ตอนที่ 154
บทที่ 153: จูบแล้วมันผิดตรงไหนกัน??
บทที่ 153: จูบแล้วมันผิดตรงไหนกัน??
แสงสว่างเจิดจ้า…ทิวทัศน์หลากสี…เส้นทางที่เปล่งประกาย…ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มกายอย่างอ่อนโยน…
ตั้งแต่วันที่เธอได้พบกับไรลีย์ โรสก็เริ่มสัมผัสอารมณ์ที่คิดว่าตัวเองลืมเลือนมานานแล้ว
ในโลกที่ไร้สีสันของเธอ—โลกที่ทุกสิ่งช่างจืดชืดและไร้ความหมาย—ไรลีย์เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่แตกต่าง ราวกับเส้นด้ายสดใสที่เด่นชัดท่ามกลางผืนผ้าอันหม่นหมอง
เขาไม่ใช่แค่ “ต่างจากคนอื่น” แต่เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ความว่างเปล่าของเธอมีความหมายขึ้นมา
เพราะแบบนั้น ตั้งแต่แรกเริ่ม เธอจึงวางแผนทุกอย่างอย่างพิถีพิถัน ทุกก้าวย่าง ทุกถ้อยคำ ทุกสายตาที่มอบให้ ล้วนคำนวณไว้เพื่อทำให้เขาเป็นของเธอคนเดียว
โรสพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้แผนของเธอเริ่มเดินหน้าหลังจากได้ตำแหน่งประธานสภานักเรียน
เพราะตำแหน่งนั้นจะทำให้เธอมีทั้งอำนาจ บารมี และที่สำคัญที่สุด—เวลา—เพื่อปั้นโลกของไรลีย์ให้กลายเป็นโลกที่ทุกความคิด ทุกอารมณ์ ทุกลมหายใจของเขาเป็นของเธอเพียงผู้เดียว
นั่นคือแผนดั้งเดิมของเธอ
ดังนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือสร้างเหตุให้ผู้คนจับตา เธอไม่อยากให้ความสนใจที่ไม่จำเป็นพุ่งไปหาเขา
ไรลีย์ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ และโรสรู้เรื่องนี้ดีที่สุด
เพราะอย่างนั้น เธอจึงเฝ้าอยู่เงียบ ๆ ในเงามืด ให้เขามีอิสระที่เหมือนเขาเฝ้าถวิลหา
มันคือสมดุลที่ละเอียดอ่อน—ปล่อยให้เขามีพื้นที่ แต่ก็ไม่ยอมให้เขาหลุดรอดจากฝ่ามือของเธอไปได้
‘เขายิ่งน่ารักเวลาที่ไม่ถูกกักขัง…’
สุดท้าย เพียงแค่รอให้ตัวเองก้าวขึ้นเป็นประธานสภา เธอก็จะมีเวลามากเท่าที่ต้องการอยู่กับเขา
เธอสามารถอดทนได้ เพราะรู้ดีว่าพอแผนทุกอย่างเข้าที่ ไรลีย์ก็จะไม่มีที่ไหนให้ไป นอกจากเดินตรงเข้ามาหาเธอ
ในโลกที่เธอกำลังสร้างขึ้นมาอย่างประณีต โลกที่มีเพียงเธอกับเขา ไรลีย์จะเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว—เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำให้โลกของเธอสว่างขึ้นตั้งแต่แรกพบ
‘เหลือก็แค่ศาสตราจารย์เซลาห์กับรุ่นพี่ลูน่าเท่านั้น…’
โรสนั่งอยู่ลำพังในห้องเรียน พลางเช็กชื่อในรายการที่เธอทำไว้อย่างละเอียด
ปลายปากกาขีดฆ่าอีกชื่อด้วยความมั่นใจ
เหลือเพียงอีกสองคนสำคัญให้โน้มน้าว—ศาสตราจารย์เซลาห์และรุ่นพี่ลูน่า—โรสก็แทบจะมั่นใจในชัยชนะของตัวเองแล้ว
แม้เจ้าหญิงสโนว์จะดูเหมือนนำโด่งเหนือผู้สมัครคนอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น แต่โรสก็มั่นใจว่าหากเธอได้การสนับสนุนจากศาสตราจารย์เซลาห์ และส่วนแบ่งตลาดของรุ่นพี่ลูน่า ก็จะเพียงพอที่จะการันตีชัยชนะของเธอได้
รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปาก ความพึงพอใจอันเงียบงันอบอุ่นในใจขณะเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้
ทุกก้าวย่างที่ผ่านมา เธอเดินด้วยความระมัดระวังและมั่นคง นำพาเธอใกล้เข้าเป้าหมายโดยไม่ให้ใครจับพิรุธได้
‘พ่อก็บอกแล้วว่าได้ลงมือจัดการอะไรไว้บ้าง…งั้นฉันก็แค่รอดูผลก็พอ’
ในความคิดของเธอ ทุกชิ้นส่วนกำลังเข้าที่เข้าทางอย่างสมบูรณ์
ระหว่างที่เก็บของ เสียงคุยกระซิบกระซาบของนักเรียนก็ดังแทรกเข้ามา มันดังยิ่งกว่าปกติ เต็มไปด้วยข่าวลือและเรื่องเล่า
“นี่ ได้ยินข่าวเมื่อวานรึยัง?”
“อื้อ เรื่องเซอร์ไพรส์นั่นน่ะสิ! เพื่อนฉันบอกว่าเจ้าหญิงถึงกับสารภาพรักเขาต่อหน้าเลยนะ!”
“จริงเหรอเนี่ย?”
เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ข่าวลือต่าง ๆ วนเวียนไปทั่วทั้งห้อง แต่โรสแทบไม่เหลียวแล
เธอคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือไร้สาระเกี่ยวกับเจ้าหญิงสโนว์อีกครั้ง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอาไว้ให้เด็กนักเรียนแตกตื่นเล่น
สำหรับเธอ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ มีเพียงการเลือกตั้งและแผนที่เธอปูไว้เท่านั้น ข่าวซุบซิบนินทาเหล่านี้ไร้ค่าจนไม่ควรเสียเวลาใส่ใจ
แต่ขณะก้าวออกจากห้อง ความสงสัยเล็ก ๆ กลับงอกขึ้นในใจ แม้ไม่อยากยอมรับ แต่เธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แรกเริ่ม โรสยังคิดว่านี่คงเป็นข่าวลือที่ถูกแต่งเกินจริงอีกเช่นเคย
แต่แล้ว ก้าวเดินของเธอก็หยุดชะงักทันที เมื่อหูเธอจับเสียงถัดมาจากนักเรียนสองคนที่พูดคุยกัน
“เขาว่ากันว่าเจ้าหญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แถมยังจูบเขาด้วยนะ—โรแมนติกสุด ๆ เลยล่ะ!”
“ฟุฟุ ถึงจะเป็นเจ้าหญิงก็ยังกลั้นความรักไว้ไม่อยู่สินะ”
“ไรลีย์ใช่ไหม? อยากรู้จังว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่”
“ฮิฮิ ฉันว่าเขาคงนอนไม่หลับแน่ ๆ”
“จริงด้วย~”
“แต่ว่าเจ้าหญิงออกตัวแรงขนาดนี้ มันจะดีจริงเหรอ?”
“ก็เพราะเป็นเจ้าหญิงนั่นแหละ เธอคงมีแผนในใจอยู่แล้วล่ะ ฮิฮิ”
เสียงหัวเราะใส่ความไร้สาระของข่าวลือเหล่านั้น ทำให้หัวใจของโรสแทบหยุดเต้น
‘จ-จูบ???’
‘ไรลีย์…กับเจ้าหญิง?’
‘ทำไม? ได้ยังไง? ตอนไหนกัน?’
ร่างกายเธอขยับเองโดยไม่รู้ตัว
มานาพวยพุ่งจากกายอย่างควบคุมไม่อยู่ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งสนามสถาบันโดยที่เธอไม่ทันคิด ขณะที่ร่ายเวทแห่งทวยเทพ [Spacial Wave]
เวทนี้ทำให้เธอสามารถจับตำแหน่งของทุกคนในรัศมีได้อย่างแม่นยำแทบสมบูรณ์
ด้วยความตกใจปนกังวล เธอระเบิดพลังออก กวาดหาสัญญาณมานาที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้เป็นศูนย์กลางของข่าวลือ
[เทเลพอร์ต]
ฟุ่ววววว—!!!
ความคิดสับสนและอารมณ์ท่วมท้นปะปนกัน จนเธอไม่แยแสแม้ต้องละเมิดกฎห้ามใช้เวทแห่งทวยเทพภายในสถาบัน เธอก็ยังเลือกใช้มันอย่างไม่ลังเล
…
“เจ้าหนูหนอนที่คิดลอบเร้น…ไม่มีทางทำสำเร็จหรอกนะ”
เสียงประกาศของโรสเจือพิษร้าย อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว กดทับลงมาหนักอึ้ง
มานาในอากาศดังครืดคราดจนรู้สึกได้ เหมือนโลกทั้งใบกำลังถูกบีบอัดเข้าหากัน ความกดดันพุ่งตรงเข้าโจมตีซอเพียงคนเดียว
แรงกดดันนั้นแทบสัมผัสได้ด้วยผิวกาย—รุนแรงจนลมหายใจติดขัด—ขณะที่สายตาของโรสจับจ้องอีกฝ่ายด้วยความเย็นชา
วงเวทขนาดใหญ่ปรากฏเบื้องหลังเธอ ดาบแสงที่เคยถูกสร้างขึ้นก่อนไหลวนผสานกับธาตุหลากหลาย เปล่งประกายพร้อมพลังทำลายที่ปั่นป่วนราวพายุ
‘นี่เธอรู้จักใช้ [พลังประสานเวท] แล้วงั้นหรือ?’
เลวร้าย—เลวร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคาดไว้เสียอีก
ระดับการควบคุมเวทของโรสก้าวล้ำไปเกินกว่าที่ฉันเคยคิดไว้มากมาย…
สถานการณ์บานปลายเร็วเกินไป และฉันก็ติดอยู่ตรงกลางระหว่างพายุนี้
“โรส เธอกำลังทำอะไรอยู่?”
ฉันตะโกนออกไป หวังเจาะผ่านความตึงเครียดหนาที่ปกคลุมอากาศ
แต่แทนที่จะตอบ เธอกลับหันสายตามาหาฉัน แววตาผสมผสานด้วยอารมณ์สับสนวุ่นวาย
ภายใต้ความเย็นชานั้น—ฉันได้เห็นทั้งความเจ็บปวดและการหักหลัง เหมือนเธอไม่อาจเชื่อได้ว่าฉันปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
ด้านซอเองก็ไม่ใช่คนที่จะถอยหนีจากการท้าทาย
ร่างกายเธอเปล่งประกายสายฟ้าสีฟ้า เสียงอากาศแตกพร่าดังก้องรอบตัว ดาบที่ยังอยู่ในฝักกลับส่งกลิ่นอายคุกคามออกมา พร้อมถูกชักขึ้นเมื่อไรก็ได้
‘ถ้าสองคนนี้สู้กันขึ้นมาล่ะก็…ฉันคงตายแน่’
“ทำไมถึงโจมตีเราโดยไม่มีเหตุผล โรส?”
“แค่เธอถามคำนี้ ก็บ่งบอกแล้วว่าเธอช่างไร้ยางอายจริง ๆ ซอ…”
“ฉันไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงเรื่องอะไร…”
“เมื่อกี้เธอกำลังจะ…ไม่สิ พยายามลวนลามไรลีย์ใช่ไหม?”
“แล้วมันผิดตรงไหน?”
“…”
ความเงียบถัดมาหนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปหมด
ทั้งคู่แทบไม่ต้องแลกเปลี่ยนคำพูดมาก แค่สายตากับน้ำเสียงก็เพียงพอจะทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงราวกับโลกทั้งใบกลายเป็นน้ำแข็ง
เหงื่อเย็นไหลซึมลงแผ่นหลัง ฉันเริ่มกระจายมานาภายในเตรียมพร้อมเผื่อเหตุเลวร้าย
นี่คือโอกาสเดียวที่จะหยุดเหตุการณ์อย่างสงบ ถ้าล้มเหลว คงต้องใช้สกิลพาตัวเองรอดออกไป ไม่ว่าจะเสี่ยงแค่ไหนก็ตาม
ฉันก้าวไปข้างหน้าแรงกดดันกลับทวีคูณ
พลังมานาของพวกเธอสองคนหมุนวน ปะทะกันกลางอากาศราวกับเทพสองตนที่พร้อมจะปะทะในชั่วขณะ
ทุกก้าวที่ฉันก้าวเหมือนถูกภูเขาโถมทับลงบนไหล่
‘จะอ้วกอยู่แล้ว…’
ร่างกายตะโกนประท้วง ท้องบิดปั่นป่วนเหมือนมีคมมีดนับพันเล่มกรีดอยู่ข้างใน ‘นักเรียนคลาส B ถ้าโดนแรงกดมานาแบบนี้คงสลบไปแล้วแน่…’
ความเจ็บปวดมหาศาล แต่แปลกที่รอยยิ้มกลับผุดขึ้นบนริมฝีปาก เมื่อหน้าจอระบบกะพริบคำเตือนสีแดงขึ้นตรงหน้า
[คำเตือน!]
[คำเตือน!!]
[โชคชะตา: การสังเวยแห่งมังกรกำลังสั่นสะเทือน!!!!!]
[คำเตือน!]
ข้อความเร่งเร้าเต็มไปหมด แต่สมาธิของฉันกลับโฟกัสอยู่ที่อย่างอื่น—ที่ความโกลาหลเบื้องหน้า
[หมายเหตุ: ผู้ใช้กำลังอยู่ในเขตที่มีความหนาแน่นของมานาสูง]
[หมายเหตุ: ควรออกจากพื้นที่ทันที!]
“พวกเธอสองคน…”
โลกทั้งใบพลันไร้สีสัน กลายเป็นขาวดำราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง—ก่อนจะกระชากกลับมาขยับอีกครั้งในพริบตา
[หมายเหตุ: เงื่อนไขครบถ้วนแล้ว!]
[สกิล: Monarch’s Will (เอกลักษณ์เฉพาะ)]
[ปลดล็อกแล้ว!] [กำลังใช้เอฟเฟกต์]
[เอฟเฟกต์: คำสั่งสัมบูรณ์] [ทำงานอยู่]
[เอฟเฟกต์: ลดค่าสถานะ 90%] [ทำงานอยู่]
[หมายเหตุ: ศัตรูทั้งหมดในรัศมีของผู้ใช้จะถูกลดค่าสถานะ!]
[หมายเหตุ: ศัตรูทั้งหมดในรัศมีของผู้ใช้จะถูกกดข่มเจตจำนง!]
แรงกดดันมหาศาลที่บดขยี้ร่างฉันพลันหายไปในพริบตา
แทนที่ด้วยใบหน้าของหญิงสาวสองคน ที่เมื่อครู่ยังไม่เหลียวแลฉัน กลับเบิกตากว้างมองมาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสน
“ใจเย็นลงซะ…”
น้ำเสียงของฉันหนักแน่นกว่าที่เคย มีอำนาจบางอย่างที่บังคับให้ความวุ่นวายโดยรอบหยุดนิ่งลง
“แต่ฉันไม่อยาก…”
‘หะ?’
สมองฉันแทบชะงักทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของโรส น้ำเสียงเธอเย็นเยียบ คมกริบ ยิ่งกว่าที่เคยได้ยินมา
‘นี่มันอะไรกัน…’
‘ทำไมเธอถึงยังขยับได้…ทั้งที่อยู่ภายใต้อำนาจของฉันแล้ว?’
ไม่ทันตั้งตัว มานาของโรสก็ปะทุสูงขึ้นจนแทบกลืนลมหายใจฉัน ก่อนที่เวทแสงสว่างจะพุ่งออกจากปลายคทาของเธอในชั่วพริบตา
ตู้มมมมมม—!!!
แรงระเบิดอัดอากาศแตกกระจายเป็นคลื่นกดร่างเราทั้งหมด
[คำเตือน!]
[คำเตือน!]
[หมายเหตุ: ตรวจพบการปรากฏตัวของเจตจำนงที่สูงกว่าผู้ใช้!]
[หมายเหตุ: ผลของ Monarch’s Will จะถูกลบล้างเมื่ออยู่ต่อหน้าเจตจำนงนั้น]
[เอฟเฟกต์: คำสั่งสัมบูรณ์] [???]
[เอฟเฟกต์: ลดค่าสถานะ 90%] [???]
[หมายเหตุ: แนะนำให้ผู้ใช้ออกจากพื้นที่ทันที!]
ฉันแทบไม่ทันรับรู้ข้อความที่กะพริบอยู่ในหัว ก่อนที่สายตาเย็นชาของเธอจะล็อกกับฉันโดยตรง
ดวงตาสีทองที่ปกติอบอุ่นน่าหลงใหล—ตอนนี้กลับมืดมิด กดดัน เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เธอเอื้อมมือคว้าคลุมเสื้อฉันไว้แน่น รุนแรงจนดิ้นไม่หลุด
“นี่มันความผิดของเธอทั้งหมด ไรลีย์~” เสียงเธอนุ่มหวานแทบจะออดอ้อน แต่ไอเย็นชาที่สอดแทรกอยู่กลับทำให้สันหลังฉันแข็งทื่อ “ทั้งที่ฉันมอบอิสระที่เธอชอบให้แล้วแท้ ๆ”
“เธอกำลังพูดถึงอะไรกัน—”
“จากนี้ไป เธอจะต้องอยู่ข้างฉันตลอดไปนะ…ไรลีย์”
คำพูดที่อ่อนโยน รอยยิ้มที่ภายนอกดูละมุนงดงาม—แต่สำหรับฉันแล้ว ไม่มีอะไรที่อ่อนโยนในน้ำเสียงของเธอเลย
ทุกการกระทำ ทุกถ้อยคำของเธอ แผ่ซ่านไปด้วยความเป็นเจ้าของจนขนลุกวาบไปทั้งตัว