CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 11

บทที่ 11: ความหมายของสีชมพู

ตั้งแต่อลิซยังเด็ก โลกก็ดูแปลกประหลาดอยู่เสมอในสายตาของเธอ ท่ามกลางความธรรมดา กลับมีบรรยากาศแห่งความพิศวงที่ไม่อาจปฏิเสธได้โอบล้อมเธอไว้ ราวกับว่าเธอสามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านแห่งความเป็นจริง

“อลิซ เธอพิเศษนะ”

“หนูพิเศษเหรอ?”

“ใช่”

ตลอดช่วงวัยเด็ก อลิซไม่เคยสลัดความสงสัยที่ฝังแน่นในใจออกไปได้ เธอครุ่นคิดถึงความแตกต่างระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกของผู้คน กับอารมณ์ซับซ้อนที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เบื้องหลังหน้ากากแห่งความสุขและความพึงพอใจนั้น… เหมือนมีหุบเหวลึกซ่อนอยู่จากสายตาใครๆ

“หนูพิเศษยังไงคะ ท่านหญิง?”

“อืม~ ดวงตาของเธอ… หูของเธอ… จมูก ปาก และใบหน้าเธอ—แทบทุกอย่างในตัวเธอล้วนพิเศษทั้งสิ้น อลิซ… แม้แต่วิญญาณของเธอก็ด้วย” สตรีในชุดขาวเอ่ยตอบด้วยท่วงท่าสง่างาม ราวกับนางอยู่บนสวรรค์

อลิซกลั้นหัวเราะไม่อยู่กับคำชมที่สูงส่งเช่นนี้

“ฮิฮิฮี~ ท่านหญิงพูดแบบนั้นเพราะท่านชอบหนูใช่ไหมคะ?”

สตรีชุดขาวเพียงยิ้มอ่อน ดวงหน้าซีดเผือดสว่างไสวด้วยความรัก

“นั่นก็จริง…”

“ท่านหญิง… ท่านมีอยู่กี่สีคะ? หนูเห็น…”

อลิซยกนิ้วขึ้นนับ “หนึ่ง สอง… ห้า หก! มีหกสีในตัวท่านค่ะ!”

“ฟุฟุ… เธอนับเก่งขึ้นมากนะ เชสเชียร์สอนเธอดีใช่ไหม?”

สตรีคนนั้นถาม พลางพยักหน้าด้วยความชื่นชมต่อทักษะที่เติบโตขึ้นของเด็กสาว

เธอจำได้ดีว่าในวันแรกๆ อลิซยังแยกแยะสีได้เพียงไม่กี่สี แต่บัดนี้—เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงสามารถรับรู้สีทั้งหมดในสเปกตรัม—หัวใจของเธอก็โล่งวาบ อลิซจะสามารถนำทางในความซับซ้อนของโลกได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องคอยอยู่ในอ้อมคุ้มครองตลอดเวลาอีกต่อไป

“อ๊ะ… ไม่ใช่ค่ะ คุณกระต่ายสอนหนูเรื่องตัวเลข ส่วนคุณช่างทำหมวกสอนเรื่องตัวอักษร” อลิซตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา

“ฉัน… เข้าใจแล้ว”

แววเศร้าฉายวาบในดวงตาของสตรีชุดขาว อย่างไรก็ตาม เธอรีบสะบัดความรู้สึกหม่นนั้นทิ้งไป ไม่ต้องการให้บรรยากาศในช่วงเวลาสำคัญนี้ต้องหมองหม่น เวลาที่มีค่ากับอลิซช่างแสนสั้น และเธอจะไม่ปล่อยให้ความขุ่นเคืองต่อแมวเจ้าเล่ห์ตัวนั้นมาทำลายมัน

ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้เรือนผมนุ่มของอลิซอย่างอ่อนโยน ขณะฮัมทำนองกล่อมเด็กแผ่วเบา

“อลิซ…”

“คะ?”

เด็กสาวพึมพำตอบ ความสนใจถูกดึงดูดด้วยสัมผัสอบอุ่นนั้น

“เมื่อถึงเวลา… อยากให้เธอจำไว้เสมอ ว่ามีเพียงสีแดงกับสีขาวเท่านั้น… ที่เป็นความจริงในโลกนี้”

อลิซขมวดคิ้วอย่างงุนงง

“หมายความว่า… สีน้ำเงินกับสีเหลืองไม่ใช่สีที่เป็นความจริงเหรอคะ?”

“อืม~ ไม่ใช่แบบนั้น… แต่มีเพียงสีแดงกับสีขาวที่เธอควรเชื่อถือ”

น้ำเสียงสตรีชุดขาวแฝงความลึกลับ

“หนูไม่เข้าใจค่ะ” อลิซยอมรับ

“เธอจะเข้าใจ… เมื่อเธอโตขึ้น” เธอเอ่ยอย่างอ่อนโยน แม้ในน้ำเสียงนั้นจะแฝงแววเศร้าลึกๆ และในดวงตาของอลิซ เธอก็มองเห็นความไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้กาลเวลาพาเธอเติบโต

“แต่หนูไม่อยากโตเลย…” เด็กสาวเอ่ยอย่างแผ่วเบา ความคิดว่าจะต้องจากโลกแสนมหัศจรรย์นี้ไปทำให้หัวใจเธอสั่นไหว

สตรีชุดขาวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่น “สักวัน… เธอจะเข้าใจทุกอย่าง อลิซ แต่ตอนนี้… มาสนุกกันก่อนเถอะ” อลิซพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความอบอุ่นนั้น

“ท่านหญิงบอกว่ามีเพียงสีแดงกับสีขาวที่เป็นความจริง… นั่นหมายความว่าฉันสามารถเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม… รุ่นน้อง?”

อลิซพึมพำกับตัวเอง ดวงตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่ตรงหน้า ตั้งแต่ที่เธอเผลอใช้เวทมนตร์ระดับกลางใส่เขาโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกผิดก็เกาะกุมเธอไม่ปล่อย

เธอรีบพาเขามายังห้องพยาบาล ซึ่งบรรดาพยาบาลและหมอประจำสถาบันก็รีบเข้ามาดูแลรักษา จนอาการส่วนใหญ่ทุเลา แต่เขาก็ยังคงหมดสติอยู่—ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความผิดพลาดที่เธอก่อ

แม้การรักษาจะผ่านไป แต่ความรู้สึกผิดในใจเธอก็ยังไม่เลือน

“ฉันทำผิด… ตอนที่ใช้เวทมนตร์นั้นใส่เขา…” เธอกระซิบกับตัวเอง

ทันใดนั้น… ควันหม่นก็พลันลอยคลุ้งขึ้นใกล้ๆ ดึงความสนใจของเธอ และจากในหมอกนั้น—ดวงตาสีน้ำเงินสดใสคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะโค้งเป็นรอยยิ้มคุ้นตาของแมว

“อลิซ~ ฉันได้ยินข่าวมาว่าเธอเกือบฆ่านักเรียนปีหนึ่ง? ทำไมไม่ชวนฉันไปสนุกด้วยล่ะ… อ๋อ… หรือว่าเขานี่?”

เสียงเชสเชียร์เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเจือความซุกซน ดวงตาเขากวาดมองชายหนุ่มที่นอนอยู่ แล้วรอยยิ้มก็ยิ่งกว้างขึ้น

“เชสเชียร์… แกหายหัวไปไหนมาวะ ไอ้แมวบ้า?” อลิซบ่น พลางมองเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิด

“หืม? ทำไมอยู่ๆ เปลี่ยนเรื่องล่ะ?” เขาหัวเราะขี้เล่น “ว่าแต่… นี่เขาจริงๆ เหรอ? ว้าววว~ เธอทำแต้มได้เยอะเลยนะ อลิซ… เขาหล่อใช้ได้เลย สนุกไหมล่ะที่ทำให้เขาอ้อนวอนขอชีวิต?”

“อะไรนะ?! ไม่ใช่สักหน่อย~! ฉันแค่เผลอใช้เวทระดับกลางใส่เขาตอนทดสอบภาคปฏิบัติ!” แก้มของอลิซแดงซ่านด้วยความอับอาย

“แล้วเธอคิดว่าฉันเป็นพวกที่ชอบทรมานคู่ต่อสู้รึไง?”

“อืม… เธอก็ทรมานฉันตลอดเวลานั่นแหละ” เชสเชียร์พูดพร้อมรอยยิ้มซุกซน

“อันนี้กับอันนั้นมันต่างกัน~! เหมือนกับที่แกและทุกคนที่ฉันเคยเจอมาก็แตกต่างกัน… แต่เขาพิเศษ”

อลิซโต้กลับ พยายามเบี่ยงเบนการเย้าแหย่ของเชสเชียร์

“อืม~ แม้ว่าคำพูดนั้นจะฟังดูดี แต่ฉันก็บอกได้เลยว่ามีคำพูดประชดประชันไม่เหมือนใครลอยอยู่ในอากาศ”

เชสเชียร์สังเกต ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนุกสนาน ขณะลอยวนอยู่เหนือชายหนุ่มที่กำลังหลับ สำรวจเขาจากทุกมุม

“เขาชื่ออะไรเหรอ อลิซ?”

“ไรลีย์… ไรลีย์ เฮลล์”

“เฮลล์? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลขุนนางที่ใช้นามสกุลนี้เลย เขาเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า?”

เชสเชียร์คาดเดา ความสนใจถูกดึงด้วยนามสกุลที่ไม่คุ้นหู

“ฉันไม่รู้” อลิซยอมรับ คิ้วขมวดด้วยความคิด พลางครุ่นคริสงสัยถึงภูมิหลังที่ลึกลับของไรลีย์

ความจริงแล้ว มีหลายสิ่งที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับเขา—และนั่นทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แม้ว่าเขาจะมีออร่าที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

ในขณะที่เขามีสีที่ราชินีชุดขาวบอกว่าเธอสามารถเชื่อถือได้… อลิซก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความสงสัยที่คืบคลานเข้ามา

“เชสเชียร์… แกเคยบอกว่าความจำแกสมบูรณ์แบบใช่ไหม?” อลิซถาม หวังจะได้ข้อมูลเพิ่มจากแมวเพื่อนเก่า

“ใช่”

“เราเคยเจอชายคนนี้มาก่อน ระหว่างการผจญภัยของเราไหม?”

“อืม~ ไม่นะ แม้ว่าเราจะเจอผู้ชายผมบลอนด์หน้าตาดีอยู่บ้าง แต่ฉันไม่คิดว่าเคยเจอใครที่มีความสามารถระดับนี้”

เชสเชียร์ตอบ น้ำเสียงครุ่นคิด

“ฉ… ฉันเข้าใจแล้ว…”

ทันใดนั้น เชสเชียร์ก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาส่องประกายด้วยความซุกซน

“ว่าแต่… ท่านอาจารย์ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยการหยอกล้อ

“หือ? แน่นอนว่าก็เพื่อพาเขามาที่นี่ เพราะเขาบาดเจ็บ” อลิซอธิบาย เสียงเจือความสับสน

“หืม~ แต่เธอก็แค่ขอให้อาจารย์คนอื่นทำแทนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาด้วยตัวเองนี่นา… ฉันได้ยินว่าเธอต้องไปช่วยในบททดสอบอื่นของนักเรียนแผนกเวทมนตร์ด้วย แต่กลับเสียเวลาอยู่ที่นี่~ น่าสงสัยนะ”

เชสเชียร์พูดพลางหรี่ตาพิจารณาอลิซอย่างตั้งใจ “แถมเขายังเป็นนักเรียนแผนกอัศวินด้วย…”

“น-นั่นก็เพราะฉันรู้สึกรับผิดชอบ เขาเกือบตายเพราะฉันนะ เธอรู้ไหม? นี่ไม่ใช่แค่ความสุภาพพื้นฐานเหรอ?”

อลิซปกป้องตัวเอง แก้มแดงก่ำด้วยความอับอาย “แล้วอีกอย่าง การที่ฉันอยู่ที่นี่มันผิดตรงไหน?”

“มันไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่เธอสามารถออกไปได้หลังจากพาเขามาที่นี่… หรืออย่างมากก็ใช้เวลาแค่ 5-15 นาทีเพื่อดูอาการแล้วกลับไปที่โรงยิม แต่เธอกลับนั่งอยู่ที่นี่เหมือนกำลังรอให้เขาตื่น… แถมยังจ้องมองเขาโดยไม่มีเหตุผล~”

เชสเชียร์ชี้อย่างเจือรอยขบขัน

“มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับชายคนนี้เหรอ~?” เขายังไม่เลิกกระตุ้น แสงซุกซนในดวงตายิ่งชัด

“ม-ไม่มีอะไร” อลิซตอบตะกุกตะกัก หัวใจเต้นแรง พยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไม่ให้แมวตัวป่วนรู้ทัน

“เธอโกหก” เชสเชียร์ประกาศตรงๆ พร้อมโน้มหน้าใกล้ขึ้น

“ฉ… ฉันจะโกหกทำไม?” อลิซโต้กลับอย่างหงุดหงิด

ใบหน้าของเขาอยู่ห่างเพียงไม่กี่นิ้ว ท่าทางขี้เล่นยิ่งเข้มข้น

“จริงเหรอออ~~~?”

“ใช่…” อลิซพึมพำ ความตั้งใจเริ่มพังลงภายใต้การซักไซ้ไม่หยุด

“อลิซ… อย่าบอกนะว่าเธอตกหลุมรักเข้าแล้ว? อ๋อ~ ไม่แปลกใจเลยที่เธออยู่ที่นี่ ฮิฮิฮิ… ผู้ชายคนหนึ่งทำลายหัวใจคริสตัลของเธอได้แล้วสินะ? เธอชอบคนหล่อๆ ใช่ไหม? ฉันจะตำหนิเธอเรื่องนี้ไม่ได้หรอก…”

เชสเชียร์เย้าแหย่ เสียงหัวเราะดังก้องในห้อง

“ห-หือ? แกพูดอะไรของแกน่ะ ไอ้แมวบ้า? ฉันไม่ได้ชอบเขา…! อันที่จริง เขาต่างหากที่ชอบฉัน!!!”

อลิซอุทาน แก้มแดงเป็นลูกตำลึง ขณะชี้ไปที่ไรลีย์ซึ่งหมดสติอยู่

เสียงอุทานดังสะท้อน และเพียงเสี้ยววินาทีหลังตระหนัก เธอก็รีบปิดปาก… แต่ก็สายเกินไป

แสงซุกซนในดวงตาของเชสเชียร์บอกชัดว่าความลับถูกเปิดเผยแล้ว—และเธอเตรียมใจรับการล้อเลียนที่กำลังจะมา

“ปิ๊ด~ ฮิฮิฮิ… ฉันเข้าใจแล้ว นี่มันก็เป็นแบบนั้นเอง แต่ทำไมต้องซ่อนล่ะ? มันไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นผู้ชายหลงเธอสักหน่อย… หรือว่าเขาพิเศษ?”

เชสเชียร์หัวเราะเบาๆ ความขบขันไม่ปิดบังเลย

แม้ไม่เต็มใจ แต่อลิซก็ถอนหายใจยอมแพ้

ไม่มีประโยชน์จะปิดบังอะไรต่อหน้าแมวที่อยากรู้อยากเห็นแบบนี้

“เ-เขามีมัน…”

“มีอะไร?” เชสเชียร์โน้มเข้ามาใกล้ขึ้น ความอยากรู้พลุ่งพล่าน

“ความจริง… ที่ฉันสามารถเชื่อถือได้” อลิซเอ่ยแผ่ว เสียงแทบเป็นกระซิบ

ดวงตาเชสเชียร์เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “นั่นหมายความว่าเธอพบมันแล้วเหรอ? เธอเห็นสีอะไรในตัวเขา?”

“สีชมพู… สีชมพูที่เข้มข้นและบริสุทธิ์” อลิซตอบ สายตาหลุบลงมองพื้น

“ว้าว… งั้นเขาก็ไม่ใช่คนทั่วไปสินะ การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสีแดงกับสีขาว”

เชสเชียร์ยิ้มกว้าง “ผู้ชายคนนี้ตกหลุมรักเธอ อลิซ~!”

“ห-หือ? ทำไมแกถึงสรุปแบบนั้นทันที?”

“เธออยากให้ฉันสะกดความหมายของ ‘สีชมพู’ ในตัวคนให้ฟังจริงๆ เหรอ?”

อลิซเบือนหน้า หลีกเลี่ยงสายตา รู้สึกทั้งอับอายและหงุดหงิด

แม้ว่าสิ่งที่เชสเชียร์พูดจะเป็นความจริง… แต่เธอจะทำอะไรได้กับสถานการณ์นี้?

คนที่เพิ่งเจอกันโดยบังเอิญ จะสามารถปลุกเร้าอารมณ์รุนแรงขนาดนั้นได้จริงหรือ?

“เธอพบเขาแล้ว… แต่ดันเกือบฆ่าเขา เธอคิดอะไรอยู่ อลิซ?”

เสียงเชสเชียร์แทรกความเงียบ น้ำเสียงเจือความกังวล

“อย่างที่ฉันบอก มันเป็นแค่อุบัติเหตุ… แล้วอีกอย่าง แกจะมาบอกได้ยังไงว่าผู้ชายคนนี้ชอบฉัน? คนเราจะแสดงความรักได้มากขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งเดียวเหรอ?”

อลิซโต้กลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย

เชสเชียร์มองเธอด้วยสายตารู้ทัน ดวงตาเปล่งประกายด้วยสติปัญญาที่เหนือกว่ารูปลักษณ์แมวของเขา

“ความรักเป็นสิ่งลึกลับ อลิซ… มันเกิดขึ้นได้ราวกับสายฟ้าฟาด—ไม่คาดคิด และรุนแรง บางครั้ง… แม้แต่การเผชิญหน้าเพียงครั้งเดียว ก็อาจจุดประกายเปลวไฟที่ลุกโชนได้”

“แกนี่… แค่กุเรื่องขึ้นมา”

“อ่า~ เอาจริงนะ… ราชินีบอกให้เธอเชื่อถือความจริงของเธอเท่านั้นนี่?”

“ฉันรู้… แต่…”

ตั้งแต่วันที่เจอเขา เธอก็อยากรู้เหลือเกินว่าเขา ‘แปลก’ แค่ไหน

การพบกันครั้งแรกเกิดขึ้นบนเรือลอยฟ้า—ที่ซึ่งเขาเพิกเฉยต่อเธอโดยสิ้นเชิง

แม้เธอจะไม่ได้สัมผัสถึง ‘ความจริง’ ในตัวเขาในตอนนั้น แต่การกระทำของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่คนมีความรักจะทำ

ทว่า… แม้ในท่าทีเย็นชานั้น ก็มีบางอย่างที่ผิดปกติและทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

ตลอดการเดินทาง เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหลีกเลี่ยงเธอ แต่กลับแผ่ออร่าสีชมพูรุนแรงที่เกือบจะกลืนกินทั้งห้อง

แม้แต่ตอนที่เขาดูเย็นชาในขณะจัดการผู้ก่อการร้ายสามคนนั้น… เมื่อดวงตาของพวกเขามาสบกัน สิ่งเดียวที่เธอเห็นคือพื้นที่กว้างใหญ่ของสีชมพู—ขู่ว่าจะกลืนกินเธอทั้งตัว

และตอนนี้ สีชมพูนั้นเหมือนจะแผ่เป็นคลื่น ห่อหุ้มทุกสิ่งทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้เขา

แต่ถึงอย่างนั้น… ไม่มีสิ่งใดแสดงออกบนใบหน้าหรือการกระทำของเขา

แม้แต่ที่โรงยิม ทุกครั้งที่พวกเขาเดินสวนกัน ออร่าที่เขาปล่อยออกมาก็มักจะเต็มไปด้วยพลังของสีชมพูที่ควบคุมไม่ได้

อลิซอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าสายตาของเธอกำลังเล่นตลกหรือไม่

ความจริงแล้ว… ตัวเธอเองก็เริ่มยากขึ้นที่จะทำตัวปกติเมื่ออยู่ใกล้เขา

ถ้าเขารักฉันจริง… ทำไมการกระทำถึงตรงข้ามกับสิ่งที่ฉันเห็นในตัวเขาล่ะ?

เธอครุ่นคิดอย่างเงียบงัน จิตใจหมุนวนด้วยความสับสน—และความรักนี่คือความหมายของ ‘ความจริง’ ของเธอจริงหรือ?

หรืออาจเป็นเพียงอารมณ์อื่นที่เธอเข้าใจผิดไป…

“แล้วอุบัติเหตุนั้น… เกิดขึ้นได้ยังไงตั้งแต่แรก?” เสียงของเชสเชียร์ตัดผ่านความคิด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอยากรู้

“อืม… ฉันคิดว่าเขาแข็งแกร่ง…”

ดวงตาเชสเชียร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “เธอพูดจริง?”

“…ใช่”

“เธอมองเห็นผู้ชายคนนี้งั้นเหรอ?” เชสเชียร์ยังคงกดดัน ความไม่เชื่อชัดเจน

“ใช่” อลิซตอบหนักแน่น แม้ความสงสัยยังวนเวียนในใจ

แม้เพียงมองผ่านๆ ก็พอจะรู้ว่าเขาดูอ่อนแอ

แต่ตอนอยู่บนเรือ ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาไม่ใช่สิ่งที่คนอ่อนแอจะปล่อยได้

ออร่า… สายตา… และแม้แต่การปรากฏตัว—ทุกอย่างบ่งบอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์

แต่ผลลัพธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ซี่… ซี่…

ทันใดนั้น เสียงประกายไฟดังขึ้นในอากาศ ประตูไฟเล็กๆ เปิดออกใกล้ๆ พวกเขา ทำให้ดวงตาที่เบิกกว้างอยู่แล้วของเชสเชียร์ยิ่งกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ

จากในนั้น ปรากฏร่างเล็กในชุดนักมายากล—ตัวจิ๋วจนพอดีกับฝ่ามือของใครสักคน

“ท่านเซอร์ออซ?” อลิซทักทันทีเมื่อจำได้

“สวัสดี อลิซ… เชสเชียร์อยู่ที่นี่หรือเปล่า?” ชายตัวเล็กถาม

“อยู่—” อลิซเริ่ม แต่ก็หยุดกลางคันเมื่อรู้ว่าเชสเชียร์หายไปแล้วราวกับละลายไปกับอากาศ

“เชสเชียร์?” เธอเรียก พลางมองรอบห้องด้วยความสับสน

“ฮ่าๆๆ… เขาวิ่งหนีไปอีกแล้ว” ออซหัวเราะเบาๆ เสียงเจือขบขัน

“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ ท่านเซอร์ออซ?” อลิซถาม คิ้วขมวดด้วยความกังวล

“ไม่มีอะไรมาก… แค่สิ่งที่เธอเรียกออกมามีหนี้ที่ยังไม่ได้จ่าย” ออซอธิบาย

“โอ้ ใช่—อลิซ โดโรธีกำลังตามหาเธออยู่ ไปที่สำนักงานสภานักเรียนด้วยนะ… บ๊ายบาย!”

หลังจากก้มศีรษะและถอดหมวก ออซก็หายวับไปกับกลุ่มควัน

ทิ้งไว้เพียงเสียงระเบิดเล็กๆ คล้ายดอกไม้ไฟตรงจุดที่เขาเคยยืน

เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง อลิซถอนหายใจยาว ความไม่แน่นอนยังถ่วงอยู่บนบ่า แม้เหตุการณ์จะประหลาดและมีการเปิดเผยบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบใดชัดเจน

เธอสลัดไหล่เบาๆ อย่างยอมจำนน ก่อนลุกขึ้นเตรียมออกจากห้องพยาบาล

แต่ก่อนจะไป… เธอเหลือบมองไรลีย์อย่างละเอียดอีกครั้ง—ร่างที่หลับนิ่งบนเตียง

“คุณรักฉันจริงๆ เหรอคะ… รุ่นน้อง?” เธอพึมพำแผ่ว ราวกับเสียงนั้นถูกกลืนไปในความเงียบของห้อง

แต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?

คุณไม่รู้จักฉัน… ฉันก็ไม่รู้จักคุณ… แต่ทำไมคุณถึงหลงใหลในตัวฉันขนาดนี้?

ในท้ายที่สุด… เธอก็ยังไม่อาจเข้าใจความหมายเบื้องหลังสีที่เห็น

การตื่นขึ้น—คือฝันร้าย

เมื่อดวงตาของฉันกะพริบเปิดออก… สิ่งแรกที่เจอคือดวงตาสีน้ำเงินกลมโตคู่หนึ่งส่องประกายอยู่ตรงหน้า

“ฮิ~~~~” เสียงร่าเริงดังขึ้น ส่งความหนาวสั่นไหลวาบลงสันหลัง

แม่เจ้าโว้ย… บ้าจริง!?

ฉันผุดลุกขึ้น พยายามพยุงตัว ขณะที่แมวยิ้มกว้างยืนอยู่ตรงหน้า

“เชสเชียร์?” ฉันอดบ่นด้วยความประหลาดใจไม่ได้

“โอ๊ะ-โอ๊ะ? เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?” เสียงเชสเชียร์เต็มไปด้วยความสนุกขณะเอียงศีรษะ ดวงตาส่องประกายซุกซน

ชิบหาย…

ฉันทำพัง… อีกแล้ว…

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์