ตอนที่ 157
บทที่ 156: พลัง...
บทที่ 156 : พลัง...
แสงระยิบระยับดุจดวงดาวโปรยเต็มท้องฟ้า มานาเข้มข้นหนาแน่นปกคลุมทั่วทุกอณูในสถานที่พิสดารที่พวกเขาถูกลากเข้ามา
สามสาวสบตากัน เพียงหนึ่งความคิดก่อตัวชัดเจนในหัวใจที่ทั้งสับสนและพลุ่งพล่าน— พวกเธอต้องชนะ
คำยั่วเย้าของเชสเชอร์และการประกาศอันแสนแปลกประหลาดนั้น แม้จะฟังคล้ายเล่ห์หลอก แต่ยามสายตาของพวกเธอเหลือบไปยังไรลีย์ซึ่งถูกพันธนาการอยู่กลางเวที ความโลภมหาศาลก็ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ทุกคนต่างรู้ดีว่า ต่อให้ชนะในเกมนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้หัวใจของไรลีย์ไปจริง ๆ แต่ มันจะทำให้ได้เปรียบ
โอกาสที่จะประเมินและเผชิญหน้าคู่แข่ง นี่คือโอกาสที่ไม่ควรปล่อยหลุดมือ
ไม่ใช่เพียงแค่การประลองเท่านั้น หากแต่มันคือข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบในการกำจัด “นังผู้หญิงพวกนั้น” ที่กล้าชิงสายตาของเขาไป นี่คือโอกาสที่จะลบพวกเธอออกจากสมการได้ตลอดกาล
‘ฉันจะเก็บไรลีย์ไว้เพื่อตัวเองเท่านั้น…’ โรสคิด พลางจินตนาการฉากนับร้อยที่เธอผูกขาดความรักของเขาไว้ทั้งหมด
นัยน์ตาทองสว่างวาบ แฝงประกายความครอบครอง แก้มของเธอร้อนผ่าวด้วยเลือดที่สูบฉีดจากแรงปรารถนา ความคิดที่จะได้ครองสายตาเพียงหนึ่งเดียวของเขาช่างหอมหวานเกินต้าน เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้มันเป็นจริง
อีกสองสาวก็คิดไม่ต่างกัน โดยเฉพาะความมุ่งมั่นของพวกเธอหนาแน่นจนสัมผัสได้
แต่สำหรับโรส นี่ไม่ใช่เกมธรรมดา หากแต่มันคือ จุดเริ่มต้น ของการผูกหัวใจของไรลีย์ให้เป็นของเธอทั้งสิ้น และเธอจะไม่มีวันยอมแพ้
‘เราสามารถข้ามเส้นคำว่าเพื่อนสนิทกันได้สักที…’ ซอคิด มองไรลีย์ด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
“คุณหนู ถ้ายังเอาแต่นั่งเฉยแบบนี้ สักวันคุณไรลีย์ก็จะถูกคนอื่นแย่งไปนะเจ้าคะ?”
ถ้อยคำของลีน่า สาวใช้ที่ซื่อสัตย์ ยังก้องในหัว ความสัมพันธ์ที่หยุดนิ่งมานานเกินไป หากปล่อยไว้ อาจไม่มีวันก้าวไปมากกว่านี้
ถึงแม้ซอยังไม่เข้าใจคำว่า “แฟน” แตกต่างจาก “เพื่อนสนิทที่สุด” เท่าไหร่นัก แต่เธอรู้อย่างหนึ่งแน่ชัดว่า หากปล่อยไรลีย์ไป เธอจะต้องเสียใจไปตลอดกาล
ความปวดแปลบยามได้ยินว่าเขาถูกเจ้าหญิงชิงจูบไปเมื่อวานยังคงทิ่มแทงใจอยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
‘ฉันก็อยากจูบเขาเหมือนกัน…’ เสียงในใจดังสะท้อนแรงจนเธอเองตกใจ
ถ้าปล่อยให้ไรลีย์ถูกผู้หญิงคนอื่นคว้าไปอีก ความหมายของเธอในชีวิตเขาก็จะถูกสั่นคลอน ไม่ใช่เพียงชื่อเรียก แต่คือ ตำแหน่งของหัวใจ
ซอรู้ว่าไรลีย์เป็นที่รักของทุกคนรอบกาย และนั่นทำให้ความรู้สึกของเธอยิ่งซับซ้อน
เธอเคารพการตัดสินใจของเขาและผู้หญิงเหล่านั้น แต่ใช่ว่าเธอจะไม่มีสิทธิ์ในความปรารถนาของตนเอง การเป็น “คนเห็นแก่ตัวเล็กน้อย” ดูเหมือนจะไม่ผิดอีกต่อไป หากนั่นคือหนทางที่จะรักษาเขาไว้ข้างกาย
‘ลีน่าบอกว่าการเห็นแก่ตัวเล็กน้อยคงไม่เป็นไร… การโลภบ้างก็ไม่ผิด… ถ้าอย่างนั้น—’
‘มันไม่เป็นไรใช่ไหม ไรลีย์?’
“รุ่นน้อง… ฉันต้องปกป้องรุ่นน้องให้ได้…” ความคิดของอลิซมีเพียงเส้นด้ายเดียวทอผ่านหมอกในหัวใจที่อ่อนล้า
รุ่นน้องที่เธอเชื่อว่าพรหมลิขิตชักนำให้มาพบกัน—กำลังตกอยู่ในอันตราย
เธอแทบจะคิดไม่ออกด้วยซ้ำ หลังจากตรากตรำศึกกับกองทัพราชินีขาวในโลกแฟนตาซีติดต่อกันสามคืนโดยไม่ได้นอน ร่างกายแทบจะล้มพับทุกขณะ
แต่ความเร่งด่วนฉุดเธอออกจากความเลือนลาง ไรลีย์กำลังถูกคุกคาม ความจริงเดียวที่ชัดเจนและยึดเธอไว้ได้
เสียงของเชสเชอร์ดังสะท้อนในหัว น้ำเสียงที่ปกติแสนซุกซนกลับเต็มไปด้วยความจริงจังผิดปกติ ทั้งก่อความกังขาและสั่นหัวใจเธอไปพร้อมกัน
อลิซสับสน—ร่างกายขยับแทบจะอัตโนมัติ ทุกก้าวฝืนแรงอ่อนล้าที่ถาโถม แต่สิ่งเดียวที่พยุงเธอคือ พรจากเชสเชอร์ ที่แบ่งปันอำนาจเข้ามาควบคุมร่างกายเธอบางส่วน
ปกติ เธอจะระแวดระวังการแทรกแซงแบบนี้ กลัวเล่ห์เพทุบายของมัน แต่ในตอนนี้ สมองที่พร่ามัวไม่สนใจแล้ว
ไรลีย์ต้องการการปกป้อง—และเธอคือคนเดียวที่จะทำได้
โลกเบลอเลือน สติของเธอมุ่งไปยังจุดเดียว—ไรลีย์
“ต้องมั่นใจ… ไรลีย์จะไม่บาดเจ็บ…”
อัศวินของเธอเคลื่อนไหวตามคำสั่งของราชินี
ที่นี่คือสนามของแฟมิลิอาร์ของเธอ—เขตแดนของอลิซ ที่เชสเชอร์สร้างขึ้นเพื่อเอื้อให้เธอโดยเฉพาะ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะได้รับอำนาจจากมันหรือไม่ ที่นี่—เธอคือราชินี
เมื่อมานาของเชสเชอร์แผ่ซ่าน โลกทั้งใบเริ่มซึมเข้าสู่จิตใจพวกเธอ แนวคิดที่มันพร่ำบอกเริ่มเข้าใจชัด ทั้งโลกไร้ขอบเขต ผลลัพธ์จริงหายไป กฎความจริงพังทลาย
ในโลกนี้ ทุกสิ่งเป็นไปได้ ถ้าจินตนาการถึง มันก็จะปรากฏขึ้น แม้กระทั่งร่างอันทรงพลังที่สุดของตนเอง
มานาไหลหลั่ง สามสาวเริ่มเผย ร่างทรงพลังสูงสุด ของตน
โรสกุมคทาแน่น พลันพลังเวททะลักมหาศาล เส้นผมเปล่งแสงทองเรืองรอง ส่องสว่างรอบกาย
โดยรอบ วงเวทนับร้อย—ไม่สิ—นับพัน ปรากฏขึ้น สานเป็นโดมเวทอันยิ่งใหญ่ที่เต้นสั่นด้วยพลัง
นัยน์ตาทองสุกใสดั่งสุริยัน เปล่งประกายแห่งความเข้าใจสูงสุด
โรสมองเห็นทุกสิ่ง สัมผัสทุกสิ่ง และเข้าใจทุกสิ่ง
เธอมองทะลุแก่นแท้แห่งโลก เห็นสายสัมพันธ์ของมานาที่ผูกโยงสรรพสิ่ง ความเข้าใจนี้คือ พลังไร้ขอบเขต
—พลังของ มหาเวทิน (Archmage)
ในสภาวะนี้ โรสไม่ใช่เพียงจอมเวทผู้ชำนาญอีกต่อไป หากแต่ก้าวข้ามขึ้นสู่การเป็นสิ่งที่เหนือกว่า ความรู้และความเข้าใจในกลไกของโลกไหลรินเข้ามาไม่หยุด
เธอสามารถปั้นแต่งความจริง สั่งการสรรพธาตุ บิดงอกฎของธรรมชาติให้โอนอ่อนต่อเจตจำนงของตน
นี่คือร่างสูงสุดของเธอ—จุดยอดแห่งศักยภาพด้านเวทมนตร์ของโรส หลักฐานชัดเจนว่าในโลกไร้ขอบเขตเช่นนี้ เธอสามารถก้าวไปได้ไกลเพียงใด
ยามโรสแปรสภาพ ออร่าที่แผ่ซ่านรอบกายสว่างดุจเทพธิดา ซอเบิกตากว้างเพียงครู่ ก่อนสายตาจะกลับมานิ่งเฉยดังเดิม
พลังที่โรสครอบครองในตอนนี้รุนแรงไร้ข้อโต้แย้ง แต่ความคิดของซอเองก็ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย
‘น่ากลัวก็จริง… แต่ผู้นำตระกูลยังน่ากลัวกว่า’
มือของเธอกระชับด้ามดาบแน่นขึ้น เตรียมพร้อมเผชิญหน้า จอมเวทในโลกนี้ได้รับการยกย่อง พลังของพวกเขาสามารถบิดเบือนความจริง สร้างหรือทำลายโลกได้ตามใจ และเมื่อก้าวถึงระดับมหาเวทิน ก็ถูกกล่าวว่ามีพลังทัดเทียมเทพเจ้า
แต่สำหรับตระกูลคยออุล แม้กระทั่งเทพเจ้าก็ไม่เกินที่จะฟาดฟัน โรสอาจลอยตัวกลางเวหา ประหนึ่งเทพีเปล่งรัศมีทวยเทพ แต่สำหรับซอแล้ว—เธอยังเป็นเพียงมนุษย์ที่ถูกฟันและเลือดไหลได้
จิตใจซอขมุกขมัว พลันนึกถึงเทคนิคสุดท้ายที่บิดาเคยถ่ายทอด—กระบวนท่าสุดลับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “ฟันทะลุสวรรค์” การโจมตีที่แม้แต่เทพก็ต้องถูกผ่าขาด
แม้ในโลกจริงเธอจะยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปลดปล่อยมันได้ แต่ในสถานที่นี้ อาณาจักรที่ถูกบิดเบือนโดยเวทของแมวประหลาด ทำให้เธอมั่นใจว่าสิ่งนี้สามารถเป็นจริงได้
อากาศรอบกายเริ่มตึงเครียด มานาอัดแน่นจนแผ่แรงกดมหาศาล
สายฟ้าสีม่วงพลันแตกกระจาย ล้อมรอบร่างเธอ แววตาที่เคยสงบนิ่งกลายเป็นประกายเข้มลึก ม่านตาขาวมลายหาย ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่ามืดดำราวกับกลืนกินแสงรอบตัว เธอกำลังผสานเข้ากับความว่างแห่งจักรวาล
พลังแผ่ซ่านรุนแรง บิดเบือนพื้นที่จนบรรยากาศบิดงอ
ซอพร้อมแล้ว—พร้อมจะลบทุกสิ่งตรงหน้า ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า
[สุดยอดกระบวนดาบซ่อนรูป : พื้นที่สูญ (Null Space)] เธอพึมพำ เสียงต่ำและเยือกเย็นก้องไปด้วยพลังที่กำลังจะถูกปลดปล่อย
ท่วงท่าดาบตั้งมั่น เป้าหมายของเธอมีเพียงสตรีผมทองตรงหน้า
ความเงียบกดดันบีบอัด เหมือนผืนโลกเองกำลังกลั้นหายใจ รอการปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“ว้าวว—เห็นไหม ไรลีย์? ดูสองคนนั้นสิ!” เสียงหัวเราะของเชสเชอร์ดังลั่น ดวงตาของมันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นเหมือนกำลังดูการแสดงสุดเร้าใจมากกว่าฉากหายนะ
ฉันกลืนน้ำลายดังอึก ร่างกายแข็งค้างด้วยความสยอง
การเปลี่ยนแปลงที่เผยตรงหน้ามันคุ้นเกินไป—นี่คือเกม
ทั้งโรสและซอโผล่มาในร่างที่เหมือนกับเวอร์ชันในเกมอย่างน่ากลัว และเมื่อมันปรากฏต่อหน้าจริง ๆ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความตายอยู่แค่เอื้อม
โรส—คือร่างสุดท้ายที่ฉันจำได้ดี รัศมีแห่งแสง สง่างามดุจเทพธิดา นี่คือร่างที่ในเกมจะปลดล็อกได้ก็ตอน [Act 5] เพื่อเผชิญหน้ากับเทพมืด Erebil
‘ทำไมโรสถึงดึงพลังนี้ออกมาได้เร็วขนาดนี้…?’
เธอรู้แล้วหรือ ว่าตนเองมีศักยภาพขนาดไหน? หรือว่าเธอค้นพบเส้นทางสู่อำนาจมหาศาลก่อนเวลาอันควร? แค่คิดก็ทำให้ฉันขนลุก
ด้านซอ—ร่างกายปกคลุมด้วยสายฟ้าม่วงอันบ้าคลั่ง ดวงตากลายเป็นหลุมมืดไร้ก้นราวกับจักรวาลพร้อมกลืนกินทุกสิ่ง
นี่คือ [สุดยอดกระบวนดาบซ่อนรูป : Null Space] เทคนิคที่เลียนแบบความแม่นยำร้ายแรงของบิดา
เธอยืนนิ่ง สงบนิ่งดุจมีดสั้นพร้อมจะสังหาร ฟันเดียวก็พร้อมจะฉีกสตรีผมทองตรงหน้า—โรส
“แกทำอะไรกับโรสหรือเปล่า?” ฉันถามเชสเชอร์ น้ำเสียงสั่นด้วยความเครียด แมวมารลอยเคียงข้างผม มองเหตุการณ์ด้วยความเฉยเมยปนขี้เล่น
“หืม? ไม่เลย—นอกจากการบูสต์พลังชั่วคราวที่ฉันมอบให้ในฐานะผู้ดูแล ที่เหลือฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย~” มันตอบเสียงใส ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
คำพูดของมันเหมือนเคย—เลื่อนไหลเหมือนไม่มีที่ยึด
มันโกหกหรือเปล่า?
มันพูดจริงหรือ?
กับเชสเชอร์ ไม่มีวันรู้ได้
“นี่เหรอ ระดับสูงสุดที่สาว ๆ พวกนั้นงัดออกมาได้?” เชสเชอร์พึมพำ น้ำเสียงเจือรังเกียจ มองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
มันหมุนตัวกลางอากาศ เสื้อคลุมสะบัดราวภูตมืด
“ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ ที่รักของฉัน—อลิซ—คงชนะในพริบตาเลยล่ะ~”
แม้ท่าทีเหมือนสบาย ๆ แต่คำพูดนั้นกลับแทงใจดำ—ความจริงเย็นชา
เพราะโลกนี้เป็นผลงานจากเจตจำนงของมัน—โดเมนที่ถูกสร้างมาเพื่อยกอำนาจของเจ้านายเพียงหนึ่งเดียว
ในที่แห่งนี้ อลิซคือราชินีสูงสุด—ผู้ปกครองทุกสิ่งในแดนแห่งจินตนาการนี้
โรสและซอ—แม้จะสำแดงพลังสุดยอดเพียงใด—แต่ก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบขีดจำกัดของพวกเธอ
แดนนี้คือผลลัพธ์จากมานาไร้ขอบเขตของเชสเชอร์ สะท้อนความตั้งใจที่จะปูทางให้อลิซได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ครอบงำสูงสุด
ในที่แห่งนี้ ต่อให้สองสาวรวมพลังกัน ผลงานของพวกเธอก็เป็นเพียงบททดสอบชั่วคราว ไม่อาจแตะต้องเป้าหมายที่แท้จริงได้
เมื่อแรงกดดันระหว่างโรสกับซอพุ่งสูงขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเชสเชอร์ก็กว้างขึ้นตาม
การปะทะของพลังนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เคยมีข้อสงสัย—ทันทีที่พลังของทั้งสองปะทะกัน โลกที่เชสเชอร์สร้างด้วยมือจะเริ่มสั่นคลอน มานาของมันเองก็ไม่อาจรองรับแรงปะทะหายนะได้
ฉันรู้ดีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้จะไม่สะท้อนตรงสู่ร่างจริง แต่ผลกระทบทางจิตใจและจิตวิญญาณ—ของจริง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเชสเชอร์จึงเป็นแฟมิลิอาร์อันล้ำค่าในเกม—เพราะการโจมตีทางจิตของมันแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยากที่จะป้องกัน
ตอนนี้เมื่อโลกแห่งนี้กลายเป็นจริง ความเสี่ยงยิ่งสูงกว่าเดิม
โรสกับซอกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจของอลิซเต็มกำลัง… ความกังวลกัดกินฉันทีละน้อย เพราะสิ่งที่ฉันทำได้ คือ “การเฝ้าดู”
แต่เมื่อปากฉันไม่ถูกปิดแล้ว ก็ตระหนักได้ว่า ฉันไม่ได้ไร้ทางเลือกเสียทีเดียวนี่หว่า
เชสเชอร์ดำรงอยู่ด้วยความโกลาหล มันเคลื่อนไหวตามอารมณ์ชั่วแล่น—และนั่นคือจุดอ่อนที่ฉันสามารถใช้ประโยชน์ได้
“เฮ้ เชสเชอร์… แกอยากให้สถานการณ์นี้สนุกใช่ไหม?”
“????”
“งั้นทำไมไม่ทำให้มันน่าดูขึ้นอีกล่ะ? ปล่อยฉันจากพันธนาการ แล้วให้ฉันลงไปสู้ด้วย”
“ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้น?”
“ก็ในเมื่อฉันไม่ได้สมัครใจเข้ามาในเกมนี้เลย ไม่คิดว่ามันยุติธรรมเหรอที่ฉันจะได้ปกป้องตัวเองบ้าง?”
“แต่แกจะตายแทบทันทีเลยนะ แบบนั้นมันน่าเบื่อสุด ๆ เลยล่ะ~”
…ไอ้แมวบ้า… มันสารภาพตรง ๆ เลยว่านี่ทั้งหมดก็เพื่อความบันเทิงของมันเอง
ถึงมันจะไม่เคยปิดบังอยู่แล้วก็ตาม แถมฉันก็รู้จักนิสัยจริง ๆ ของมันอยู่แล้วด้วย
แต่จะบอกว่าฉันจะตายทันทีงั้นเหรอ…?
น่าขันสิ้นดี
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ตายหรอก”
“หืม? อะไรทำให้แกมั่นใจนักล่ะ?”
“เพราะฉันจะชนะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไร้ความลังเล
พรวดดด…!!!!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~!!!”
มันระเบิดเสียงหัวเราะโคตรดัง ราวกับคำมั่นของฉันคือเรื่องตลกที่สุดที่เคยได้ยินมา
แต่ในเสียงหัวเราะนั้น ก็สัมผัสได้ถึงแววความบันเทิงแท้จริง… และนั่นคือทั้งหมดที่ฉันต้องการ
“โอเค—งั้นโชว์ให้ฉันดูหน่อยสิ~”
มันดีดนิ้วครั้งเดียว โซ่มานาที่ตรึงฉันไว้ก็สลายหายไป
หมอกดำที่เคยพันธนาการพลันโอบร่างฉันอีกครั้ง เหมือนกับที่มันเคยห่อหุ้มสามสาว
ข้อความระบบพรั่งพรูเข้ามาในหัว อธิบายกฎเกณฑ์ของโลกแห่งนี้
ภายในเสี้ยววินาที สายน้ำข้อมูลถาโถมสมอง สายตาของฉันก็กลับมาชัดอีกครั้ง พลังหลั่งไหลกลับคืน—มานาของฉันถูกฟื้นฟู
นี่คือโลกที่ “จินตนาการเท่ากับพลัง”
[เลเวล: 83] → [เลเวล: 121]
[เลเวล: 121] → [เลเวล: 322]
[เลเวล: 322] → [เลเวล: 456]
[เลเวล: 456] → [เลเวล: 691]
[เลเวล: 691] → [เลเวล: 821]
[เลเวล: 821] → [เลเวล: 999]
ฉันรู้สึกได้ว่าพลังพุ่งทะยานขึ้นทุกวินาที…
[หมายเหตุ: ถึงเลเวลสูงสุดแล้ว!]
[ยินดีด้วย! คุณได้ปลดล็อกเศษเสี้ยวแห่งเทพภาวะ (Divinity)]
ดวงตาเชสเชอร์เบิกกว้าง—ความหวาดหวั่นฉายชัด
ภาพนั้นจะกลายเป็นความทรงจำฝังลึกที่ฉันไม่มีวันลืม