้ามไปเมนคอร์สเลยก็แล้วกัน"

แปะ!

เสียงปรบครั้งที่สองดังลั่น—แรงกดดันที่มองไม่เห็นโถมลงมาราวกับภูเขาทั้งลูกทับ ลิลี่หายใจติดขัด ความตื่นตระหนกวิ่งพล่านไปทั่วร่าง

"เอาล่ะ… เหมือนตำนานเทพแห่งจันทร์ การต่อสู้ของฝาแฝดก็คือตอนจบที่งดงามที่สุด—ไม่ใช่หรือ~?"

เบื้องหลังหญิงผมขาว ปรากฏเก้าอี้ขนาดใหญ่ราวบัลลังก์—หล่อขึ้นจากเลือดและกระดูกแข็งตัว

เธอนั่งไขว่ห้างอย่างอ่อนช้อย แต่รอยยิ้มกลับเย้ายวนชวนสยอง ขอบแก้มฉีกเผยให้เห็นคมมีดเรียงรายแทนฟัน

"ล… ลิเลียน… หนีไป" ลิลี่กัดฟันพูด เสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

แต่สิ่งที่เห็นเมื่อหันไปหา—ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ

น้องสาวของเธอยืนอยู่ราวกับคนไร้สติ มือสั่นระริกกำมีดสั้นแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความขัดแย้งและหวาดกลัว

"ลิเลียน…?" ลิลี่เรียกอีกครั้ง เสียงสั่น

"ห… หยุด… ฉัน…" คำพูดนั้นกลายเป็นเสียงวิงวอนแผ่วเบา—ก่อนที่ความเงียบจะถูกฉีกกระชากด้วยเสียงเหล็กฟาดกัน

ร่างลิเลียนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ มีดสั้นในมือเธอสะท้อนแสงวาบ ขณะที่เล็งตรงมาที่พี่สาวโดยไร้ความลังเล

ลิลี่แทบไม่มีเวลาคิด—เหล็กของมีดทั้งสองปะทะกัน เสียงกระแทกก้องสะท้อนทั่วศาลเจ้า

บัดนี้ ทั้งคู่เต้นรำท่ามกลางเงาแห่งความตาย

ทุกการโจมตีคมกริบเหมือนจะตัดใจและสายสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้น

หัวใจลิลี่ร้าวลึก—แต่ร่างกายยังคงขยับเพื่อเอาชีวิตรอดจากฝีมือน้องสาวตัวเอง

"เหมือนเรื่องเล่าเก่าแก่… ฉันอยากให้เหลือรอดเพียงคนเดียว—โอเค~?" ลียาน่ากล่าวอย่างเพลิดเพลิน

เสียงเหล็กปะทะยังคงดังก้อง—จังหวะการต่อสู้อันอันตรายของฝาแฝด สะท้อนก้องไปทั่วศาลเจ้าที่ถูกแสงจันทร์อาบท่วม…

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์