CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 155

บทที่ 154: จูบแล้วมันผิดตรงไหนกัน???

บทที่ 154: จูบแล้วมันผิดตรงไหนกัน???

‘ฉันควรทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว…’

โรสคว้าชายเสื้อคลุมของไรลีย์ไว้แน่น มืออีกข้างกระชากปกเสื้อจนยับ ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในแววตาเขาราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน

ความจริงพุ่งชนเธอเหมือนคลื่นน้ำแข็ง—เธอทำผิดพลาดมหันต์ที่มัวแต่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ ได้มีโอกาสเฉียดใกล้เขา

เพราะความตั้งใจที่จะเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเขา ไม่อยากให้เป็นเป้าสายตา เธอกลับเผลอเปิดช่องให้หญิงสาวเหล่านั้นเข้ามารายล้อมเขา ราวกับฝูงลูกนกที่โผเข้าหาแสงอุ่นจากตัวเขา

ไรลีย์ทั้งเท่ ฉลาด และหล่อเหลาจนปฏิเสธไม่ได้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นคุณค่าเหล่านี้ แต่โรสต่างหากที่ควรจะก้าวเข้ามาเร็วกว่านี้

เธอควรยืนยันสิทธิ์ของตัวเองข้างกายเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขาโต้ตอบกับใครต่อใครอย่างอิสระเช่นนั้น

บัดนี้ เธอเข้าใจแล้ว—การใส่ใจความรู้สึกของคนที่ตัวเองรักนั้นสำคัญก็จริง แต่เส้นแบ่งระหว่าง “การเคารพ” กับ “การเพิกเฉย” มันบางเกินไป

การถอยห่างและเก็บตัวอยู่เบื้องหลังตลอดมา กลับกลายเป็นการเปิดช่องว่างที่ผู้หญิงคนอื่นพร้อมจะเข้ามาแทนที่

หัวใจของโรสพลุ่งพล่านด้วยความมุ่งมั่น เธอสาบานว่าจะไม่ยอมทำผิดพลาดซ้ำเดิมอีก

หากอยากครอบครองความรักและความเสน่หาของไรลีย์แต่เพียงผู้เดียว เธอต้องลงมือแย่งชิงมันมา

เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกกันออกอีกต่อไป ไม่ยอมยืนมองคนอื่นคืบคลานเข้าหาเขา ในขณะที่ตัวเองยังยืนอยู่ชายขอบ

การรอคอยมาถึงขีดสุดแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เธอจะก้าวออกมา และช่วงชิงสิ่งที่ควรเป็นของเธอตั้งแต่ต้น

ท่านดยุก คู่หมั้นของไรลีย์ หรือแม้แต่เจ้าหญิง—คนพวกนี้ไม่เคยมีความหมายใด ๆ สำหรับโรส

ถ้าเธอต้องการ เธอเชื่อว่าเธอมีพลังมากพอจะคว้ามาได้ แม้แต่ไรลีย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ผู้คนมากมายอยากได้ตัวไรลีย์ และโรสเองก็ไม่ต่าง เธอทั้งอยากได้ ทั้งโหยหา และไม่มีทางปล่อยให้ใครมายืนขวาง

ไรลีย์อาจลังเลเมื่อต้องเผชิญเรื่องความรัก แต่โรสรู้ดีว่า สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่ง

เสน่ห์โดยธรรมชาติของเขา ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ เขามักจะดึงดูดหญิงสาวรอบกายเสมอ

โรสเข้าใจว่าความดึงดูดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาจงใจ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดยั้งได้ง่าย ๆ มันคือแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธได้

มันเกิดขึ้นกับเธอ…และคงเกิดขึ้นกับเจ้าหญิงด้วยเช่นกัน—ไรลีย์มีพลังปลุกเร้าอารมณ์ในใจใครก็ตาม เหมือนที่เขาทำกับเธอ

เขาถูกกำหนดมาเพื่อเป็นคู่ของเธอ และเมื่อทุกแผนสำเร็จลง ไรลีย์ก็จะต้องเป็นของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แผนดั้งเดิมของเธอคือรอและเฝ้าสะสมเวลา แล้วช่วงชิงเขาในจังหวะที่เหมาะสม

แต่เมื่อเห็นหญิงสาวมากมายห้อมล้อมไรลีย์ เธอก็ตระหนักได้ว่าความอดทนอย่างเดียวนั้นไม่พออีกแล้ว

‘เขาใสซื่อเกินไป…เขาจำเป็นต้องถูกปกป้องจากพวกผู้หญิงที่ไม่เห็นเขาแบบเดียวกับฉัน…’

ความคิดมืดมนก่อตัวในใจโรส

‘ฉันต้องปกป้องเขาไว้ตลอดไป…ฉันต้องขังเขาไว้ เพื่อไม่ให้เข้าไปพัวพันกับพวกหญิงแพศยาพวกนั้น~’

ริมฝีปากเธอคลี่ยิ้ม ความคิดถึงการทำให้ไรลีย์เป็นของเธอเพียงผู้เดียวชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ต้องอยู่ให้ห่างจากใครก็ตามที่คิดจะพยายามแย่งชิงเขาไป

โรสอยากให้ไรลีย์สอนเธอถึงความรักที่แท้จริง ความรักที่เขามอบให้คู่หมั้น เธออยากเข้าใจมัน อยากสัมผัสมัน อยากครอบครองมัน

แต่ถ้าการไขว่คว้าความรักนั้นทำให้แผนที่เธอวางไว้อย่างรอบคอบต้องพังทลายลง มันก็ไร้ค่า

เธอสามารถเรียนรู้มันได้ด้วยวิธีของเธอเอง ด้วยการทำให้ไรลีย์กลายเป็นของเธอ ก้มหัวต่อเจตจำนงของเธอ

“ทั้งที่ฉันให้อิสระที่เธอชอบไปแล้วแท้ ๆ”

“เธอกำลังพูดถึงอะไรกั—”

“จากนี้ไป เธอจะต้องอยู่เคียงข้างฉัน…ไรลีย์”

‘ตลอดกาล~!’

เมื่อโรสขยับมือ พลังมานาในกายพลันพลุ่งพล่าน ร้อนแรงราวกับเปลวไฟ

อากาศรอบตัวแตกพร่าด้วยพลังงานมหาศาล เวทแห่งทวยเทพเริ่มก่อตัวชัดเจน

มานาของเธอกลายเป็นสีแดงเข้ม สอดแทรกด้วยประกายฟ้าคริสตัลที่แผ่ววาบ แผ่กลิ่นอายไม่เป็นมงคล

นี่คือจุดเริ่มต้นของเวทแห่งทวยเทพ [Teleportation]

“โรส ฉันจะพูดอีกครั้ง—เธอต้องใจเย็นลงเดี๋ยวนี้” เสียงไรลีย์หนักแน่น แฝงความเร่งร้อน

แต่คำพูดนั้นไม่ได้เข้าหูโรสอีกแล้ว เธอเดินข้ามเส้นกลับไม่ได้แล้ว ความคิดทั้งหมดโฟกัสเพียงคาถาที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์

เธอรอคอยมานาน วางแผนมาอย่างรอบคอบเกินกว่าจะยอมให้ช่วงเวลานี้หลุดมือไป

เมื่อเธอร่ายเวท ไรลีย์ตระหนักถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา เขาพยายามดันมานาของตัวเองออก ต่อต้านพันธนาการที่เธอกำลังพันธนาการเขาไว้

แต่โรสดันเร็วกว่า

มือของเธอเคลื่อนไหวด้วยความแม่นยำเหมือนคนที่ฝึกซ้ำในหัวมานับพันครั้ง

เธอแตะอกเขา และก่อนที่ไรลีย์จะทันได้ตั้งตัว ดาบทองที่ก่อขึ้นจากมานาอัดแน่นก็พุ่งทะลุร่างเขา

ชวิ้งงงง—!

“นี่มันอะไร…?” ไรลีย์พึมพำ เสียงสั่นด้วยความงุนงง แต่แล้วแววตาเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อสำนึกได้ “นี่มัน…เข็มมานา?”

เข็มทองฝังเข้าร่างดูดกลืนมานาออกมาอย่างน่าสะพรึง ทุกหยดพลังที่ใช้ต้านเธอถูกดูดไปทีละน้อย แรงกดดันที่เขาส่งออกหายสิ้นไป

พลังงานค่อย ๆ เลือนหาย ทิ้งเขาไว้เปลือยเปล่า ปราศจากเกราะกำบัง

มานาที่เคยสว่างเจิดจ้าและเข้มข้น บัดนี้จางหายราวดับสูญ

“ขอโทษนะ ไรลีย์ แต่สถานการณ์นี้ฉันทำอะไรไม่ได้…ทั้งหมดนี้เพื่อเธอนะ เข้าใจใช่ไหม? ไม่ต้องกังวล ฉันจะปกป้องเธอเอง~”

ไรลีย์พยายามเรียกมานากลับมา แต่เข็มทองที่ฝังอยู่ปิดกั้นทุกความพยายาม ทำให้หมดสิทธิ์ขยับพลัง

“โรส…หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ…”

โรสชะงัก หัวใจเธอแทบจะสะดุด

เพียงแค่คิดว่าไรลีย์จะมองเธอด้วยแววตาเกลียดชัง หัวใจเธอก็แทบแตกสลาย

ภาพไรลีย์ที่จ้องเธอด้วยความเย็นชานั้นทำให้เธอไม่อาจทนเห็นได้

แต่ไม่นานเธอก็สลัดภาพนั้นทิ้งไป ปลอบตัวเองอย่างหนักแน่น

‘ไม่มีทางที่ไรลีย์จะเกลียดฉันหรอก…’ เธอคิดย้ำ แต่ถึงอย่างนั้น ส่วนลึกของจิตใจก็ยังบิดเบี้ยวกับความคิดที่ว่า “ไรลีย์ที่กำลังโกรธ” ช่างน่าหลงใหลอย่างแปลกประหลาด

ในหัวของเธอ ภาพที่ไรลีย์โกรธเกรี้ยวกลับดูมีเสน่ห์อย่างพิกล

เวทย้ายมิติใกล้เสร็จสมบูรณ์ โรสโฟกัสที่การคำนวณซับซ้อนอย่างระมัดระวัง

ต่างจากเวทย้ายมิติทั่วไปที่ถ่ายโอนแค่คนเดียว ครั้งนี้เธอต้องคำนวณจุดหมายด้วยตัวเองทั้งหมด รวมถึงการมีอยู่ของมานาของไรลีย์ทั้งภายในและภายนอกร่าง

ทุกรายละเอียดสำคัญ—ตั้งแต่พิกัดเป๊ะ ๆ ไปจนถึงปริมาณพลังงานที่จะค้ำยันเสถียรภาพของเวท

อีกเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เวทนี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์…

ในห้องใต้ดินลับลึกของคฤหาสน์ โรสตั้งใจจะพาไรลีย์ไปอยู่ที่นั่น—ปลอดภัยจากอันตรายของโลก แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ ได้อยู่เคียงข้างเธอแด่เพียงผู้เดียว

แค่ได้คิดว่าจะมีเขาอยู่ในอ้อมกอด—ไกลห่างจากสายตาสอดส่องและอิทธิพลภายนอก ก็ทำให้หัวใจเธอพองโตด้วยความพึงพอใจ

ณ ที่แห่งนั้น ไรลีย์จะเป็นของเธอ ไม่มีใครขัดขวางได้อีก

เธออดยิ้มไม่ได้ สำหรับเธอ เรื่องทั้งหมดนี้ก็เพื่อไรลีย์ทั้งสิ้น—เพราะไม่มีใครปกป้องเขาได้เหมือนเธอ และไม่มีใครรักเขาได้มากเท่าเธออีกแล้ว

เมื่อวินาทีสุดท้ายของเวทใกล้จะมาถึง หัวใจโรสก็เต้นแรงด้วยความคาดหวัง

อีกไม่นาน—พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน เหมือนที่เธอวาดฝันไว้มาตลอด

แต่ในขณะที่แสงของเวทกำลังจะปะทุ—พลังอีกสายก็ระเบิดขึ้น

ฟู่วววววววววววว—!!!

เสียงช็อตไฟฟ้าแหลมบาดหูดังสะท้อน ก่อนที่แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าจะฟาดผ่านอากาศตรงจุดที่โรสยืนอยู่

เปรี้ยงงงง—!!!

อากาศรอบตัวแตกพร่าด้วยสายฟ้า เสียงก้องสนั่นไปทั่วทั้งสถาบัน

ในพริบตา โรสถูกซัดกระเด็น เวทที่กำลังร่ายสะดุดกึก แขนทั้งสองข้างถูกสายฟ้าฟาดขาดสะบั้น

[คมมีดเร้นกาย, กระบวนท่าแรก—]

[จันทร์สีคราม]

เสียงดาบสไลด์เข้าฝักดังเบา ๆ …และเมื่อฝุ่นควันจางลง ร่างของซอก็ปรากฏตรงหน้าไรลีย์ ท่าทางแน่วแน่ไม่ไหวติง

แม้ใบหน้าจะมีรอยไหม้เกรียมจากมานา ชุดเครื่องแบบและเสื้อคลุมฤดูหนาวถูกฉีกขาด แต่ซอกลับไม่เป็นอันตรายร้ายแรงใด ๆ พลังมหาศาลที่เธอครอบครองดูจะผลักทุกสิ่งร้ายออกไป

สายตาเย็นยะเยือกของซอมองตรงไปยังโรส—ซึ่งตอนนี้นอนกองอยู่กับพื้น แขนทั้งสองขาดหายไปถึงหัวไหล่

แต่แทนที่จะเจ็บปวดหรือตกใจ โรสกลับมีสีหน้าเรียบสงบจนน่าขนลุก

ดวงตาสีแดงเข้มของซอเรืองประกาย เส้นสายฟ้ากระโจนไปทั่วร่างราวอสรพิษ ส่งประกายแวววับพร้อมความตั้งใจแน่วแน่

“อย่าแตะต้องเพื่อนของฉัน…” เสียงของซอหนักแน่น แฝงความคุกคามขณะยืนปกป้องไรลีย์จากแม่มดผมทองเบื้องหน้า

โรสไม่หวั่นไหวแม้จะไร้แขน เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ ราวกับบาดแผลนั้นเป็นเพียงรอยขีดข่วน

ประกายทองวาบขึ้นตรงไหล่ ก่อนที่แขนใหม่จะงอกขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ในพริบตา—สะท้อนพลังอันน่าสะพรึง

“เธอเร็วขึ้นนะ มิสซอ…แต่ช่วยอย่ามาขัดจังหวะได้ไหม? หรือว่าเธออยากแพ้อับอายซ้ำอีกครั้งเหมือนครั้งก่อนกัน?”

น้ำเสียงโรสยังคงนุ่มนวล แต่ความเย็นเยียบใต้ถ้อยคำนั้นกดทับจนหายใจติดขัด

“ไม่…ฉันไม่อยากแพ้อีก แต่เธอทำร้ายไรลีย์” ซอตอบกลับ สายตาไม่หลบเลี่ยง “ดังนั้น…ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”

ความเงียบหนักอึ้งปกคลุม ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ยอมถอย

บรรยากาศเข้มข้นจนไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีอีกต่อไป—แต่คือเจตนาฆ่าอย่างแท้จริง

สถานการณ์บานปลายเกินจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงข้อพิพาทในรั้วสถาบัน หากไม่หยุดตอนนี้ ความหายนะจะถล่มทับ ไม่ใช่แค่พวกเขา แต่รวมถึงชื่อเสียงทั้งของสถาบัน

ไรลีย์รู้ดี—เขาต้องหยุดมัน ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางรอดพ้นจากการถูกไล่ออก

“พวกเธอสองคน หยุด—!” ฉันตะโกน เสียงสั่นเพราะยังเจ็บ แต่ทันใดนั้นคำพูดก็ถูกกลบด้วยบางสิ่งที่อ่อนนุ่มและมีขนปกคลุมปิดปาก

“Oya~ Oya~ ฉันแค่ผ่านมาเพราะเห็นระดับมานาพุ่งสูงขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะเจออะไรน่าสนใจขนาดนี้นะ~”

เสียงเย้าแหย่ ล้อเลียนดังขึ้นที่ข้างหู

ฉันสะดุ้งหันไป—และสิ่งที่เห็นคือหัวแมวลอยคว้าง ลำตัวปกคลุมด้วยควันดำขุ่น

รอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันแหลมคม ดวงตาสีเขียวสว่างฉายแววเจ้าเล่ห์—ภาพนั้นทั้งหลอนและคุ้นตาในคราวเดียว

“เชสเชอร์…?” ฉันพึมพำด้วยเสียงแทบไม่เชื่อสายตา ความสับสนกลายเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที

“สวัสดี ไรลีย์~ ไม่เจอกันตั้งนานนะ!” เสียงทุ้มพร่าเหมือนพึมพำขำ ๆ “ดูสิ เจ้าชายแสนดีของพวกเรา ดันไปดึงดูดตัวป่วนมาเต็มไปหมด…ฉันถึงบอกไง ว่าควีนควรรีบคว้าเธอไว้ตั้งนานแล้ว ไม่งั้นจะวุ่นวายกันแบบนี้—ฮะๆๆ”

รอยยิ้มเชสเชอร์ยิ่งกว้าง มองสลับระหว่างไรลีย์กับหญิงสาวสองคนอย่างขบขัน เหมือนกำลังดูละครตลกร้าย

หัวสมองไรลีย์สับสน เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอเชสเชอร์ที่นี่—ในเวลาที่เลวร้ายที่สุดเช่นนี้

“เชสเชอร์ นี่ไม่ใช่เวลามา—”

“อ๋า~ แต่นี่แหละเวลาที่เหมาะที่สุด ไรลีย์~” เสียงเจ้าเล่ห์แทรกขึ้น พลางสะบัดหางควันหมุนวน “ก็ไม่บ่อยนักหรอกนะ ที่เราจะได้เห็นละครดราม่าชั้นเลิศแบบนี้—ควีนต้องตื่นเต้นแน่ถ้าได้เห็น”

ไรลีย์รู้สึกว่าทุกอย่างกำลังหลุดจากการควบคุม การมาของเชสเชอร์ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เละเทะเข้าไปอีก

เจ้านั่นลอยวนรอบตัวเขา ก่อนที่ดวงตาจะสว่างวาบขึ้น

“คุคุคุ~!”

เชสเชอร์หัวเราะ หัวเราะบิดเบี้ยวจนน่าสะอิดสะเอียน รอยยิ้มแปร่ง ๆ กว้างออกพร้อมแขนและขาที่ลอยโผล่ขึ้นจากความว่างเปล่า

เป๊าะ!

นิ้วของมันดีดออก—และไพ่สีชมพูอมแดงนับไม่ถ้วนพลันปรากฏ หมุนวนเหมือนพายุ

จากความโกลาหลนั้น—แม่มดผมสีชมพูปรากฏ ร่างเธอห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีแดงฉานที่แลบวาบในนัยน์ตาสีทอง

อัศวินสี่คนยืนเคียงข้างเธออย่างพร้อมเพรียง

“เชสเชอร์ ทำไมอยู่ ๆ ถึงอัญเชิญฉันออกมา? เบี้ยขาวยัง—” เสียงเธอสะดุดทันทีเมื่อสายตาเห็นไรลีย์ที่กำลังนอนเจ็บ เข็มทองฝังแน่นกลางอก

แล้วสายตาของเธอก็หันไปยังสองหญิงสาวตรงหน้า—ซึ่งเป็นต้นเหตุของหายนะที่เกือบเกิดขึ้น

บรรยากาศเปลี่ยนเป็นมืดดำในเสี้ยววินาที อากาศหนักอึ้งราวโลกกำลังจมลง

นัยน์ตาแม่มดหรี่แคบ เสียงกดต่ำลงจนเย็นยะเยือก

“พวกเธอสองคน…ทำอะไรกับรุ่นน้องของฉันกันแน่?”

คำถามนั้นร่วงลงกลางอากาศ บรรยากาศรอบข้างแทบหยุดนิ่ง

เชสเชอร์ยังหัวเราะคิกคัก สนุกสนานกับความโกลาหลที่ตัวเองจงใจปั่นป่วน

“ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ~ สนุกชะมัดเลยว่ามั้ย~ เจ้าชายแสนดี~?”

‘ไอ้แมวเวรนี่!!!!’

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์