CM · คู่มือเอาตัวรอดในเกมจีบสาว ฉบับ(ไม่อยาก)ตายตอนจบ

ตอนที่ 124

บทที่ 123: ตอนจบที่เลวร้าย 2

// ตอนนี้ดาร์กมาก ผู้อ่านที่อารมณ์อ่อนไหวข้ามไปเลยครับ//

.

..

....

"ฉันรักคุณนะ ไรลีย์..." เธอเอ่ยเสียงอ่อนหวาน ละมุนละไม ราวกับความงดงามของราตรีกาล

ถ้อยคำของเธอลอยค้างอยู่กลางอากาศ แฝงด้วยความจริงใจที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นสะดุด แม้ภายในจะเต็มไปด้วยความสับสนหนักหน่วงก็ตาม

ความทรงจำในวันนั้นยังชัดเจนและเจ็บปวดราวกับเพิ่งเกิดขึ้น

ฉันจำได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนของริมฝีปากที่ประทับแนบกัน มันเป็นช่วงเวลาของการเชื่อมโยงที่บริสุทธิ์ เป็นครั้งแรกที่เรายอมรับความรู้สึกซึ่งกันและกัน

จูบนั้นเหมือนดอกไม้ผลิบานท่ามกลางแดนกันดาร เป็นความรักที่ลึกซึ้งจนแทบไม่อาจเชื่อได้ว่ามันเป็นของคนอย่างฉัน

ฉันรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่คู่ควรกับเธอ...

แต่ฉันก็หลับหูหลับตาเพิกเฉยต่อเสียงเตือนของโลก แล้วเดินหน้าตามหาความรักที่เป็นไปไม่ได้

เราสองคนก้าวข้ามความลำบากนับครั้งไม่ถ้วนด้วยกัน ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นแม้โลกที่อยู่รอบตัวจะค่อยๆ แตกสลาย ไม่ว่าสถานการณ์เลวร้ายเพียงใด เราก็ยังคงกุมมือกันแน่น ไม่เคยปล่อย

ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ฉันก็ตามไป ไม่ว่าฉันจะไปที่ใด เธอก็อยู่เคียงข้าง

เราหนุนเสริมกันทุกบททดสอบ ความรักของเราไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่มันคือกำลังใจและเจตจำนงร่วมที่ไม่อาจแตกหักได้

แต่ภาพของสโนว์ในตอนนี้... มันคือการทรมานที่เกินกว่าฉันจะรับไหว น้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตา พายุแห่งอารมณ์ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

ความรัก ความสุข ความเสียใจ และความเกลียดชัง ปะทะกันจนกลายเป็นห้วงแห่งความเจ็บปวดและความโหยหา ความทรงจำอบอุ่นเคยงดงามกลับปะปนกับความจริงอันโหดร้ายของความตาย ก่อเกิดความขัดแย้งที่แทบจะทำให้หัวใจฉันแตกสลาย

เสียงฉันสั่นพร่าเมื่อเรียกชื่อเธอ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่อยากจะเชื่อ "สโนว์...."

ชื่อของเธอกลายเป็นถ้อยคำที่แปลกแยกในปากฉัน หนักอึ้งไปด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

หยดน้ำตาแต่ละหยดที่ไหลอาบแก้มคือเข็มแหลมคมที่ทิ่มแทงหัวใจ เตือนถึงความรักที่เรามีให้กัน และความปวดร้าวจากการได้เห็นเธอถูกเหยียบย่ำจนเหลือเพียงสภาพเช่นนี้

ภาพตรงหน้าเป็นการเยาะเย้ยอันโหดร้ายต่อความรักที่เราสร้างขึ้นมา เป็นรอยแผลที่ย้ำเตือนถึงราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อความวุ่นวายของโลกและความฝันที่ครั้งหนึ่งเคยโอบกอดร่วมกัน

เธอไม่สมควรต้องเจอแบบนี้...

ชะตากรรมของสโนว์กดทับหัวใจฉันจนแทบหายใจไม่ออก

เธอคือผู้บริสุทธิ์ แสงสว่างที่ฉายท่ามกลางความมืดมนที่กลืนกินชีวิตฉัน

ความผิดกัดกินฉันทุกวินาที การตัดสินใจเห็นแก่ตัวของฉันเองที่ผลักเธอมาสู่จุดจบอันบิดเบี้ยวนี้

ความคิดอันเจ็บปวดผุดขึ้น—หากฉันยอมรับชะตากรรมของตัวเองแต่แรก ภาพตรงหน้านี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่?

ถ้าฉันสละความรักที่มีต่อเธอไปตั้งแต่แรก...

มันจะต่างออกไปไหม...?

ท่ามกลางความคิดสับสน เสียงของลิยาน่าก็สอดเข้ามา เย็นเยียบ ลื่นไหลเหมือนงูเลื้อย

"ฮึ่ม ฮึ่ม~ ดูเหมือนการได้พบภรรยาของเธออีกครั้งจะทำให้น้ำตาไหลเชียวนะ ที่รัก—"

สัมผัสจากเธออ่อนโยนจนขนลุก ปลายนิ้วเรียวลูบแผ่วเบาบริเวณลำคอฉัน บังคับให้ดวงตายังคงจับจ้องร่างไร้วิญญาณของสโนว์

นิ้วของเธอเย็นเฉียบ ราวกับหนวดเถาวัลย์ที่ลากสายตาของฉันไปยังภาพบิดเบี้ยวของสโนว์ ที่บัดนี้สวมชุดเครื่องแบบที่ชี้ชัดถึงความเสื่อมทรามที่กัดกินเธอ

"ได้รำลึกถึงความทรงจำที่ไม่อยากได้กลับมาไหมล่ะ เมื่อเห็นภรรยาสุดที่รักของเธอในชุดเครื่องแบบ—?" ลิยาน่าเอ่ยเสียงเย้าแหย่ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ที่โหดร้าย

คำถามนั้นคือการเยาะหยัน ความทุกข์ทรมานของฉันถูกทำให้เป็นเพียงเครื่องเล่นสนุกของเธอ

ไม่รอคำตอบ ลิยาน่าทรุดกายลง ดวงหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้

นัยน์ตาสีแดงวาววับด้วยความอาฆาตจับจ้องฉัน เธอใช้ปลายลิ้นเลียหยดน้ำตาที่ไหลลงบนแก้ม

การกระทำนั้นทั้งสนิทชิดและน่าสะอิดสะเอียน เป็นความรักที่บิดเบี้ยว แสดงออกด้วยความวิปริตแทนที่จะเป็นความห่วงใย

มันคือการย้ำเตือนที่โหดเหี้ยมถึงความรักที่ฉันสูญเสียไป และความรักที่ลิยาน่าไม่อาจมอบให้ได้

"ไม่ต้องห่วงนะ ที่รัก—อีกไม่นานก็ยังมีเรื่องน่าประหลาดใจรออยู่~" เธอพร่ำกระซิบแผ่วเบาข้างหู ลมหายใจอุ่นแนบผิว แต่แฝงด้วยความเย็นยะเยือกในน้ำเสียง

จุ๊บ~

จูบอ่อนโยนที่แตะลงบนแก้มฉันคือการเยาะเย้ยอย่างชัดเจน ต่อความอ่อนหวานที่ฉันกับสโนว์เคยมีร่วมกัน

"ทำไม..." คำถามเล็ดรอดจากริมฝีปากฉัน แผ่วพร่า เต็มไปด้วยความทุกข์ "ทำไมเธอต้องทำแบบนี้..."

ลิยาน่าตอบกลับด้วยเสียงฮัมรื่นหู ราวกับว่าคำตอบนั้นไร้ความหมาย "ฮึม~?"

"ท-ทำไมเธอต้องทำแบบนี้!?" ฉันทวนถามออกไปด้วยเสียงสั่นเครือ เปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง

"ฉันคิดว่า... เธอรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ~?"

น้ำเสียงของเธออาบด้วยความพึงพอใจ เหมือนกำลังเสพติดความสับสนและความสิ้นหวังของฉัน

เธอลุกขึ้นยืนแล้วเคลื่อนไปด้านหลัง ดันรถเข็นที่ฉันนั่งอยู่เข้าสู่ใจกลางทุ่งหญ้าอย่างอ่อนช้อยและน่าหวาดหวั่น

เสียงกระดูกเปราะแตกดังกรอบแกรบของร่างสโนว์ที่ผุพัง ดังก้องอยู่เบื้องหลัง กลิ่นเนื้อเน่าฉุนคลุ้งยิ่งตอกย้ำบาดแผลในใจอย่างไร้ปรานี...

กลิ่นเน่าเหม็นนั้นรุนแรงเกินทน เป็นการย้ำถึงความจริง ความจริงของความตายที่อยู่ตรงหน้า

ทุกเสียง ทุกกลิ่น ยิ่งกระตุ้นความขัดแย้งในใจฉันให้ทวีคูณ ความโกรธและความเสียใจพลุ่งพล่านอยู่ภายใน

ฮะฮะ...

เสียงหัวเราะที่บิดเบี้ยวแทบเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก เป็นปฏิกิริยาอันประหลาดต่อความวิปลาสที่ฉันกำลังเผชิญอยู่

ราวกับจิตใจของฉันไม่อาจประมวลความไม่เข้ากันระหว่างทุ่งหญ้าอันสงบงามและขบวนพาเหรดสยดสยองนี้ได้

ความเกลียดชังอันดิบเถื่อนนี้—ทำไมมันจึงถูกมุ่งไปที่ลิยาน่า? ความจริงที่โถมเข้ามาทำให้ฉันชะงัก

ฉันกำลังวางความโกรธผิดที่

โง่เง่าเอ๋ย!

ความผิดที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ฉันเอง

ฉันต่างหาก... คือผู้สถาปนาบทโศกนาฏกรรมนี้ขึ้นมา

ฉันเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของเรา

ทุกเหตุการณ์ที่พาเรามาสู่ภาพอันบิดเบี้ยวตรงหน้านี้ ล้วนเป็นผลโดยตรงจากการเลือกของฉันเอง ฉันไม่อาจผลักความผิดไปให้ลิยาน่าได้ ความรับผิดชอบทั้งมวลอยู่บนบ่าฉันคนเดียว

ความจริงนั้นโหดร้าย และไม่อาจปฏิเสธได้เลย

ลิยาน่าถูกกำหนดให้ทำลายล้างโลก—โลกของฉัน

ฉันรู้เรื่องนี้มาตลอด ตั้งแต่วันที่ฉันขอให้สโนว์ละทิ้งสถานที่ของเธอในโลกนี้ ทิ้งชีวิตที่ฟ้ากำหนดให้เธออยู่ ทุกสิ่งก็เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่นั้น

เป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่แห่งความผิดพลาด ความเศร้า และความเสียใจ ที่ค่อยๆ ไถลลงเหวอย่างไม่อาจหวนกลับ

โลกทั้งใบที่โอบล้อมฉันในตอนนี้กลายเป็นหลักฐานอันโหดร้ายต่อความเห็นแก่ตัวของฉัน

ภายนอกนั้นดูสว่างไสวและสงบสุข ทว่าฉันรู้ดีว่าเบื้องหลังภาพลวงตาอันยิ่งใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยเปลวไฟและความตาย

น้ำหนักจากการตัดสินใจของฉันกดทับหนักหน่วง รู้ดีว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่อีกแล้วที่จะเป็นพยานต่อบาปมหันต์ที่ฉันก่อ

ความต้องการอันเห็นแก่ตัวของฉันเองที่ทำให้ทุกสิ่งดำเนินมาถึงจุดนี้ และทุกการตัดสินใจที่ฉันเลือกก็ยิ่งตอกย้ำเส้นทางสู่จุดจบที่ไม่อาจหลีกหนี

"ว่าไงล่ะ? ฉันตั้งใจทำให้มันหรูหราที่สุดแล้วนะ~" เสียงลิยาน่าแทรกขึ้น เต็มไปด้วยความภาคภูมิผสมโหดร้าย ดึงฉันกลับคืนสู่ปัจจุบันอันเย็นยะเยือก

ตรงหน้าคือโต๊ะทรงกลมประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตา ผิวโต๊ะปกคลุมด้วยอาหารหลากหลายที่ดูแสนโอชะ

ฝาครอบทรงโค้งเคลือบเงินและทองวาววับสะท้อนแสงแดดเจิดจ้า ขับความงดงามตัดกับบรรยากาศหม่นหมองโดยรอบ

แต่ละจานเปี่ยมไปด้วยคำสัญญาแห่งความหฤหรรษ์ กลิ่นหอมยั่วยวนลอยมาแตะจมูก ปั่นป่วนประสาทสัมผัสของฉัน

"หอมใช่ไหม?" ลิยาน่าพูดพลางดันรถเข็นเข้าใกล้ขอบโต๊ะ น้ำเสียงสดใสร่าเริงเกินจริง ราวกับหน้ากากที่ปิดบังเจตนามืดดำเบื้องหลัง

แม้ความเศร้าโศกเกาะแน่นในหัวใจ ร่างกายของฉันกลับตอบสนองอย่างหิวโหยโดยไม่อาจควบคุม มือสั่นระริกเอื้อมไปหมายจะเปิดฝาครอบเงิน เผยให้เห็นงานเลี้ยงที่ถูกสัญญาไว้

กลิ่นหอมล่อลวงกระตุ้นให้ปากคอแห้งผาก น้ำลายเอ่อขึ้นแทบกลืนไม่ทัน เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณดิบต่ออาหารโอชะตรงหน้า

แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสถึงขอบเงิน ลิยาน่าก็ใช้พลังจิตบังคับหยุดไว้อย่างแน่วแน่

"อย่ารีบร้อนสิ~ ไหนๆ ก็มื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายของเราแล้ว ทำให้มันพิเศษกันหน่อยดีกว่า~" น้ำเสียงของเธอลื่นไหลไพเราะ แต่แฝงความโหดเหี้ยมซ่อนอยู่ทุกถ้อยคำ

ลิยาน่าเริ่มยกฝาครอบออกทีละชิ้น ด้วยท่วงท่าที่เจตนาชัดเจน

ความคาดหวังแปรเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงในทันใด

อาหารที่ควรหรูหรากลับกลายเป็นการจัดแสดงความเน่าเฟะและสยองขวัญ

กลิ่นหอมละมุนพลันเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็นคลุ้งประสานกับกลิ่นศพเน่าที่ลอยวนอยู่ในอากาศ

เมื่อภาพชัดเจนขึ้นในดวงตา กระเพาะฉันพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง

สิ่งที่เห็นคือกองก้อนที่ยากจะระบุว่าเป็นอะไร ทั้งหมดคือเศษซากผุพัง น่าสะอิดสะเอียน งานเลี้ยงที่ควรโอ่อ่ากลับแปรเปลี่ยนเป็นงานแสดงอันน่าพรั่นพรึง

ร่างกายทรยศฉันในทันใด มันปฏิเสธภาพและกลิ่นตรงหน้า พ่นเอาเศษอาหารเล็กน้อยที่เหลืออยู่ในท้องออกมาอย่างรุนแรงโดยไม่อาจควบคุม

รอยยิ้มของลิยาน่ากว้างขึ้น เต็มไปด้วยความพึงพอใจที่บิดเบี้ยวเมื่อเธอมองดูฉันกำลังทรมาน

ดวงตาเธอวาวโรจน์ด้วยความสำราญและความอาฆาต จับจ้องทุกแรงสั่นสะท้านและการดิ้นรนของร่างที่ถูกทรมานของฉันไม่วางตา...

แต่ละจานที่ถูกจัดวางตรงหน้าฉันกลับเป็นเพียงงานเลี้ยงบิดเบี้ยวที่อุทิศแด่ผู้คนที่ฉันเคยรักในชีวิตนี้

ด้านหลังสุดของโต๊ะ ปรากฏมือผิดรูปของพ่อกับแม่วางปะปนอยู่กับอาหาร

เพียงแค่เห็น... เสี้ยวลักษณะที่คุ้นเคยแต่กลับบิดเบือน มันก็แทบทำให้หัวใจฉันแตกสลาย

ข้างๆ กันนั้น ในจานอีกใบคือเส้นผมสีคุ้นตาของน้องสาวแท้ๆ ที่ถูกวางไว้ปะปนกับแกงกะหรี่ที่เอ่อทะลักออกมาอย่างน่าสยดสยอง

ภาพนั้นช่างเลวร้ายจนฉันอดไม่ได้ที่จะอาเจียนอีกครั้ง ฉันสั่นสะท้านอย่างต้านทานไม่ไหวต่อความสยองที่บีบคั้น

แม้บางจานจะถูกตกแต่งประณีตจนแทบจำไม่ได้ในทันที แต่เพียงรูปร่างลางเลือนและความรู้สึกที่แผ่ออกมาก็เพียงพอจะทำให้เลือดในกายฉันเย็นเยียบ

ความหวาดผวาผสานกับความสะอิดสะเอียนทวีคูณขึ้นเมื่อฉันตระหนักได้ถึงสิ่งที่ลิยาน่าได้ก่อขึ้น

การกระทำกับร่างเหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อทรมานฉัน เพื่อทำลายทุกเศษเสี้ยวความสงบที่ฉันยังคงมีอยู่

นี่ไม่ใช่เพียงมื้ออาหาร หากแต่เป็นการแสดงออกของความกลัวและความเสียใจเลวร้ายที่สุดที่ซ่อนอยู่ในใจฉัน

ความโหดร้ายไร้ขอบเขตของลิยาน่าถาโถมเข้ามาจนแทบไม่อาจหายใจ

"ลิยาน่า..." เสียงของฉันแหบพร่า เปี่ยมด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้นที่เดือดพล่านขึ้น

แม้ความสยดสยองจะแทรกซึมไปทั่วร่าง แต่ความโกรธกลับส่องประกายเจิดจ้า ฝ่าฝืนม่านหมอกแห่งความสับสน

ความปรารถนาที่จะเอื้อมมือไปบีบคอเธอให้ขาดลมหายใจ... พลันพลุ่งพล่านดุจคลื่นยักษ์ถาโถม

ในชั่วขณะนั้น สิ่งเดียวที่เต็มหัวใจฉันคือแรงกระหายที่จะหยุดการทรมานนี้ลงด้วยมือของฉันเอง

ไฟแห่งความโกรธลุกโชนขึ้นรุนแรง หล่อเลี้ยงด้วยความอำมหิตที่ไร้มนุษยธรรมและการทรยศหักหลังที่ฝังลึก

"ฮะ~ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น" เสียงลิยาน่าขับกล่อมอย่างเย้าแหย่ ท่วงทำนองราวดนตรีแต่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินในความทุกข์ของฉัน "นัยน์ตาสีฟ้าเย็นชานั่นยังคงงดงามเหมือนเคยเลยนะ... ที่รัก~"

ยิ่งฉันตอบโต้ ความพึงพอใจของเธอก็ยิ่งชัดเจน ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความสะใจที่ได้เห็นฉันทรมาน

ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ควรปล่อยให้เธอเล่นตลกกับความรู้สึกของฉันเช่นนี้ แต่หัวใจที่พร่าเลือนของฉันกลับต้านทานไม่ได้

การได้เห็นคนที่ฉันรักถูกหยามหมิ่นด้วยวิธีอันชั่วร้ายเช่นนี้ มันเกินกว่าที่ฉันจะรักษาสติไว้ได้อีกต่อไป

ภาพตรงหน้าพังทลายเกราะบางแห่งความสงบในใจฉัน แตกกระจายเป็นอารมณ์ดิบที่ไม่อาจควบคุม

"กูจะฆ่ามึง!" ฉันคำรามสุดเสียง เสียงแตกพร่าด้วยทั้งโกรธแค้นและสิ้นหวัง มันคือคำประกาศชัดเจนแห่งความเกรี้ยวกราด ความพยายามที่จะกอบกู้การควบคุมอันน้อยนิดกลับคืน

"ฮะ~ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอพูดแบบนี้" ลิยาน่าเอ่ยเสียงอ่อนหวานแต่ชั่วร้าย รอยยิ้มเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย "นัยน์ตาสีฟ้าเย็นชานั่น... ยังงดงามเสมอ ที่รัก~"

เธอก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างช้าๆ เจตนากดดันจนเงาของเธอทาบทับลงบนสติที่กำลังพังทลายของฉัน

"กูจะฆ่ามึงให้ได้ ลิยาน่า!"

แต่รอยยิ้มยั่วเย้าก็ยังคงตรึงแน่นอยู่บนใบหน้าเธอ แม้ฉันจะสาดคำสาปแช่งออกไป

"ครั้งก่อน... เธอก็พูดประโยคนี้กับฉันไม่ใช่หรือ?" เสียงหัวเราะเย็นเยียบพรั่งพรูออกจากริมฝีปากเธอ "แล้วดูสิว่ามันพาเธอมาถึงไหน... ฟุฟุ~ ถ้าในตอนนั้นเธอมีความเกลียดชังเท่าที่เธอมีให้ฉันตอนนี้ล่ะก็—บางทีรุ่นพี่ลูคัสอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้~"

ถ้อยคำนั้นกัดกร่อนลงบนหัวใจเหมือนกรด เผาไหม้ความมุ่งมั่นที่เหลือเพียงน้อยนิดของฉัน

ความทรงจำแห่งความล้มเหลวและการได้เห็นคนที่รักถูกทรมานหวนกลับมาอีกครั้ง ราวกับห่วงโซ่บาปที่ไม่ยอมปล่อย

"ไรลีย์! ถอยกลับไป!"

"อย่าดื้อดึงเลย ลูคัส นายก็รู้ว่า—"

"สโนว์ต้องการนายตอนนี้!"

"แต่..."

"ฉันกับโรสจะคอยถ่วงเวลาให้นานที่สุด... อย่ากังวลไป สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้วางเวท [วาร์ป] ไว้แล้ว พวกเราจะออกไปได้ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายเกินไปแน่นอน!"

ภาพรอยยิ้มของลูคัสในวันนั้น ที่ไม่เคยสั่นคลอน ไม่เคยเลือนหาย ยังคงชัดเจนในความทรงจำฉันราวกับถูกสลักด้วยไฟ

ลิยาน่าก้าวเดินอย่างมีจังหวะ ทุกก้าวเหมือนเพิ่มแรงกดทับในอากาศ สร้างความตึงเครียดที่บีบรัดรอบตัว

"ที่รัก~ เธอรู้ไหม ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ฉันเคยสงสัยมาตลอดนะ" เสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย กลายเป็นเสียงครุ่นคิด แฝงความอยากรู้อยากเห็นปะปนกับความบันเทิงอันโหดร้าย

สายตาของเธอหันสลับระหว่างฉันกับสโนว์ ดวงตาคล้ายกำลังพิจารณา แต่เต็มไปด้วยการเย้ยหยัน

"ฉันเข้าใจนะว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉันมันเปลี่ยนไปตอนเธอตกหลงรักลูกพี่ลูกน้องของฉัน แต่ทำไมถึงหนีล่ะ?" น้ำเสียงของลิยาน่าเฉียบคม เจาะลึกเข้าไปในหัวใจราวกับมีด

"ในตอนที่ทุกคนต้องการเธอกับสโนว์มากที่สุด ทำไมพวกเธอสองคนถึงเลือกหันหลังให้พวกเขา?"

พลังจิตของเธอยกใบหน้าฉันขึ้นราวกับฉันเป็นเพียงหุ่นเชิดในเงื้อมมือ ฉันแทบขยับไม่ได้เลยภายใต้อำนาจที่กดทับ

ฝ่ามืออ่อนนุ่มที่ตบแก้มเบาๆ เหมือนการปลอบโยน แต่กลับเป็นการเยาะเย้ยอันโหดร้ายที่บั่นทอนจิตใจจนลึกที่สุด

"บอกฉันสิ ที่รัก..." เธอกระซิบ เสียงของเธอนุ่มนวลปนปีศาจร้าย "เหตุผลที่พวกเธอสองคนเลือกจะหนีไป มันคืออะไร?"

ดวงตาเรืองแสงของลิยาน่ามีทั้งความอยากรู้และความมืดมิด จ้องทะลุเข้ามาเหมือนจะขุดคุ้ยคำตอบที่เธอรู้อยู่แล้ว

ความเงียบของเธอแผ่ปกคลุมเหมือนหลุมลึก ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนชั่วโมงยาวนาน ความเงียบงันบีบหัวใจอย่างโหดเหี้ยม

"...ไม่ตอบงั้นหรือ?" ลิยาน่าหัวเราะเบาๆ ความเงียบของฉันกลับกลายเป็นความบันเทิงสำหรับเธอ "ภรรยาที่เธอรักนักรักหนาน่ะ รีบตอบฉันเลยนะ แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอจะตอบเหมือนกันหรือเปล่า... เพราะงั้นฉันเลยอยากฟังจากปากเธอเอง—ตอบฉันสิ ว่าทำไม?"

คำถามนั้นคือการแทงทะลุเกราะบางแห่งอารมณ์ของฉัน หวังทำลายกำแพงสุดท้ายที่ฉันยังคงยึดไว้

...

แต่ฉันยังคงนิ่งเงียบ ไม่ยอมมอบความพึงพอใจให้เธอ

"หึม—ไม่ตอบสินะ งั้นฉันเดาเอาเองก็แล้วกัน~" เสียงลิยาน่าฟังดูร่าเริงเกินจริง พลางเลื่อนมือไปยังฝาครอบใบสุดท้าย

เธอยกฝ่ามือขึ้นค้างเหนือมัน ความคาดหมายหนักอึ้งในทุกการเคลื่อนไหว "หรือเพราะสิ่งนี้?"

เธอเปิดฝาออกช้าๆ ควันร้อนพวยพุ่งขึ้น ปกคลุมอากาศด้วยกลิ่นฉุนอับร้อน

เมื่อหมอกควันจางลง สิ่งที่เผยออกมาคือภาพสยอง—ร่างเล็กบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์ ลอยอยู่กลางซุปขุ่นข้นสีหม่น

ดวงตาเล็กๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์กลับหันมาจ้องสบฉันตรงๆ แววตาเล็กนั้นเต็มไปด้วยความกล่าวหา

ทารกในครรภ์...

"ม-ไม่นะ..." ฉันพึมพำ เสียงสั่นพร่าแทบขาดห้วง ขณะร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

ภาพนั้นเลวร้ายเกินกว่าจะรับได้—มันคือการเตือนถึงความทรงจำที่ฉันพยายามฝังลึกไว้ไม่ให้ผุดขึ้นมาอีก

การตระหนักนี้ราวกับหินมหึมาทับลงบนอก ความจริงที่ฉันไม่อยากเผชิญแต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

และแล้วความทรงจำอีกชิ้นก็ผุดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว—ความทรงจำที่ฉันไม่ควรลืมเลย ความทรงจำที่เป็นต้นกำเนิดแรงผลักดันของทุกสิ่งที่ฉันได้ทำ

มันคือตราบาป... เหตุการณ์ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของฉันไปตลอดกาล

"ฉันตั้งใจทำมันอย่างอ่อนโยนเลยนะ ตอนที่เอาออกมาจากท้องภรรยาที่เธอรัก—ฉันนี่แหละป้าใจดีใช่ไหม~?" เสียงลิยาน่ากระซิบแผ่ว แต่ทุกถ้อยคำคือพิษร้ายที่กรีดหัวใจฉันจนแหลกสลาย...

น้ำเสียงของเธอฟังดูหวานล้ำ ราวกับละมุนใจ แต่ทุกถ้อยคำกลับเฉือนลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

ฉันขอโทษนะ...สโนว์

ฉันไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าความเจ็บปวดที่สโนว์ต้องเผชิญนั้นลึกซึ้งเพียงใด

"ปีศาจ..." คำสาปนั้นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของฉัน แหบพร่า แตกหัก เปี่ยมด้วยความเจ็บปวด

สตรีตรงหน้ามิใช่เพียงผู้ทรมานอีกต่อไป—เธอกลายเป็นฝันร้ายที่มีชีวิต เป็นปีศาจในร่างมนุษย์อย่างแท้จริง

หยาดน้ำตาหลั่งไหลไม่หยุดพรั่งพรูบดบังสายตา ความสิ้นหวังและโศกเศร้าหม่นหมองจนแทบมองเห็นเพียงหมอกควันของความทรมาน ขณะที่ร่างของลิยาน่าในความชั่วร้ายยิ่งใหญ่คลุมทับฉันเหมือนเงามหึมา

พลังจิตของเธอควบคุมร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของฉันอย่างสมบูรณ์ มือของฉันถูกบังคับให้คว้าส้อมโลหะเย็นเฉียบ ปลายแหลมบาดเนื้อจนรู้สึกแสบ ก่อนจะถูกบังคับให้เคลื่อนเข้าสู่มื้อสยองเบื้องหน้า

"ไม่นะ... ได้โปรด!" เสียงร้องขอของฉันขาดห้วง ร่ำร้องอย่างสิ้นหวังเพื่อให้ได้กลับมาควบคุมร่างกายตัวเอง

แต่การดิ้นรนทั้งหมดกลับไร้ค่า พลังที่พันธนาการฉันเหนียวแน่นเกินไป

แล้วลิยาน่าก็เลือนหายไปแทนที่ด้วยความมืดอันหนาวเหน็บ เบื้องหน้าคือดวงตาแดงฉานนับพันคู่ ส่องแสงเหมือนเกล็ดสัตว์เลื้อยคลาน จ้องมองฉันจากม่านหมอกดำหนาทึบ เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสพลันกลายเป็นสีแดงหม่นอึดอัด

ทุ่งหญ้าที่เคยเขียวชอุ่มกลับมอดไหม้ ลุกโชนกลายเป็นผืนดินดำเถ้าถ่าน

พื้นเบื้องล่างแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำเลือดไหลบ่าไม่สิ้นสุด คลุ้งกระจายกลิ่นความตายจนไม่อาจทนได้

"กินช้าๆ นะ ที่รักของฉัน~" เสียงลิยาน่าดังก้องโหยหวนจากความมืด เสียงที่บิดเบี้ยว ทุ้มต่ำก้องสะท้อนราวมาจากเหวลึก ปะปนด้วยความอ่อนโยนเย้ยหยัน

ความหวานปนโหดร้ายตัดกับภาพนรกตรงหน้าอย่างเจ็บปวด เป็นการเยาะเย้ยถึงความรักบิดเบี้ยวที่เธออ้าง

ในสภาพจิตที่ถูกบดขยี้ด้วยความกลัวและความสิ้นหวัง ฉันถูกบังคับให้เผยอปากออก

ส้อมในมือสั่นระริกขณะค่อยๆ ยกใกล้ปาก เนื้อหาอันน่าสะอิดสะเอียนในซุปขุ่นคลั่กกำลังจะถูกกลืนลงไป

เพียงคำแรก ความรู้สึกก็ถาโถมเกินทน

เนื้อสัมผัสบิดเบี้ยวน่าขยะแขยง รสชาติคือความขมปร่าและกลิ่นเน่าเหม็นราวซากศพ

ทุกประสาทสัมผัสถูกเหี้ยมโหดทำร้าย รสชาติแต่ละคำคือการทรยศต่อความเป็นมนุษย์ของฉันเอง

กร๊อบ~ กร๊อบ!

เสียงเคี้ยวของตัวเองก้องสะท้อนในหู ราวกับบรรเลงซิมโฟนีแห่งความทรมาน

ทุกคำคือการลงทัณฑ์ ทุกเสียงกรอบแกรบคือการย้ำเตือนถึงความไร้พลังของฉัน

ในห้วงทุกข์ทรมาน โลกทั้งใบเหมือนพังทลายลงในตัวเอง

ภาพที่เคยมีชีวิตชีวากลับกลายเป็นเพียงฉากฝันร้ายเต็มไปด้วยเลือดและความมืด

พื้นดินค่อยๆ ละลายเป็นความว่างเปล่า สายน้ำเลือดเอ่อล้นกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

"ว่าไปแล้วนะ... ที่รักของฉัน เด็กคนนั้นเป็นผู้หญิงล่ะ~"

คำพูดสุดท้ายของเธอเหมือนหอกทิ่มแทงลงตรงกลางอก

เมื่อคำสุดท้ายถูกกลืนลง เสียงแตกหักดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วความว่างเปล่า

เป็นการปิดฉากแห่งความทรมานที่เยือกเย็นที่สุด

สติสัมปชัญญะถูกกลืนกินด้วยความมืด ความเป็นจริงที่เหลืออยู่ก็สลายหาย เหลือเพียงความว่างเปล่าสิ้นเชิง

[บันทึก: จุดจบที่เลวร้าย NO.????]

[เสร็จสมบูรณ์!]

[บันทึก: การถ่ายโอนความทรงจำเสร็จสิ้นแล้ว!]

[บันทึก: ผลกระทบของสกิล [การชี้นำที่ถูกลืม] ได้ถูกลบล้างแล้ว]

[บันทึก: พลังงานจากโลกที่ถูกลืมได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของคุณ]

[บันทึก: ยินดีด้วย! คุณได้รับสกิลเอกลักษณ์ใหม่!]

[กำลังดำเนินการส่งผู้ใช้กลับ]

[การกลับถูกปิดกั้น!!!]

[บันทึก: ความทรงจำใหม่ถูกถ่ายโอนแล้ว!]

[กำลังดำเนินการเปลี่ยนฉาก.....]

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์