ตอนที่ 88
บทที่ 87: ความพึงพอใจของมังกร~ 3
รูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตนั้นชวนให้ลิเลียนหวาดหวั่นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้—ความงดงามราวต้องมนตร์ของหญิงสาวเบื้องหน้า ถูกขับเน้นด้วยความผิดธรรมชาติที่บาดลึกในความรู้สึก ผิวขาวซีดดุจซากไร้วิญญาณ ริมฝีปากแดงสดราวโลหิตใหม่ที่เพิ่งหยดจากบาดแผล ขับเป็นรอยยิ้มโค้งอันแฝงด้วยเลศนัยและเจตนาร้าย
เธอโน้มตัวเข้ามา ลมหายใจเย็นเยียบดังลมหนาวยามราตรีพัดผ่านผิวแก้มของลิเลียนจนขนลุกซู่
“คุ–คุณ… เป็นใครกัน?” ลิเลียนเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ เสียงนั้นเบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ
หญิงสาวเพียงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นแผ่วเหมือนสายไหม แต่กลับชวนให้กระดูกสันหลังของลิเลียนสั่นสะท้าน “โอ้~ ฉันไม่มีตัวตนอะไรหรอก เพียงผู้สังเกตการณ์ต้อยต่ำของละครเล็กๆ นี้… จะเรียกฉันว่า ‘สุภาพสตรีสีแดง’ ก็ได้~ มันไม่สำคัญนักหรอก”
ความคิดของลิเลียนแล่นพล่าน พยายามควานหาหนทางออกจากสถานการณ์อันตรายที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ทว่า ภายใต้แววตาลึกลับคู่นั้น ทุกแผนการล้วนว่างเปล่า
ดวงตาของสุภาพสตรีสีแดงเหลือบมองไปยังลิลี่ ซึ่งยังคงต่อสู้กับโกเลมมหึมาอย่างดุเดือด “พี่สาวของเธอ… ช่างเป็นนักสู้ที่เก่งกาจนักนะ แต่ฉันสงสัย—เธอจะยืนหยัดได้อีกนานเท่าไร… หากไร้การสนับสนุนจากเธอ?”
ความหวาดกลัวในดวงใจของลิเลียนแปรเปลี่ยนเป็นเปลวโทสะ “อย่าแตะต้องเธอ!”
สุภาพสตรีสีแดงหัวเราะอีกครั้ง เสียงหัวเราะก้องกังวานปะปนไปกับไอหมอกเย็นยะเยือก “โอ้… ฉันไม่คิดจะทำร้ายเธอหรอก ฉันเพียงแค่มา—เพลิดเพลินกับการแสดงนี้” เธอเลียริมฝีปากช้าๆ ราวกับเจตนาจะยั่วเย้าให้ระคายใจ
“ที่จริงฉันตั้งใจจะเฝ้าดูการแสดงอันยิ่งใหญ่นี้จากข้างสนาม… แต่ดูเหมือนว่าปัจจัยเล็กๆ ที่ฉันแทรกเข้ามา มันคงจะหนักหน่วงเกินไปสำหรับพวกเธอสองคน ฉันควร… ใส่เลือดน้อยกว่านี้กระมัง?”
“คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันแน่?” ลิเลียนถาม เสียงตึงและแผ่วลง
“ไม่มีอะไรหรอก—แต่เธอไม่ควรฝืนตัวเองรู้ไหม? การพูด… จะเร่งความตายของเธอ” สุภาพสตรีสีแดงกล่าว พลางยิ้มหวานเสียจนขนลุก
แม้ใจจะอยากปฏิเสธ แต่ลึกลงไป ลิเลียนรู้ดีว่าปีศาจตรงหน้าพูดความจริง เธอควรตายไปแล้วจากการโจมตีตรงๆ ของสิ่งมีชีวิตเบื้องบน เหตุผลเดียวที่ยังยืนอยู่ได้ก็เพราะสัญชาตญาณนักฆ่าที่สั่งให้ใช้มานาป้องกันได้ทันเวลา แต่ถึงอย่างนั้น ความเสียหายก็รุนแรงเกินเยียวยา—ซี่โครงหัก ปอดทำงานผิดปกติ เนื้อหนังแสบร้อนราวถูกเผา แค่ยืนได้ก็เป็นปาฏิหาริย์แล้ว และทั้งหมดนี้ก็อาศัยเพียงมานาที่หล่อเลี้ยงร่างกายเอาไว้
สุภาพสตรีสีแดงมองเธอด้วยแววตาขบขัน เหมือนนักล่าที่จ้องดูแมลงกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย “เธอช่างอึดเหลือเกิน… สำหรับมนุษย์ธรรมดาเช่นนี้ การต่อสู้ของเธอ—ช่างน่ารื่นรมย์”
ลิเลียนกัดฟัน ความคิดพุ่งหาทางเอาตัวรอด เธอไม่มีเวลาหรือพลังให้สิ่งมีชีวิตนี้อีกแล้ว พี่สาวต้องการเธอ—และทั้งคู่ต้องออกไปจากที่นี่เป็นๆ
“ไหนๆ ก็เป็นความผิดของฉันที่ทำให้เรื่องน่าเบื่อ… บอกมาสิ เด็กน้อย—เธออยากมีชีวิตอยู่หรือไม่?” สุภาพสตรีสีแดงยิ้ม
“...???” ดวงตาของลิเลียนหรี่ลง เต็มไปด้วยความระแวง
“อย่ามองฉันอย่างนั้น… ฉันรู้ว่าเธอเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร”
ในมือซีดขาว เธอเริ่มรวบรวมพลังงานสีแดงเข้มที่ไหววนอย่างปั่นป่วน ก่อนจะบีบอัดจนกลายเป็นผลึกเพชรขนาดเท่าหินก้อนเล็ก—มันเปล่งแสงวาววับและพลังอันตรายที่แทบทำให้หายใจไม่ออก
“พี่สาวของเธอต้องการเธอใช่ไหม? สิ่งที่ต้องทำ… ก็แค่กินสิ่งนี้ แล้วปัญหาของเธอทั้งหมด… จะถูกแก้ไข” เธอพูดพร้อมหลับตาข้างหนึ่ง ส่งสายตาที่ทั้งขี้เล่นและกดดันราวมีมีดซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
ลิเลียนรู้สึกได้ทันทีถึงพลังชั่วร้ายที่คลุ้งออกมาจากผลึกนั้น—และเธอก็ลังเล…
ภายในใจลึกสุด บางสิ่งบางอย่างกำลังกระซิบ ล่อลวงให้เธอเอื้อมมือคว้าสายใยชีวิตที่ยื่นมาตรงหน้า—เสียงอันเย้ายวนของสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่เร่งเร้าให้เธอยึดมันไว้ แต่แม้ลิเลียนจะดูซุ่มซ่ามและไร้เดียงสาในบางครั้ง เธอก็ไม่ใช่คนโง่พอจะไม่รู้ว่าการแลกเปลี่ยนกับสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้… ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
เธอไม่แม้แต่จะเข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน และที่สำคัญกว่านั้น—จากทุกคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีเลือดคู่นั้น ลิเลียนมั่นใจได้ว่าต้นเหตุของสถานการณ์เลวร้ายที่พวกเธอกำลังเผชิญ… ก็คือหญิงคนนี้เอง
แล้วเธอจะไปรับของจากปีศาจที่เป็นผู้จุดไฟเผาสมรภูมินี้ตั้งแต่แรกได้อย่างไร?
“ลังเลอะไรอยู่? แค่รับสิ่งนี้ไป ปัญหาทั้งหมดของเธอก็จะหมดสิ้นไป” สุภาพสตรีสีแดงเอ่ยเร่งเร้า น้ำเสียงเจือด้วยความเมตตาที่ปลอมปนอย่างแนบเนียน
ลิเลียนกำหมัดแน่น ความเจ็บปวดและความอ่อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณ? ก็คุณนั่นแหละที่ทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์นี้!”
เสียงหัวเราะแผ่วเย็นของสุภาพสตรีสีแดงก้องสะท้อนในไอหมอกเยือก “ก็จริง… แต่ฉันก็กำลังยื่นทางรอดให้เธอไง ลองคิดดู—ถ้าฉันต้องการให้เธอตาย เธอคงนอนสิ้นลมไปแล้วตั้งแต่แรก นี่คือของขวัญ… โอกาสที่จะช่วยทั้งตัวเองและพี่สาวของเธอ”
สายตาของลิเลียนเหลือบมองผลึกสีแดงนั้น พลังงานอันรุนแรงภายในมันเกือบจะกลบลมหายใจของเธอเสียด้วยซ้ำ มันเปี่ยมด้วยคำสัญญาของพลัง—พลังที่จะสมานบาดแผลและชุบชีวิตให้ร่างกายที่อ่อนแรง พร้อมคืนความแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอเคยมี
ความคิดของเธอถูกตัดขาดด้วยคลื่นความเจ็บปวดอีกระลอกจากซี่โครงที่หัก เธอสำลักหอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง—บนท้องฟ้า ลิลี่กำลังต่อสู้สุดกำลังกับโกเลมมหึมาที่เหวี่ยงหมัดราวภูเขาถล่ม
เธอไม่อาจปล่อยให้พี่สาวต้องสู้เพียงลำพัง…
“ข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร?” ลิเลียนเอ่ยถาม เสียงสั่นไหวทั้งจากแรงเจ็บและความลังเล
รอยยิ้มของสุภาพสตรีสีแดงกว้างขึ้น เผยฟันขาวคมดุจใบมีด “ข้อแลกเปลี่ยน? ไม่มีหรอก~ ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องรู้ก็มีเพียงว่ามันจะช่วยเธอ… และช่วยพี่สาวของเธอ ทางเลือกอยู่ในมือเธอ”
หัวใจของลิเลียนเต้นถี่แรง เธอไม่อาจไว้ใจปีศาจตรงหน้าได้ แต่เพียงแค่คิดว่าจะต้องสูญเสียพี่สาว—ความลังเลทั้งหมดก็สั่นคลอน ด้วยมือที่สั่นเทา เธอเอื้อมไปรับผลึกนั้น
ทันทีที่สัมผัส คลื่นพลังอันบ้าคลั่งก็ทะลักเข้าสู่ร่าง รุนแรงเสียจนสายตาของเธอพร่ามัว เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาที… ก่อนจะสูดลมหายใจลึกและกลืนมันลงไป
ราวกับเปลวเพลิงแห่งชีวิตถูกจุดขึ้นใหม่—บาดแผลสมานตัว ความเจ็บปวดเลือนหาย พลังหลั่งไหลสู่กล้ามเนื้อและกระดูก การมองเห็นชัดเจนจนทุกสิ่งรอบตัวดูคมกริบ มานาที่เคยร่อยหรอก็พุ่งทะยานสูงกว่าที่เคยรู้จัก
สุภาพสตรีสีแดงมองเธอด้วยรอยยิ้มพึงใจ “เด็กดี… ทีนี้ ไปช่วยพี่สาวของเธอซะ”
ทันใดนั้น ความมืดปกคลุมร่างของหญิงปริศนา และในชั่วพริบตาเดียว การปรากฏตัวของเธอก็สลายไปเหมือนหมอกที่ถูกลมพัด เหลือเพียงพลังชั่วร้ายที่ก่อตัวอยู่ในกายลิเลียนเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเธอเคยอยู่ตรงนี้
แม้หัวใจจะหนักอึ้งด้วยความเสียใจที่ยอมรับข้อเสนอของปีศาจ แต่เธอก็รู้ดี… มันคือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่
ละทิ้งความคิดสับสน ลิเลียนเบนสายตาไปยังการต่อสู้อันดุเดือดของลิลี่กับโกเลมยักษ์สีดำ เมื่อพลังใหม่หล่อเลี้ยงร่าง โลกทั้งใบรอบตัวก็ช้าลง ลมหายใจสงบนิ่ง—ประสาทสัมผัสทุกอย่างเฉียบคมดั่งคมมีด
ดวงตาของลิเลียนลุกวาบ—สีแดงเข้มราวโลหิตกลายเป็นม่านตาแนวตั้งคมกริบแบบสัตว์เลื้อยคลาน เสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเธอปะทุด้วยมานาอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างราวกับถูกเปลวเพลิงพลังเผาไหม้จากภายใน หมอกสีแดงเข้มลอยวนห่อหุ้มร่างเธอแน่นหนา
เหลือเพียงความคิดเดียวที่ตอกย้ำในหัว—
‘ฆ่า…’
ร่างเธอหายวับไปจากจุดเดิม การพุ่งกระโจนที่เร็วเกินตาเปลี่ยนร่างของเธอเป็นเพียงภาพพร่า เสียงอากาศแตกผ่าดังสะท้อนในสนามรบขณะที่เธอพุ่งเข้าหาโกเลมมหึมา—เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวในสายตา
...
ไกลออกไป ณ กระท่อมร้างกลางความเงียบสงัด ลียาน่าทรุดตัวนั่งลงด้วยรอยยิ้มที่ไม่รู้จักจาง “แกไม่ได้รอนานเกินไปใช่ไหม… ไรจิน?” น้ำเสียงขี้เล่นดังขึ้นข้างหูของหมาป่าใหญ่ที่เฝ้ารอการกลับมาของเธออย่างเงียบงัน
แรกเริ่ม เธอคิดว่าความสนุกของตัวเองจะจบสิ้นลงในวินาทีที่เห็นฝาแฝดคนหนึ่งเกือบตายเพราะปีศาจกระหายเลือดที่เธอส่งไป ทว่าชะตากลับเล่นตลก—เด็กสาวรอดมาได้ และนั่นทำให้เธอมีโอกาสแก้ไข “ความผิดพลาด” ของตัวเอง
เพียงเพื่อดูสองชีวิตเล็กๆ นั้น เธอเดินทางไกล เลื่อนแผนสำคัญออกไป และแม้แต่ข้าม [กลุ่มดาวขนาดใหญ่] ในวันนี้ เธอไม่อาจปล่อยให้พวกมันตายง่ายๆ—นั่นมันสิ้นเปลืองเกินไป และที่สำคัญ…น่าเบื่อ
เมื่อแมลงสองตัวนี้เริ่มคืบคลานเข้าใกล้ “ที่รัก” ของเธอมากขึ้น เหตุผลก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอที่จะหยอกล้อและปั่นป่วนมันสักหน่อย
‘ที่รักของฉัน…จะร้องไห้หรือเปล่านะ ถ้าฉันวางหัวของพวกเธอไว้บนถาดเงินให้เขา?’ ความคิดนั้นเพียงแค่ผุดขึ้นมาก็ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง—ตื่นเต้นกับเกมใหม่ที่เตรียมไว้ให้ฝาแฝด
ปฏิกิริยาของสองคนนั้นย่อมสนุกพอสมควรอยู่แล้ว แต่เพียงได้จินตนาการถึงสีหน้าของไรลีย์…ความสุขก็ยิ่งทวีคูณ
เธอฮัมเพลงอย่างพอใจ พลางตบข้างลำตัวไรจิน ขนอุ่นนุ่มของมันให้ความรู้สึกสบายราวกับกำมะหยี่ “สองคนนั้นนี่สนุกใช่ไหม ไรจิน? สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่กระตือรือร้นจริงๆ”
หมาป่าเพียงจ้องเธอด้วยดวงตาระแวดระวัง ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใด รอยยิ้มของลียาน่ากว้างขึ้นอีกเมื่อจินตนาการถึงขั้นต่อไป—เพราะตอนนี้ ฝาแฝดได้ถูกประทับตราด้วยพลังโกลาหลของเธอแล้ว
เพียงแค่รอเวลา… พวกมันจะดิ้นรน ต่อสู้ และในที่สุด…ทำลายสายสัมพันธ์ของกันและกันด้วยน้ำมือของตัวเอง
ความคิดว่าจะได้เห็นสองพี่น้องหันคมมีดใส่กันนั้นช่างหอมหวานเกินห้ามใจ
ทว่ามีแมลงตัวอื่นๆ ที่บินวนอยู่รอบ “ที่รัก” ของเธอเช่นกัน ซึ่งเธอเองก็อยากจะเล่นด้วย แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าโรงเรียนตั้งอยู่ในอาณาเขตของ [ราชินีขาว]—นั่นแทบจะปิดประตูทุกการกระทำของเธอ พลังของเธอไร้ความหมายตราบใดที่ราชินีผู้เยือกเย็นนั้นยังไม่เอ่ยปากอนุญาต
แม้ความจริงนี้จะทำให้เธอขุ่นเคือง แต่ลียาน่าก็รู้ดี…เธอเพียงต้องรอ จนกว่าราชินีจะเริ่มขยับหมากของตัวเองในที่สุด
ลียาน่าหลับตาลงชั่วครู่ ปล่อยให้ความมืดในหัวใจซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก เธอได้จารึกใบหน้าและชื่อของ “แมลง” เหล่านั้นลงในความทรงจำราวตราประทับ—ซอ, สโนว์, โรส, อลิซ… และอีกหลายต่อหลายชื่อที่เธอจะได้สัมผัสด้วยมือของตัวเองในอนาคต เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปจนเธอก้าวเข้าสู่โรงเรียนในอีกหนึ่งปีครึ่ง
‘ซอ, สโนว์, โรส, อลิซ… และอีกมากมาย—ที่รักของฉันมีพรสวรรค์อะไรถึงดึงดูดตัวประหลาดพวกนี้ได้กันนะ?’ ความคิดนั้นผสมผสานทั้งเสียงหัวเราะอุ่นและความรังเกียจที่ไหลซึมออกมาจากรอยยิ้มของเธอ แต่ละชื่อที่เอื้อนเอ่ยด้วยเสียงในใจ เหมือนการลิ้มรสเครื่องดื่มขมเข้มที่ทิ้งรสฝาดไว้บนปลายลิ้น
‘หึย~ ที่รักของฉัน… คุณทำให้ฉันคลั่งไคล้ได้ขนาดนี้ได้อย่างไร?’ เธอแอบพึมพำในใจ น้ำเสียงในความคิดนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนรักรุนแรง—ความรู้สึกที่กัดกินและหล่อเลี้ยงเธอไปพร้อมกัน
ไรลีย์… เขาควรจะเป็นเพียง “ของเล่น” สำหรับความบันเทิงของเธอ เป็นเพียงเครื่องมือให้เธอได้สัมผัสเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ที่เธอจะไม่มีวันได้ครอบครองอย่างแท้จริง แต่ไม่—เขากลับกลายเป็นมากกว่านั้น เขากลายเป็นการหมกมุ่น เป็นความหลงใหลที่ลากเธอลงสู่ความบ้าคลั่งลึกขึ้นทุกลมหายใจ
สิ่งที่เริ่มต้นจากความตั้งใจจะหยอกเย้า กลายเป็นพันธนาการทางจิตวิญญาณ ความคิดถึงเขาเพียงนิด ภาพของเขาเพียงเสี้ยว หรือแม้แต่เพียงการได้ยินชื่อของเขา—ก็เพียงพอที่จะทำให้กระดูกสันหลังของเธอสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านอันแปลกประหลาด มันคือพิษเสพติดที่เกาะกุมจิตใจ เป็นความปรารถนาที่ไหลเวียนในทุกช่วงเวลาที่ดวงตาเธอลืมขึ้นมา
ประกายในดวงตาของลียาน่าบัดนี้ฉายแสงอันตราย นัยน์ตาเหมือนสัตว์นักล่าที่กำลังรอขย้ำเหยื่อ เธอรู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา—เธอจะเล่นบทบาทของเธออย่างเงียบงัน ยอมก้มศีรษะให้ข้อจำกัด ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างอดทน
แต่เมื่อวันนั้นมาถึง… เธอจะฉีกผืนผ้าแห่งความสงบในโรงเรียนนี้ออกเป็นชิ้นๆ และปลดปล่อยความโกลาหลให้กลืนกินทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเขา
ริมฝีปากโค้งยิ้มชั่วร้าย—คมและเย็นราวใบมีด “แค่รอไปก่อนนะ… ที่รัก~” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวคำสาบานที่ผูกไว้ด้วยเลือด ความคิดของเธอล่องลอยไปยังภาพอนาคต—ภาพใบหน้าของไรลีย์ที่บิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง… ภาพที่เธอเฝ้ารอจะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง