CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 87

บทที่ 86: ความพึงพอใจของมังกร~ 2

“พี่สาว เดี๋ยว~!”

“อะไร?”

เสียงตะโกนของลิเลียนดังขึ้นพร้อมกับที่ลิลี่ฟันคมมีดสั้นตัดคอของโกเลมสี่แขนตรงหน้าอย่างแม่นยำ ร่างมหึมาของมันทรุดฮวบลงกับพื้น ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองน้องสาวซึ่งกำลังหอบหายใจแรง นั่งลงพิงขอบกิ่งไม้ขนาดยักษ์ ร่างกายแทบจะลุกไม่ขึ้น

“ฉันเหนื่อย~ เราช้าลงหน่อยได้ไหม? เราเจอโกเลมพวกนี้ไม่หยุดเลยนะ…” ลิเลียนพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด หายใจแรงราวกับปอดจะระเบิด

ผ่านมาแล้วราวสามชั่วโมงตั้งแต่พวกเธอเริ่มปีนเส้นทางบนเทือกเขาเวสต์ฟรอสต์—แต่ระยะทางยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ พลังงานก็ใกล้หมดเต็มที ระดับออกซิเจนที่ลดลงตามความสูง หมอกเย็นยะเยือก และอากาศหนาวเหน็บคอยกัดกินกำลังของพวกเธออยู่ทุกวินาที ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโกเลมปีศาจที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้ราวกับจะทดสอบขีดจำกัด พร้อมกับกับดักนับไม่ถ้วนที่กระจายอยู่ทั่วไป เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับไล่คนนอกโดยเฉพาะ

นี่คือสิ่งที่พวกเธอคาดไว้จากอาจารย์ของตน… แต่ระดับความท้าทายกลับเกินกว่าที่คาด แม้กระทั่งสำหรับฝีมือของพวกเธอเอง

แม้ลิลี่จะดูยังยืนหยัดได้ แต่ความเหนื่อยล้าก็กัดกินร่างเธอไม่ต่างจากน้องสาว เธอพิงหลังกับลำต้นไม้ใหญ่ เช็ดเหงื่อที่ผุดบนหน้าผาก สูดลมหายใจลึก

“ก็ได้… พักสักครู่” ลิลี่เอ่ยยอมแพ้เล็กน้อย ทรุดตัวนั่งลงข้างลิเลียน แล้วยืดกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการปีนต่อเนื่อง

“ขอบคุณค่ะ พี่สาว” ลิเลียนเอ่ยอย่างเหนื่อยล้าแต่แฝงด้วยความขอบคุณ หลับตาลง ปล่อยให้ลมเย็นซึมผ่านเข้าไปปลอบประโลมปอดที่ร้อนระอุ

“แต่เราพักนานไม่ได้นะ” ลิลี่เตือน “เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรอีกโผล่มาขวางเรา”

“ฉันรู้~” ลิเลียนลืมตา มองรอบด้านอย่างระมัดระวัง “แต่ขออีกแค่สองสามนาที…”

ลิลี่พยักหน้า เข้าใจดีว่าการผลักร่างกายจนเกินขีดโดยไม่พักนั้นนำไปสู่ความผิดพลาด—และในสถานที่นี้ ความผิดพลาดหมายถึงความตาย

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเรียกพลังกลับคืน ลิลี่ก็ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปยัง มรดกของอาจารย์ พวกเธอ—สิ่งที่รออยู่ปลายทางแห่งการเดินทางนี้

พวกเธอเดินทางมาไกล เผชิญหน้ากับบททดสอบนับไม่ถ้วนเพื่อมาถึงตรงนี้ ความคิดว่ามรดกอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนและเป็นเงาที่กดทับหัวใจ

“พี่คิดว่าเราใกล้ถึงแล้วหรือยัง?” ลิเลียนเอ่ยทำลายความเงียบ

“ฉันหวังว่าอย่างนั้นนะ” ลิลี่ตอบ “เรามาไกลมากแล้ว แต่ก็ยังมีอีกทางที่ต้องไป”

“เราทำได้แน่” แววตาลิเลียนเปล่งประกายมุ่งมั่น “เรามาไกลขนาดนี้แล้ว ไม่มีทางจะยอมแพ้ตอนนี้”

ลิลี่แย้มยิ้มให้กับความเด็ดเดี่ยวของน้อง “ฮิฮิ… ฉันรู้ว่าเราทำได้ อีกอย่าง—เธอรู้สึกใช่ไหม? พลังของอาจารย์…”

“ใช่…”

ในตอนแรก ลิลี่ยังลังเลกับแผนที่ที่ไรลีย์มอบให้ แต่ยิ่งเข้าใกล้สถานที่นั้นมากขึ้น ออร่าของอาจารย์ที่แผ่กระจายอยู่ในอากาศก็ยิ่งชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้

แม้พวกเธอยังต้องการการยืนยันด้วยตา—หรือแม้แต่แค่ชำเลืองเห็นเพียงครั้งเดียว—แต่ความมั่นใจในตอนนี้ก็สูงถึงเก้าส่วนจากสิบว่านี่คือที่ที่อาจารย์ได้ซ่อนผลงานชิ้นเอกไว้จริง

พวกเธอตามหามรดกนี้มานานกว่าสามปี และความจริงที่ว่าข้อมูลเด็ดขาดนี้ได้มาจาก คนแปลกหน้า ก็ยังกัดกินศักดิ์ศรีของพวกเธออยู่นิดๆ…

“เฮ้ พี่สาว… สถานการณ์ทั้งหมดนี่ ไม่ทำให้พี่รู้สึกเหมือนอาจารย์เลยเหรอ?” ลิเลียนเอ่ยถาม พลางยกยิ้มบาง

“หืม?”

“ก็พี่รู้นี่… กับดัก ปีศาจสุ่ม แถมต้องปีนขึ้นที่สูงเพื่อไปตั้งฐาน—ไม่ทำให้การแสดงตลกนี่เหมือนฝีมืออาจารย์สำหรับพี่เหรอ?” เสียงของลิเลียนมีน้ำหนักของความขบขันผสมความคิดถึง

ลิลี่หัวเราะในลำคอ “ฉันก็ว่าใช่”

นับตั้งแต่วันที่อาจารย์รับพวกเธอมาเลี้ยงและฝึกฝนตั้งแต่ยังเล็ก—ชายคนนั้น… หรือบางทีควรจะบอกว่าผู้หญิง?—ไม่ว่าความจริงจะเป็นเพศใด อาจารย์ก็มักชอบเล่นตลกกับพวกเธอเสมอ ผลักพวกเธอให้เผชิญกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

กับดัก, โกเลมที่ผุดขึ้นไม่หยุดหย่อน, และเส้นทางปีนป่ายอันโหดร้ายทั้งหมดนี้… ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการทดสอบซับซ้อนอีกครั้งของอาจารย์

“จำตอนที่อาจารย์ซ่อนอาวุธของเรา แล้วเราต้องเดินป่าโดยมีแค่ไม้กับหินไหม?” ลิเลียนถาม แววตาเปล่งประกายความทรงจำ

“ลืมได้ยังไงล่ะ? ตอนนั้นเราโกรธจนแทบระเบิด แต่เขาก็หัวเราะแล้วบอกว่ามันเป็นบทเรียนเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีไหวพริบ” ลิลี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม

“แล้วตอนที่เขาแกล้งทำเป็นปีศาจจนเรากลัวแทบตาย? สุดท้ายก็บอกว่ามันเป็นบทเรียนอีก” ลิเลียนหัวเราะเบาๆ

“ใช่ อาจารย์มีวิธีสอนที่ไม่เหมือนใครเสมอ” ลิลี่ส่ายหัว “น่าหงุดหงิดก็จริง แต่เราก็เรียนรู้ได้มาก”

เธอทอดสายตาไปยังลวดลายแกะสลักบนหินและความเงียบสงบรอบตัว “ที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน… ก็พิสูจน์นิสัยประหลาดของเขาได้ดีนะ”

“ฮิฮิ~ พี่ก็คิดเหมือนกันเหรอ?” ลิเลียนหัวเราะคิก

ตอนแรกพวกเธอก็สงสัย ว่าทำไมอาจารย์ถึงยืนกรานให้เข้าเรียนในโรงเรียนใหญ่ ก่อนจะทิ้งพวกเธอไว้ข้างหลัง แต่พอมองย้อนกลับ—พวกเธอรู้ว่าเขาคงมีสถานที่คล้ายดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่ในใจมานาน ก่อนจากไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อาจารย์ของพวกเธอแก่แล้ว… แม้ความตายจะไม่ทำให้ฝาแฝดเจ็บปวดนัก แต่ความคิดถึงก็ยังคงอยู่

“พี่สาว… กลับไปแล้ว เราควรทำยังไงกับไรลีย์?” ลิเลียนถาม น้ำเสียงปนกังวล

ไรลีย์… คือปริศนาที่พวกเธออ่านไม่ขาด และรู้ดีว่าต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์เวลาเผชิญกับเขา โดยเฉพาะเมื่อชายคนนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะประมาท แม้จะได้มรดกของอาจารย์ โอกาสชนะก็ยังน้อยนิด

แน่นอน… ถ้าใช้กำลังทั้งหมด พวกเธออาจฆ่าเขาได้—แต่ก็คงแลกมาด้วยชีวิตของตัวเองเช่นกัน

ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้คือ รอ… รออย่างเงียบงัน รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้มากที่สุด ก่อนลงมืออย่างเหมาะสม ไรลีย์ไม่ใช่ศัตรูที่พวกเธอพร้อมรับมือในตอนนี้ แม้พฤติกรรมและการเข้าถึงข้อมูลของเขาจะชวนให้สงสัยเพียงใดก็ตาม

ลิเลียนพยักหน้าเข้าใจ “ใช่ พี่พูดถูก เราต้องหาข้อมูลให้มาก วางกลยุทธ์ให้พร้อม รีบเข้าไปโดยไม่มีแผน… ก็แค่ทำให้เราดูโง่เท่านั้น”

ลิลี่ถอนหายใจ ยกหลังพิงเสาโบราณ “ฉันแค่อยากรู้… ว่าเจตนาที่แท้จริงของเขาคืออะไร เขามีประโยชน์ก็จริง แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความลึกลับอยู่ตลอด”

“เอาล่ะ… เดี๋ยวเราก็ได้คำตอบเอง พี่สาว” ลิเลียนลุกขึ้นยืน “ตอนนี้ มามุ่งกับสิ่งที่เรามาที่นี่ดีกว่า”

เสียงใบไม้เสียดสีกระซิบเตือน—พร้อมแรงลมที่วูบขึ้นชั่วขณะ ก่อนร่างเงาพร่าไหวโผล่จากม่านหมอก

“ไปกันเถอะ พี—”

ปัง!!!

คำพูดยังไม่ทันจบ เสียงระเบิดอันบ้าคลั่งก็กระหน่ำพร้อมแรงกระแทกทะลุไหล่ซ้ายของลิเลียน เลือดและแรงปะทะฉีกอากาศเป็นโซนิคบูมก้องสะท้อนทั่วทั้งป่า

“ลิเลียน!!!”

ลิลี่กรีดร้องอย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพลงขณะมองน้องสาวถูกเหวี่ยงตกจากกิ่งไม้ยักษ์ พุ่งลงกระแทกพื้นหินน้ำแข็งราวอุกกาบาตกระหน่ำโลก ก่อนที่ร่างนั้นจะลุกเป็นเพลิงแล้วระเบิดตูม สร้างหลุมลึกกลางภูเขา

“แก… ไอ้สารเลว!!!”

ลิลี่แหงนหน้าขึ้นสบตาปีศาจร่างมหึมาที่ปรากฏตรงหน้า มันคล้ายโกเลมที่เธอฆ่าไปก่อนหน้านี้ ทว่ามีร่างใหญ่กว่า เกล็ดสีดำหนาปกคลุมทั้งตัว กำปั้นหุ้มเปลวเพลิงสีแดงเข้ม และแผ่นหลังแผ่เปลวเพลิงลุกโชนราวปีกมาร

ใบหน้ามันไร้รูปร่าง มีเพียงดวงตาเดียวส่องประกายอำมหิต และรอยยิ้มบิดเบี้ยวเผยฟันแหลมคม

มันคำรามซ้ำๆ จนป่าไหวสะเทือน

“สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้! สู้!”

ความโกรธพุ่งพล่านในอก ลิลี่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด “แก… จะต้องชดใช้!”

เธอพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วปานสายฟ้า หลบเพลิงและหมัดยักษ์อย่างเฉียดฉิว ก่อนโต้กลับด้วยลูกเตะอัดเต็มแรงเข้ากลางลำตัว ส่งสัตว์ร้ายเซถอยไปหนึ่งก้าว

ทว่ามันกลับทรงตัวได้ในพริบตา ดวงตาเดียวหรี่ลง—ผสมทั้งความโกรธและความหฤหรรษ์ในคราวเดียว

“สู้!!!!! กากากากากากากากากากา!!!”

หมัดเพลิงแต่ละครั้งระเบิดเป็นคลื่นแรงกระแทก บังคับให้ลิลี่ต้องถอย ตั้งจังหวะคิดแผน ก่อนจะสลายร่างกลายเป็นหมอก พุ่งเข้าหมายจะตัดศีรษะ แต่วิถีคมมีดกลับถูกเกราะเกล็ดดำรับไว้แน่นหนา

“กากากากากา!” ปีศาจหัวเราะสะท้อนในโสตประสาท ทำให้เธอยิ่งหงุดหงิด

แม้จะต้องแลกหมัดเอาชีวิต แต่สมาธิของเธอก็ยังแบ่งไปเฝ้ารอ—น้องสาวยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมาจากหลุมที่เพิ่งระเบิด

‘ปีศาจนี่โผล่มาจากไหนกันแน่…?’ ความคิดแล่นวาบ ทว่าร่างเธอไม่หยุดเคลื่อนไหว

ความคิดของลิลี่จดจ่ออยู่กับปีศาจตรงหน้า ขณะดวงตาเธอกวาดสำรวจสิ่งมีชีวิตที่คล้ายโกเลม—แต่ก็แตกต่างกันเกินไป มันมีสติปัญญาและความรู้สึกที่ชัดเจนเกินกว่าจะจัดเป็นเพียงสิ่งก่อสร้างไร้วิญญาณเหมือนที่เธอเคยเผชิญ

ไม่ว่าสัตว์ร้ายนี้จะเป็นตัวตนแบบใด เธอก็มั่นใจได้เพียงอย่างเดียว—มันมีชีวิต

เธอหลบหมัดเพลิงที่พุ่งใส่อีกครั้ง แรงระเบิดสะเทือนจนกิ่งไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นไหว ดวงตาเธอกวาดลงไปยังหลุมเบื้องล่าง หัวใจเต้นแรงด้วยความกังวล ‘ลิเลียน… เธอต้องลุกขึ้นมาให้ได้’ เธอพึมพำ น้ำเสียงแฝงแววสิ้นหวัง

การโจมตีของปีศาจยิ่งรุนแรงขึ้น เสียงหัวเราะก้องสะท้อนทั่วหมอกเย็นยะเยือก ลิลี่เคลื่อนไหวรวดเร็วจนเหลือเพียงภาพพร่า หลบหลีกทุกหมัดอันตรายพร้อมประมวลแผนตอบโต้ในหัว

ความบันเทิงที่สัตว์ร้ายได้รับจากการต่อสู้กลับยิ่งผลักดันความมุ่งมั่นของเธอให้ร้อนแรง เธอไม่อาจพ่ายแพ้ตรงนี้ได้—ไม่ใช่เมื่อชีวิตน้องสาวแขวนอยู่บนเส้นด้าย

‘ปีศาจนี่… ไม่ใช่งานของอาจารย์’

แค่ก…! แค่ก…!

ลิเลียนหอบหายใจหนักพร้อมอาการไอไม่หยุด ร่างทั้งร่างปกคลุมด้วยความเจ็บปวดรุนแรงจนแทบขยับไม่ได้ ความรู้สึกนี้—ใช่ คล้ายกับตอนที่อาจารย์เคยทรมานพวกเธอจนเกือบตาย

‘ฉันกำลังจะตายงั้นเหรอ…?’ ความคิดนั้นผุดขึ้นในหัว ขณะเธอนอนนิ่งอยู่บนพื้น ด้านซ้ายของร่างปวดแปลบเหมือนถูกฉีกออก ซี่โครงแตก ปอดแทบไม่ยอมขยับ

ชีพจรอ่อนแรงจนแทบสัมผัสไม่ได้ เธอดิ้นรนจะรั้งสติที่เลือนรางไว้ ยิ่งพยายามสูดลมหายใจ กลับยิ่งไอแรงขึ้น—และสุดท้ายก็สำลักเลือดออกมา

‘ฉันต้องลุก… ต้องช่วยพี่สาว’ น้ำตาคลอในดวงตา ขณะที่มองขึ้นไปยังสมรภูมิข้างบน ลิลี่กำลังดวลกับปีศาจที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน

‘ขยับสิ…’ เธอสั่งร่างกาย แต่ทุกอณูกลับเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยน้ำหนักมหาศาลของบาดแผล ความเจ็บปวดนั้นช่างท่วมท้น แรงกายแทบหมดสิ้น

ผ่านม่านสายตาที่พร่ามัว ลิเลียนเห็นร่างพี่สาวสลายกลายเป็นหมอก ก่อนปรากฏอีกครั้งด้านหลังปีศาจ ฟาดฟันเข้าโจมตีจุดข้อต่อ

ปีศาจคำรามโกรธเกรี้ยว ฟาดกรงเล็บเพลิงใส่ ลิลี่เคลื่อนที่ว่องไว หลบเลี่ยงอย่างเฉียดฉิว แต่แม้ในสายตาที่พร่ามัว ลิเลียนก็ยังเห็น—ความอ่อนล้าเริ่มกดทับจังหวะการเคลื่อนไหวของพี่สาว และความตึงเครียดก็ฉายชัดในแววตานั้น…

ลิลี่…’

เพียงแค่คิดถึงพี่สาวที่กำลังต่อสู้เพียงลำพังก็เพียงพอจะจุดประกายความมุ่งมั่นในส่วนลึกของหัวใจ เธอจะไม่มีวันยอมให้ลิลี่ต้องผิดหวัง

พวกเธอสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เสมอ ผ่านทุกบททดสอบ ทุกความท้าทาย—ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

เสียงครวญครางจากความพยายามหลุดลอดไรฟัน มือที่สั่นไหวค่อย ๆ ยกขึ้นกดลงบนพื้นแข็ง ลิเลียนลากร่างที่อ่อนแรงไปข้างหน้า…ทีละนิ้ว ทีละนิ้ว โดยเพิกเฉยต่อความเจ็บแสบที่แล่นผ่านร่างกายราวกับไฟนรก

เลือดหยดลงจากมุมปาก เปรอะเปื้อนผิวดินที่มีน้ำค้างแข็ง ลมหายใจสั้นขาด ทุกครั้งที่สูดเข้าเป็นการต่อสู้ที่แท้จริง

เหนือศีรษะ การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด การเคลื่อนไหวของลิลี่รุนแรงขึ้นทุกวินาที ขณะที่การโจมตีของปีศาจไม่เคยหยุดพัก

หัวใจของลิเลียนเจ็บร้าวเมื่อมองภาพนั้น—เธอต้องช่วย ต้องหาทางพลิกกระแสให้ได้

‘ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอสู้เพียงลำพัง… พี่สาว’ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม

เธอรวบรวมแรงที่เหลือ ผลักร่างขึ้นคุกเข่า ก่อนจะทรงตัวลุกขึ้นอย่างสั่นคลอน สายตาพร่ามัว แต่โฟกัสยังคงตรึงอยู่กับสมรภูมิข้างบน—กับร่างอสูรน่าสะพรึงที่คุกคามพี่สาว

ลิเลียนดึงมานาที่เหลืออยู่มาเสริมพลังให้กับอวัยวะที่เสียหาย เหงื่อไหลซึมลงตามแนวกระดูกสันหลัง ขณะที่ความร้อนจากเปลวไฟรอบตัวเผาไหม้ผิวเนื้อ ความเจ็บปวดนั้นสาหัสจนแทบขาดใจ แต่เธอกัดฟันฝืน—เพื่อไปให้ถึงพี่สาว

“โอ้… น่ารักจัง~”

เลีย—

เสียงกะทันหันและสัมผัสเย็นนุ่มบนแก้ม ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเธอชะงัก หัวใจเต้นกระหน่ำ ความเย็นนั้นเฉือนผ่านความร้อนที่เผาแผดอยู่เมื่อครู่

เธอไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครเข้าใกล้—สมาธิทั้งหมดถูกดึงไปยังการต่อสู้เบื้องบน

“อย่างที่คิด… น้ำตาทำให้รสชาติดีขึ้นจริง ๆ~”

ค่อย ๆ หันศีรษะ เสี้ยววินาทีถัดมาร่างกายเธอก็แข็งทื่อ สายตาเบิกกว้างเมื่อพบกับสิ่งที่ยืนอยู่ข้างกาย—

มันไม่ใช่โกเลมหรือสัตว์ร้ายที่ลิลี่กำลังเผชิญหน้า แต่เป็นสิ่งมีชีวิตอีกประเภท… บางสิ่งที่ชั่วร้ายกว่ามาก

รูปร่างเกือบคล้ายภูตจากตำนาน ทว่าทั้งร่างถูกกลืนด้วยเงามืดเพลิงหม่น ดวงตาสีแดงจัดสว่างวาบ ราวกับมองทะลุลงไปถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ…

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์