CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 158

บทที่ 157: พลัง… 2

บทที่ 157 : พลัง… 2

ในเกม คำว่า พลัง หมายถึง การก้าวข้ามทุกอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้า

คือกุญแจที่จะเปิดเส้นทาง สร้างอนาคตที่สว่างไสวขึ้น และคือสิ่งจำเป็นที่สุดของการแก้ปัญหาแทบทุกอย่าง

หากมีพลังมากพอ ต่อให้เป็นบอสท้ายเกมที่น่าสะพรึงที่สุด ก็ไม่อาจเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงได้

การฟาร์มซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทดสอบความอดทนที่สาหัสล้วนมีเป้าหมายเดียว เพื่อให้ฉันแข็งแกร่งถึงขีดสุด

และในเกม มันมีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะพัฒนาพลังไปถึงขีดสูงสุดได้…

พลังนั้น ฉันเคยไขว่คว้ามาได้แล้ว หลังจากทนทุกข์ทรมานผ่านชั่วโมงอันยาวนาน เจ็บปวด และน่าเบื่อที่สุด แต่ฉันก็ทำเพื่อสิ่งเดียว นั่นก็คือ ความดื่มด่ำในเกม และเหนือสิ่งอื่นใด…เพื่อคว้า “ฉากจบที่สมบูรณ์แบบ”

ฉากจบที่ทุกคนมีความสุข และฉันเป็นผู้ชนะ

มันไม่ใช่ฉากจบธรรมดา แต่มันคือ ฉากจบลับ เส้นทางฮาเร็ม

ฉากจบเพียงหนึ่งเดียวที่ทุกตัวละครได้ตำแหน่งแห่งหนในโลกที่ถูกหล่อหลอมด้วยพลังของฉัน

[หมายเหตุ: อำนาจของแมวแฟนตาซี เชสเชอร์ ได้ถูกมอบให้แก่ผู้ใช้แล้ว!]

[หมายเหตุ: กำลังปรับเสถียรมานา… กำลังซิงโครไนซ์มานา]

[สำเร็จ!]

[หมายเหตุ: ยินดีด้วย! ผลของสกิล Wonderland ตอนนี้อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใช้แล้ว]

[สกิล: Wonderland (EX)]

[เอฟเฟกต์: สกิล Wonderland (EX)]

[คำอธิบาย: กำเนิดจากเจตจำนงของเชสเชอร์ผู้แฟนตาซี สกิลนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถบิดเบือนขอบเขตระหว่างความจริงและจินตนาการ ทำให้แนวคิดใด ๆ กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เพียงแค่จินตนาการหรือบรรยาย ก็จะถือกำเนิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ก็ตาม]

[เอฟเฟกต์: ผู้ใช้สามารถสร้างสิ่งของ สิ่งมีชีวิต หรือปรากฏการณ์ใด ๆ ที่สามารถจินตนาการได้ ไม่ว่าจะซับซ้อนหรือยิ่งใหญ่เพียงใด สิ่งที่มีอยู่แล้วก็สามารถถูกแปรเปลี่ยนได้ตามจินตนาการของผู้ใช้]

[หมายเหตุ: กฎฟิสิกส์และความจริงจะปรับตัวรองรับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น]

[หมายเหตุ: ประสิทธิภาพของสกิลจะสะท้อนตามเจตจำนงและจินตนาการของผู้ใช้]

ข้อความระบบพุ่งเข้าตา แต่ฉันแทบไม่ทันใส่ใจ

ยามที่อำนาจของเชสเชอร์ถูกถ่ายโอนมา ความรู้ในการใช้งานก็ไหลเข้าจิตใจราวกับมันเคยอยู่กับฉันมาแต่แรก

ความรู้สึกเหนือความจริง ความเข้าใจโดยสัญชาตญาณในพลังที่ลบล้างตรรกะทุกข้อ

Wonderland ไม่ใช่แค่เครื่องมือ มันคือผืนผ้าใบ และจินตนาการของฉันคือพู่กัน

สิ่งใดก็ตามที่ฉันวาดฝัน แม้เหลือเชื่อหรือไร้เหตุผลเพียงใด ก็สามารถเป็นจริงได้

กฎแห่งความจริงจะยืดหยุ่นและโอนอ่อนเพื่อรองรับสิ่งที่ฉันสร้างขึ้น

มันเหมือนกับฉันก้าวเข้าสู่ความฝัน—ที่กฎเกณฑ์โลกตื่นไม่อาจใช้บังคับได้

ความคิดมากมายผุดพุ่ง ทุกความเป็นไปได้ของความบ้าคลั่งล้วนเป็นไปได้จริงพอ ๆ กัน

พลังสั่นสะเทือนอยู่ในเส้นเลือด รอการปลดปล่อย รอจะปั้นแต่งโลกตามที่ใจปรารถนา

ถึงแม้พลังจะมหาศาล แต่กลับกันจิตใจของฉันดันสงบนิ่ง

ฉันรู้แน่ชัดแล้วว่าต้องทำอะไร ราวกับสกิลเองก็กำลังชี้ทางและแกะสลักขอบเขตของหลักการลงในสำนึก

สายตาฉันเลื่อนไปยังสามสาวตรงหน้า—ความกดดันหนาแน่นจนอึดอัด

การปะทะยังไม่เริ่ม แต่แววตาที่พวกเธอจ้องใส่กันช่างราวกับคำสัญญาแห่งหายนะ

ดวงอาทิตย์สีทอง พร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวาง

ความว่างเวิ้งว่างสีม่วง ที่พร้อมตัดขาดและลบเลือน

กองทัพอัศวินแดงและเหล่าจอมเวท ที่จับจ้องลงมาจากหมู่เมฆสีเลือดด้านบน

ฉากนี้คือ “ความโกลาหล” ที่แท้จริง

สำหรับใครหลายคน ความแข็งแกร่งสูงสุดอาจหมายถึงอาวุธล้างโลก หรือบอสที่ทำลายทุกสิ่งได้เพียงครั้งเดียว

บางคนอาจยกเทพธิดาเป็นยอดสูงสุดของพลัง

แต่สำหรับฉัน คำจำกัดความของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือ “พระเอก”

ผู้ที่เกิดมาไร้ขีดจำกัด—ใกล้เคียงเทพเจ้าแต่ก็ยังคงเป็นมนุษย์ อยู่ในจุดสมดุลของทั้งสองโลก

พระเอกไม่ใช่แค่มีพลัง แต่คือ “ศักยภาพ” ที่ไร้ขอบเขต ตัวตนที่สามารถก้าวข้ามทุกอุปสรรค และฝ่าฝืนแม้กระทั่งโชคชะตาได้

เมื่อเห็นตัวเลขพุ่งสูงขึ้น—หัวใจฉันก็สั่นสะท้าน

[เลเวล: 83] → [เลเวล: 121] → [เลเวล: 322] → [เลเวล: 456] → [เลเวล: 691]

ทุกการเพิ่มพูนคือความเร้าใจ คือรสชาติของการครองพลังสูงสุดที่ครั้งหนึ่งฉันเคยไขว่คว้าในเกม—บัดนี้กลับกลายเป็นจริงตรงหน้า

[เลเวล: 691] → [เลเวล: 821]

ทุกค่าสถานะพุ่งขึ้นสู่ขีดสูงสุดของโลกนี้

[พลังโจมตี: EX]

[ความเร็ว: EX]

[ความทนทาน: EX]

[โชค: EX]

[พลังเวท: EX]

ฉันไม่อาจห้ามตัวเองจากการตะลึงในศักยภาพที่กางอยู่ตรงหน้า

นี่ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” หากแต่มันคือการบรรลุถึงการเป็นตัวตนสูงสุด ที่เกิดจากกลไกของเกม—แต่กลับถูกเลี้ยงดูมาเพื่อทำลายกรอบเหล่านั้น

‘นี่สินะ…ความรู้สึกแห่งความเป็น “ผู้แข็งแกร่งสูงสุด” … แบบเดียวกับที่ลูคัสเคยสัมผัสในตอนจบ?’

[เลเวล: 821] → [เลเวล: 999]

[หมายเหตุ: ถึงเลเวลสูงสุดแล้ว!]

[ยินดีด้วย! คุณได้ปลดล็อกเศษเสี้ยวแห่งเทพภาวะ]

ข้อความระบบยืนยันสิ่งที่ฉันรู้สึก—พลังที่ก้าวข้ามพันธนาการของความเป็นมนุษย์

[ข้อมูลสถานะ:]

[ไรลีย์ เฮลล์]

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์ที่ก้าวสู่ขั้นสูง (Ascended Human)]

[เลเวล: 999]

[พลังโจมตี: EX]

[ความเร็ว: EX]

[ความทนทาน: EX]

[โชค: EX]

[พลังเวท: EX]

[แต้มสถานะที่เหลือ: 999]

[ยินดีด้วย! คุณได้ปลดล็อกคลังสกิลทั้งหมดแล้ว]

[ได้รับสกิลระดับ S ทั้งหมด…]

[ได้รับสกิลระดับ A ทั้งหมด…]

[ได้รับสกิลระดับ B ทั้งหมด…]

[ได้รับสกิลระดับ C ทั้งหมด…]

[ได้รับสกิลระดับ D ทั้งหมด…]

[ได้รับสกิลชนิด Unique ทั้งหมด…]

[หมายเหตุ: สกิลทั้งหมดจะถูกนำมาใช้งานแล้ว!]

ยามที่ข้อความยืนยันสุดท้ายจางหายไป ฉันก็รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา ราวกับว่าสกิลทุกอย่างได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งพลังที่หยุดไม่อยู่

ไรลีย์ เฮลล์ บัดนี้คือสัญลักษณ์แห่งพลังสูงสุด ผู้ซึ่งไม่ถูกพันธนาการด้วยกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว

ฉันหันไปมองใบหน้าเชสเชอร์ที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจปนหวาดหวั่น แล้วหัวเราะในใจอย่างขบขัน

ทั้ง ๆ ที่เป็นมันเองที่เรียกร้องให้ฉัน “แสดงพลัง” แต่ตอนนี้กลับยืนจ้องด้วยดวงตาเบิกกว้าง ไม่สามารถปกปิดความหวาดกลัวได้เลย

ฉันกางฝ่ามือออก แล้วสิ่งนั้นก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นราวกับถูกเรียกมาจากเจตจำนงของผมเอง

ดาบเล่มหนึ่งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ปรากฏออร่าอันหนักหน่วงที่กดทับไปทั่วอากาศ

ครืดดดดดดด!!!!

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

[หมายเหตุ: ได้รับดาบพายุเทพ Valeria แล้ว]

นี่ไม่ใช่อาวุธธรรมดา—แต่คือดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอาวุธทั้งปวง อานุภาพของมันเหนือยิ่งกว่าตำนาน “ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง” เสียอีก

Tempest Sword Valeria เลื่องลือในฐานะดาบแห่งการทำลายล้าง—สัญลักษณ์แห่งพลังไร้ผู้ใดทัดเทียม

[สกิล: Lord of Light] → [ทำงานแล้ว]

[สกิล: Sword of the Divine] → [ทำงานแล้ว]

ทันทีที่สองสกิลระดับ S ทำงานพร้อมกัน พลังศักดิ์สิทธิ์พลันแผ่กระจาย—ปลายคมดาบทอแสงขาวเจิดจ้าราวกับจะฉีกโลกให้แตกสลาย

อากาศโดยรอบสั่นสะท้าน กรีดร้องด้วยพลังมหาศาล ดาบเล่มนั้นส่องประกายสว่างขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันเกินกว่าจินตนาการ

ฉันต้องระวัง…

“ด้วยพลังนี้ แค่ก้าวเพียงก้าวเดียวก็เพียงพอจะทำลายโลกใบนี้แล้ว…”

ความเร่งด่วนชัดเจน ฉันต้องยุติเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

หากปล่อยให้ชักช้า ไม่เพียงตัวฉัน แต่อาจรวมถึงพวกเธอทั้งสามจะต้องเผชิญผลลัพธ์ที่เลวร้ายเกินคาด

ซอ… โรส… อลิซ…

ฉันขอโทษ—แต่มันจำเป็นต้อง “ลบ” พวกเธอทั้งสามออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพื่อให้ความเจ็บปวดสิ้นสุดลง…ก่อนที่จิตใจของพวกเธอจะทันได้ตระหนักถึงหายนะที่จะเกิดขึ้น

ฉันกระชับด้ามดาบแน่น สัมผัสได้ถึงน้ำหนักและพลังที่สอดประสานเข้ากับความมุ่งมั่นในหัวใจ

มานาพลุ่งพล่าน แผ่คลื่นพลังที่ทำให้รัศมีโดยรอบยิ่งแผ่ขยายออก

โลกทั้งใบเปลี่ยนเป็นสีขาวนวลพร่างพราย ราวกับเข้าสู่ดินแดนของเทพเจ้า

ดาบพายุเทพ Valeria ที่อาบแสงศักดิ์สิทธิ์และพลังทำลายล้าง บัดนี้พร้อมแล้ว

ด้านโรส ความหงุดหงิดลุกโชนขึ้นทันทีเมื่อได้เห็นการแปรเปลี่ยนของซอ

แววตาเฉยชาไร้อารมณ์ของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เธอเดือดดาล เหมือนกับกำลังท้าทายให้เธอเผชิญหน้าตรง ๆ แม้ว่าพลังและมานาของทั้งสองจะต่างกันอย่างฟ้ากับเหว

ด้วยความหงุดหงิดนั้น โรสตัดสินใจปลดปล่อยคาถาที่ทรงพลังที่สุดของตน

[โซลาน่า…]

เสียงร่ายเวทย์ของ Solana—คาถาแสงระดับ S ที่ทรงพลังที่สุด—ก้องกังวานขึ้น

มันคือการเรียกพลังแห่ง “ดวงอาทิตย์” มาไว้ในกำมือ

พัน—ไม่สิ นับพันพันวงเวทซ้อนทับกันบนฟากฟ้า พลังทั้งหมดรวมตัวกันกลายเป็นรัศมีสว่างเจิดจ้าที่พร่างพราวจนแทบทำให้โลกมืดบอดสนิท

ใบหน้าโรสฉายความมุ่งมั่นสุดขีด ขณะที่เธอกำลังจะปลดปล่อยพลังมหาศาลทั้งหมดลงสู่ซอโดยตรง…

แม้เธอจะรู้ดีว่าเวทมนตร์นั้นจะไม่ส่งผลออกมาเต็มกำลังเมื่อย้อนกลับสู่โลกจริง แต่โรสก็ตั้งใจใช้มันเพื่อสั่งสอนผู้หญิงที่กล้าท้าทายเธออย่างเด็ดขาด

ยามที่แสงสว่างอันมหึมาจากสุริยันที่ถูกอัญเชิญลงมาปกคลุมสนามรบ ซอเองก็ขยับร่างกายทันทีตามสัญชาตญาณ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอราวกับถูกชี้นำโดยจังหวะภายใน

ใบดาบค่อย ๆ เลื่อนออกจากฝัก เผยความว่างเปล่าอันมืดมิด พร้อมจะตัดผ่านแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงนั้น

แสงทองอันเจิดจ้าแห่งโซลาน่า ปะทะกับ ความว่างมืดสีม่วงแห่ง [Hidden Blade Final Form: Null Space]

บังเกิดเป็นการเผชิญหน้าที่ชวนให้ทั้งโลกหยุดหายใจตามกัน

ท้องฟ้าที่แต้มด้วยสีแดงเหมือนดั่งเลือดกำลังรอคอยผลลัพธ์ของการปะทะที่กำลังจะมาถึง การชนกันระหว่างสองพลังสุดขั้ว ที่ย่อมสั่นคลอนแก่นแท้ของโลกทั้งใบ

และแล้ว เมื่อแสงและความว่างตัดกัน… สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาว

โรส ซอ และอลิซ จ้องมองด้วยความตะลึงงัน ขณะที่แสงสีขาวโอบล้อมทุกสิ่งทุกอย่าง

นี่ไม่ใช่เพียงแค่แสงจ้า แต่เป็นทั้งจักรวาลถูกลบออกจนเหลือเพียงผืนผ้าขาวสะอาด ปราศจากสีสันและความหมายใด ๆ

ผืนผ้าของความเป็นจริงเริ่มฉีกขาด เกิดเป็นรอยร้าวที่แตกกระจายเหมือนใยแมงมุมบนท้องฟ้าไร้สิ้นสุด

รอยแรกเป็นเพียงเส้นเล็ก ๆ… แต่แล้วมันขยายเป็นสอง สองกลายเป็นร้อย ร้อยกลายเป็นพัน พันกลายเป็นล้าน จนกระทั่งกลายเป็นนับพันล้านเส้น

แต่ละรอยร้าวดูดกลืนและบิดเบือนสรรพสิ่งรอบข้างในวิธีที่ไม่อาจเข้าใจได้

เวลา… ราวกับหยุดนิ่งไร้ความเคลื่อนไหว

หญิงสาวทั้งสามคนไม่อาจขยับกาย ไม่อาจแม้แต่จะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

สัมผัสทั้งห้าของพวกเธอถูกท่วมท้นด้วยแสงสีขาวและความว่างที่แตกสลาย จิตใจพยายามไล่ตามแต่ไม่ทันต่อหายนะที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเร่งรัด

ทันใดนั้น แสงทองสว่างวาบก็พุ่งทะลุผ่านความว่างเปล่า

แล้วความมืดดำที่กดทับก็ตามกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง…

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พวกเธอกลับพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยของห้องพยาบาลในสถาบัน

ผนังสีขาวสะอาดและแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบเป็นระยะ ๆ ดูธรรมดาจนน่าเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับความโกลาหลเหนือฟ้าดินที่เพิ่งเผชิญมา

ความสว่างแข็งกระด้างของห้องนี้ตัดกับความมืดและพลังไร้ขอบเขตที่ถาโถมเข้ามาก่อนหน้านั้นอย่างสิ้นเชิง

พวกเธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสับสน

ภาพจำของสายฟ้าแดงและความตายที่ใกล้เข้ามาค่อย ๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชืดของห้องพยาบาล

เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผาก ยามที่ความจริงของพลังที่พวกเธอเพิ่งเผชิญค่อย ๆ ซึมลึกลงไปในสำนึก

อลิซ ซอ และโรส มองหน้ากันด้วยแววตาตื่นตระหนก หอบหายใจไม่เป็นจังหวะ

การเปลี่ยนจากสนามประลองสู่ความเงียบสงบของห้องพยาบาลฉับพลันเช่นนี้ช่างสับสนเกินบรรยาย

‘เมื่อกี้… มันคืออะไรกันแน่?’

ความรู้สึกจากพลังนั้นยังคงก้องอยู่ในประสาทสัมผัส ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูไม่จริง

“โอ๊ะโอ~ ตื่นกันหมดแล้วเหรอครับ สาว ๆ?”

เสียงเชสเชอร์ดังขึ้นอย่างล้อเลียน ตัดผ่านม่านความคิดของพวกเธอ

ทั้งสามสะดุ้งหันไปแล้วเห็นมันยืนอยู่ตรงหน้าประตู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงฉายอยู่บนใบหน้า

และก็เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเธอทั้งสามอยู่ในห้องเดียวกัน

[หมายเหตุ: เทพเจ้าปีศาจองค์หนึ่งต้องการมอบพรแก่คุณ!]

[หมายเหตุ: เทพเจ้าปีศาจองค์หนึ่งต้องการมอบพรแก่คุณ!!]

[หมายเหตุ: เทพเจ้าปีศาจองค์หนึ่งต้องการมอบพรแก่คุณ!!!]

[หมายเหตุ: เทพเจ้าปีศาจองค์หนึ่งต้องการมอบพรแก่คุณ!!!!]

‘ไสหัวไปซะ’

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์