CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 89

บทที่ 88: มีดสั้นคาราก้า

‘มันเร็วขึ้น…’

ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าของลิลี่ ขณะที่การปะทะอันดุเดือดระหว่างเธอกับปีศาจสีดำยังคงดำเนินอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่เพียงแต่แรงระเบิดจากหมัดของมันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้ง หากแต่ความเร็วก็เพิ่มพรวดในทุกวินาที—แม่นยำจนบางคราเพียงเฉียดผ่านร่างหมอกของเธอไปเพียงเส้นผม แม้เทคนิคหลอมร่างกับหมอกจะช่วยดูดซับแรงปะทะและหลบเลี่ยงการโจมตีได้ แต่เธอก็รู้ดี… วิธีนี้ใช้ได้ไม่นาน

ปีศาจกำลัง “ปรับตัว” และมันกำลังกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ทั้งโหดเหี้ยมและน่าเกรงขามขึ้นทุกลมหายใจ เธอต้องหาทางจบมันให้เร็ว—เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อ เกราะเกล็ดของมันจะแข็งราวเหล็กกล้า และมานาของเธอก็จะหมดไปก่อนที่จะได้เห็นชัยชนะ

ลิลี่สูดลมหายใจสั้นและเร็ว ความสิ้นหวังเริ่มบีบรัดใจจนต้องกวาดตามองหาสิ่งใดก็ตามที่จะให้ความได้เปรียบ หมอกเย็นยะเยือกที่ปกคลุมรอบกาย, ต้นไม้สูงตระหง่าน, หินขรุขระ—ทุกอย่างพร่ามัวและไหลรวมกันในสายตา เธอคิดหาวิธี… คิดให้ทันเวลา

ดวงตาที่ลุกวาบดุจเพลิงเพียงข้างเดียวของปีศาจจับจ้องเธออย่างรู้ทัน รอยยิ้มแสยะกว้างชั่วร้ายเหมือนกำลังลิ้มรสความสิ้นหวังของเหยื่อ

“คิดสิ… ลิลี่… คิด…” เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะสายตากวาดมองหาจุดอ่อนหรือช่องว่างเล็กที่สุดที่จะเปลี่ยนกระแสการต่อสู้

เธอควบคุมลมหายใจให้สงบลง แล้วทุ่มสมาธิและมานาบางส่วนเข้าสู่ดวงตา เฝ้าดูหมัดเพลิงของมันพุ่งตรงมาที่ใบหน้า—คำนวณระยะห่างอย่างแม่นยำ

ตูมมมม!!!

ลิลี่ถอยหลังในชั่วเสี้ยววินาที แรงระเบิดจากหมัดทำให้พื้นใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นหลุมเพลิง เสียงหัวเราะต่ำและน่าขยะแขยงของมันดังสะท้อนในหู ทว่าถูกเธอกดทับด้วยสมาธิที่กลั่นตัวจนภาพรอบข้างกลายเป็นสีแดงฉาน

เธอปรับมานาเข้าสู่แขนและขา ใบมีดในมือถูกเคลือบด้วยหมอกสีเลือด—เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งสุดท้าย ปีศาจยังเสียสมดุลจากแรงกระแทกเมื่อครู่ และเธอรู้… นี่คือโอกาสเดียว

[หมอกสีเลือด : เทคนิคลับ]

[การโจมตีสีเลือด!]

หมอกสีเลือดหมุนวนรอบใบมีดประดุจพายุคลั่ง ร่างของลิลี่เลือนหายไปในม่านหมอกพร่า ก่อนพุ่งเข้าหามันราวเงามัจจุราช สายตาของเธอปักแน่วแน่ที่ “คอ” ของมัน โลกภายนอกช้าลง—ความร้อนจากร่างปีศาจ, กลิ่นโลหะและหินที่กำลังไหม้, จังหวะหัวใจของเธอที่ดังสะท้อนในขมับ—ทุกสิ่งแจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งไหน

ปีศาจรับรู้ถึงอันตรายและพยายามยกแขนขึ้นป้องกัน… แต่สายเกินไป

เพียงพริบตา เธอปรากฏตัวด้านหลัง ม่านหมอกสีเลือดบีบตัวเป็นคมกริบ ตัดเกราะเกล็ดแข็งราวเหล็กกล้าได้ราวกับเนย ใบมีดของเธอฟันผ่านลำคอในจังหวะเดียวที่เนียนราวสายน้ำ

ศีรษะของมันลอยออกจากบ่า ก่อนจะตกกระแทกพื้น—สิ้นเสียงหัวเราะชั่วร้ายตลอดกาล

ดวงตาที่ลุกโชติช่วงของปีศาจเบิกกว้างด้วยความตระหนก ก่อนที่ประกายแสงภายในจะค่อย ๆ มอดดับลง และศีรษะอันมหึมาของมันก็ร่วงกระแทกพื้นดัง ตึง!

ร่างกายขนาดมหึมาโอนเอนไปมาครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงอย่างหนักหน่วง เปลวเพลิงที่ลุกโชนรอบกายค่อย ๆ กระพริบแผ่วลง จนดับสิ้นในที่สุด

สนามรบเงียบกริบ เสียงคำรามก้องกังวานของปีศาจเลือนหายไป เหลือเพียงความเงียบสงัดของรัตติกาลโอบล้อม ลิลี่ยืนหอบเหนื่อยอยู่เหนือร่างยักษ์ที่ล้มตาย “มันจบแล้วจริง ๆ เหรอ…?” เธอครุ่นคิด ดวงตายังคงจับจ้องศพไร้วิญญาณตรงหน้าอย่างระแวดระวัง

แม้เปลวเพลิงที่เคยล้อมรอบจะดับลง และศีรษะถูกฟันขาดอย่างสะอาดหมดจด แต่ความรู้สึกคุกคามกลับยังคงชัดเจนในทุกลมหายใจ สัญชาตญาณตะโกนเตือน—นี่ไม่ใช่จุดจบของการต่อสู้

สิ่งที่เธอทำไปเมื่อครู่คือการโจมตีคริติคอลโดยตรง เป็นหนึ่งในชนิดที่สามารถตัดชีวิตของมนุษย์หรือแม้กระทั่งปีศาจทั่วไปได้ในทันที ทว่า… สิ่งที่ทอดร่างอยู่บนพื้นยังคงแผ่รังสีแห่งอำนาจราวกับจะกลืนกินเธอทั้งร่าง

ลิลี่กำมีดสั้นในมือแน่นขึ้นอีก แม้มานาในกายเหลือเพียงน้อยนิด เธอก็ถอยหลังเพียงครึ่งก้าว คงระยะห่างไว้โดยไม่ละสายตาจากร่างยักษ์นั้น แม้ในใจจะห่วงน้องสาวเพียงใดก็ตาม

ความเงียบที่หนักอึ้งบีบคั้นบรรยากาศจนเธอต้องกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อสายตาหันไปยังศีรษะที่ถูกตัดขาด ก็เห็นชัดว่าไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิต—แต่ทว่า ปีศาจตนนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา หากเป็น โกเลม

‘ตามหลักแล้ว… มันควรจะมีแกนหลักซ่อนอยู่’ เธอคิด ปัญหาคือ—เธอไม่อาจมุ่งตรงไปโจมตีแกนหลักได้ง่ายนัก ไม่เพียงเพราะเกราะเกล็ดสีดำแข็งแกร่งจนมีเพียงไม่กี่จุดที่สามารถเจาะทะลุ แต่พลังเวทที่แผ่กระจายเท่าเทียมทั่วร่างก็ยิ่งทำให้การระบุตำแหน่งแกนหลักท่ามกลางความดุเดือดของการต่อสู้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้

ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องกำจัดภัยนี้ให้สิ้น ลิลี่จึงกวาดสายตามองซากร่างของปีศาจ ค้นหาสัญญาณเพียงน้อยนิดที่จะบอกตำแหน่งของแกนหลัก

เกล็ดสีดำมันวาวที่ยังเก็บความร้อน และโครงร่างอันน่าหวาดหวั่นซึ่งเคยยืนหยัดอย่างทรงพลัง ทำให้การค้นหาเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่เธอก็รู้ดี—เธอต้องหามันให้เจอ

‘อยู่ที่ไหนกัน…?’ ความคิดพุ่งวาบในหัว ขณะที่สมองเร่งประมวลอย่างรวดเร็ว

โดยปกติ แกนหลักของโกเลมมักฝังลึกอยู่ในช่องอก ปกป้องด้วยชั้นหินและเวทมนตร์แน่นหนา

ลิลี่สูดลมหายใจลึก พยายามข่มความตึงเครียดในหัวใจ ‘ฉันต้องไปที่หน้าอกของมัน’

เธอก้าวเข้าใกล้ร่างอสุรกายที่ล้มแน่นิ่งอย่างระมัดระวัง ความร้อนจากซากร่างยังแผ่ววาบอยู่ในอากาศ หมอกสีแดงที่คลอรอบใบมีดยังคงเรืองแสงจาง ๆ

หัวใจเต้นกระหน่ำในอก—ทุกสัญชาตญาณร้องขอให้เธอระวังตัวอย่างที่สุด

แล้วในชั่วพริบตา เธอแทงมีดสั้นลงสู่หน้าอกของมันอย่างรวดเร็ว ใบมีดฉีกทะลุเกล็ดสีดำหนาแน่น แม้แรงต้านจะรุนแรง แต่เธอก็กดมันลงไปเรื่อย ๆ โดยไม่ยอมหยุด จนกระทั่ง—

เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังมหาศาลปะทุขึ้นมาราวกับจะผลักเธอให้ถอยออกไป

‘อยู่ตรงนี้…’ ลิลี่กัดฟันแน่น—เธอสัมผัสได้ชัดเจนถึงแกนหลักแล้ว ก้อนพลังที่เต้นไหวอย่างบ้าคลั่งซ่อนอยู่ลึกในอกของโกเลม

ด้วยแรงทั้งหมดที่ยังพอเหลือในร่าง ลิลี่ผลักใบมีดสั้นให้ลึกเข้าไปอีก เล็งตรงไปที่แกนหลักโดยไม่ลังเล ทันใดนั้น—ร่างกายมหึมาของปีศาจกระตุกอย่างแรง และดวงตาเพียงข้างเดียวของศีรษะที่ถูกตัดขาดก็ลืมขึ้นอีกครั้ง แสงสีหม่นสว่างวาบขึ้นมาอย่างเย็นเยียบและน่าขนลุก

เสียงครางต่ำและขรุขระ อัดแน่นด้วยพลังบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดังลอดออกมาจากร่างของมัน ราวกับกระซิบจากความตายที่ไหลย้อนคืน ลิลี่รู้สึกขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง—แต่เธอไม่ยอมปล่อยให้ความหวาดกลัวครอบงำ

เธอกัดฟัน เร่งแรงกดให้ใบมีดลึกขึ้นอีก ทว่าก่อนจะสัมผัสแกนหลักได้เต็มที่ คลื่นพลังงานสกปรกและน่ารังเกียจก็ปะทุออกมาจากส่วนลึกของมันระลอกใหญ่ ผลักเธอกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง

“อึ่ก!!”

ลมหายใจถูกกระชากจากอกเมื่อเธอกระแทกเข้ากับลำต้นยักษ์ ร่างที่อ่อนล้าถูกแรงกระแทกซ้ำจนรู้สึกเหมือนกระดูกสั่นสะเทือน

เธอฝืนลืมตา มองไปยังปีศาจ—หัวของมันลอยขึ้นและติดกลับเข้าที่อย่างน่าสยดสยอง ก่อนที่ดวงตาเพียงข้างนั้นจะจ้องมองเธออย่างบ้าคลั่ง

“มนุษย์… แข็งแกร่ง! สนุก! นี่สนุก! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้!”

เสียงตะโกนรัวไม่หยุดของมันชวนให้รู้สึกเหมือนยืนต่อหน้าอสูรคลุ้มคลั่งที่ติดพิษ ความกลัวแล่นวาบเข้าจู่โจม ลิลี่ที่นอนราบกับพื้น

‘ฉันต้องหนีจากตรงนี้…’

เธอรวบรวมมานาที่เหลืออยู่อย่างสิ้นหวัง พยายามแปลงร่างเป็นหมอกหลบหนี—แต่ไม่มีผล

มานาของเธอ… หมดสิ้นแล้ว

‘ให้ตายสิ…!’ เธอฝืนร่างกายให้ลุกขึ้นยืน ใช้มานาเพียงเศษเสี้ยวที่เหลือเสริมความแข็งแกร่งแก่ร่างแทนการร่ายเวท

มีดสั้นยังอยู่ในมือ—เธอจะไม่มีวันปล่อย

หอบหายใจหนัก แต่ยืนมั่นคง ดวงตาล็อกกับปีศาจที่กำลังจู่โจมเข้ามา

ในดวงตาเดียวของมันมีเพียงความปิติอันบิดเบี้ยว—ความกระหายที่จะต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง

แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความกลัว เธอก็บังคับตัวเองให้เยือกเย็น กวาดมองรอบตัวเพื่อค้นหาความได้เปรียบแม้เพียงเล็กน้อย

ป่ารอบข้างมืดทึบ ต้นไม้สูงใหญ่ราวเสาหินเก่าแก่

สายตาเธอสะดุดกับกิ่งไม้ใหญ่เหนือศีรษะ—กิ่งที่ยังแข็งแรง แม้จะแตกหักไปบางส่วนและห้อยอยู่ในมุมอันตราย

ความคิดหนึ่งแล่นวาบ—

‘ถ้าฉันล่อมันไปใต้กิ่งนั่นได้…’

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นพร้อมก้าวหนัก ๆ ของมันที่สั่นสะเทือนพื้นดิน ลิลี่สูดลมหายใจลึก กำมีดแน่นขึ้น

“มาเลย… ไอ้สัตว์น่าเกลียด” เธอพึมพำ เบี่ยงตัวเข้าตำแหน่งที่คาดคะเนไว้

เมื่อร่างยักษ์พุ่งเข้ามา เธอก็ลื่นไถลไปด้านข้าง หลีกหมัดเพลิงที่ฟาดลงอย่างฉิวเฉียด แรงกระแทกก่อให้เกิดการระเบิดเล็ก ๆ จนพื้นสั่นสะเทือน

อาศัยความว่องไว เธอเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ล่อมันไปยังจุดใต้กิ่งไม้

“สู้! สู้! สู้!” มันยังตะโกนไม่หยุด ความตื่นเต้นบ้าคลั่งยิ่งทวี

เพียงชั่ววินาทีที่ทั้งคู่มาอยู่ใต้เงากิ่งไม้ ลิลี่ฟันมีดลงที่ขาของมันอย่างรวดเร็ว

เสียงเกราะแตกดัง แกร๊ก! ปีศาจเสียหลักเซไป เธอฉวยช่วงเวลาอันสั้นนี้

เธอโผขึ้นเกาะลำต้นไม้ใหญ่ แล้วดีดตัวออกไปเต็มแรง—

เท้ากระแทกกิ่งไม้แตกหักดัง แคร็ก!

กิ่งไม้มหึมาร่วงกระแทกลงมาด้วยแรงถล่มทลาย เสียงแตกดังสนั่นสะเทือนป่า ก่อนจะซัดเข้ากลางลำตัวปีศาจอย่างแม่นยำ แรงกระแทกทำให้ร่างอสุรกายชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาที่บ้าคลั่งพลันพร่าเลือนเพราะแรงสั่นสะเทือน—และนั่นคือโอกาสทองที่ลิลี่รอคอย

เมินเฉยต่อร่างกายที่แทบจะทรุดลงจากความเหนื่อยล้า เธอรวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้าย พุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

ปลายมีดสั้นในมือเล็งตรงไปยังหน้าอกที่เปิดเผย—จุดที่เธอสัมผัสได้ถึงพลังของแกนหลักเมื่อก่อนหน้านี้

ตอนนี้ที่เธอรู้แน่แล้วว่ามันอยู่ตรงไหน การจบชีวิตมัน…น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

‘นี่…เพื่อน้องสาวของฉัน!!!’ เสียงคำรามดังก้องในใจของเธอขณะพุ่งเข้าใกล้

ทว่า—ทันทีที่ระยะห่างระหว่างพวกเขาแทบจะหายไป เงาร่างของกำปั้นที่ลุกโชติช่วงก็ปรากฏในสายตา

“มนุษย์โง่!” เสียงคำรามต่ำชวนสะท้านดังลั่น

‘หะ…?’

เธอไม่มีแม้แต่วินาทีจะตอบสนอง ก่อนที่ฝนหมัดเพลิงจะกระหน่ำใส่ทั้งใบหน้าและลำตัว

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับเวทไฟต่อเนื่องระเบิดในระยะประชิด ความร้อนมหาศาลและแรงกระแทกสาดซัดร่างเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนร่างทั้งร่างปลิวกระแทกกับพื้นหินของอีกฟากภูเขา

ลิลี่หอบหายใจอย่างติดขัด สำลักอากาศเข้าอกด้วยความยากลำบาก ขณะร่างกายถูกซัดชนเข้ากับผนังหินอย่างรุนแรง

‘เกิดอะไรขึ้น…?’ สมองของเธอหมุนคว้าง

เธอมั่นใจว่าปีศาจถูกตรึงไว้แล้ว แต่ทำไมมันถึงยังเคลื่อนไหวได้ราวกับไม่สะทกสะท้านเลย?

“มนุษย์…ตาย?” เสียงคำรามดังใกล้เข้ามาอย่างง่ายดาย

ร่างยักษ์ก้าวเข้ามาจนยืนเหนือเธอ สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดราวกับกำลังวัดว่าเหยื่อจะยังดิ้นต่อหรือไม่

‘ฉัน…รอดมาได้ยังไง?’ เธอพยายามคิดท่ามกลางความพร่าเลือนของสติ

แม้จะถูกโจมตีอย่างรุนแรง แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับกลับน้อยกว่าที่คาดไว้อย่างน่าประหลาด—แม้จะยังสาหัสพอจะทำให้ร่างแทบขยับไม่ได้

“มนุษย์ขยับไม่ได้แล้ว การต่อสู้…จบแล้ว!” ปีศาจประกาศอย่างอิ่มเอม ก่อนที่กำปั้นของมันจะลุกโชนด้วยเปลวไฟอีกครั้ง

“มนุษย์…สนุกมาก!”

สายตาของลิลี่พร่ามัวลงเรื่อย ๆ ร่างกายสั่นสะท้านและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามาไม่หยุด แม้จะน้อยกว่าที่คิด แต่ก็เกินกว่าร่างกายที่อ่อนแรงจะต้านไหว

เธอหลับตาลง เตรียมใจรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวินาทีถัดมา—

เสียงหัวเราะเย้ยหยันของปีศาจดังก้องในหู ตามมาด้วยความร้อนจากเปลวไฟที่แผดเผารอบตัวเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่…

ความร้อนนั้นจะมลายหายไปอย่างกะทันหัน—

แล้วเสียงคมกริบของโลหะตัดผ่านอากาศก็ดังก้อง…

สวบ~!

‘ฉัน…ตายแล้วเหรอ?’ ลิลี่สงสัยในความเงียบที่จู่ ๆ ก็ปกคลุมทุกสิ่ง—เงียบเสียจนรู้สึกเย็นเยียบและน่าขนลุก

“พี่สาว…กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ~?”

เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับสัมผัสนุ่มอุ่นที่แตะเบา ๆ ลงบนแก้มของเธอ

“ให้ตายสิ—เขาทำร้ายพี่หนักมากเลยนะ… เชอะ เชอะ~”

ลิลี่ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า… และสิ่งที่เห็นทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น—ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และงดงามของ น้องสาวฝาแฝด ยืนอยู่ตรงหน้า

“ล-ลิเลียน!?”

“ฮิฮิ~ คิดถึงฉันเหรอคะ?”

“แต่…เมื่อกี้เธอยัง…?” เสียงลิลี่สั่นพร่า ความสับสนถาโถมเข้ามาจนแทบพูดไม่ออก

สติที่ยังไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอรีบเหลียวมองรอบตัว ค้นหาว่าปีศาจนั่นหายไปไหน—จนสายตาสะดุดกับภาพตรงด้านหลังลิเลียน…

ร่างของปีศาจที่เธอต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อครู่—ตอนนี้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อที่ถูกหั่นจนแหลกเหลว เลือดสีหม่นไหลนองพื้น

“นี่มัน…อะไรกัน… เธอทำได้ยังไง…?” ลิลี่เอ่ยถามตะกุกตะกัก จิตใจทั้งโล่งอกและงุนงงปะปนกัน

ลิเลียนเพียงยิ้ม ดวงตาทอประกายเย็นเยียบและรุนแรงอย่างแปลกประหลาด—แฝงความน่าขนลุกจนผู้เป็นพี่ต้องเผลอกลั้นหายใจ

“ก็แค่…ได้รับความช่วยเหลือเล็กน้อยน่ะค่ะ”

“ความช่วยเหลือ? …เธอกำลังพูดถึงอะไร?” น้ำเสียงลิลี่เต็มไปด้วยทั้งความสงสัยและความกังวล

ลิเลียนไม่ตอบในทันที—เพียงก้าวเข้ามา แล้วช้อนร่างพี่สาวขึ้นอุ้มไว้ในท่าเจ้าหญิงอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก

“ลิเลียน…?”

“อย่าดิ้นมากนะคะ พี่สาว~” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ฉันจะพาพี่ไปที่ปลอดภัย เราไม่รู้หรอกว่าปีศาจตัวอื่นจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่”

ความอ่อนแรงทำให้ลิลี่จำต้องยอมปล่อยให้ร่างตัวเองซบอยู่ในอ้อมแขนนั้น—แม้จิตใจยังเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ และความรู้สึกบางอย่างที่กวนใจไม่ยอมหาย…

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์