ตอนที่ 149
บทที่ 148: ไหวพริบและแผนการ 4
บทที่ 148: ไหวพริบและแผนการ 4
“ชิ...”
ถึงแม้ฉันจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าคงมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น แต่พอเห็นว่าความสงสัยของตัวเองเป็นจริงขึ้นมาจริง ๆ มันก็ยังทำให้รู้สึกขัดใจอยู่ดี
แค่คิดว่าถ้าฉันเพิกเฉยต่อสัญชาตญาณของตัวเอง เรื่องมันอาจเลวร้ายกว่านี้...ก็ทำเอาใจสั่นไม่น้อย
“ร...ไรลีย์?”
เสียงของยานิก้าดังขึ้นเบาแผ่ว ราวกับสายลมที่เต็มไปด้วยความโล่งอกปนสั่นไหว เมื่อเธอเงยหน้ามอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยทั้งความตกตะลึงและความขอบคุณ
ชัดเจนว่าเธอยังอยู่ในอาการสะท้าน แต่บาดแผลทางร่างกายไม่ได้สาหัสนัก—เว้นเพียงสภาพเครื่องแบบที่ยับเยินและถูกฉีกขาด
‘ดูเหมือนจะมาทันเวลา...’
เมื่อกวาดตามองสถานการณ์ก็เห็นได้ว่า ถึงศาสตราจารย์ยังไม่ได้ทำร้ายร่างกายเธออย่างรุนแรง แต่ผลกระทบทางจิตใจคงยากจะลบเลือน
ความวิปริตของเขาได้ทิ้งร่องรอยไว้ และฉันนึกภาพออกเพียงเล็กน้อยว่าเธอต้องแบกรับบาดแผลทางใจเช่นไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้
‘ไอ้โรคจิตนี่ ทำเรื่องเละเทะกับเธอเสียจริง...’
ความหงุดหงิดของฉันเพิ่มมากขึ้น พลันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าพระเอกหายไปไหนในตอนที่ควรอยู่ตรงนี้? การหายไปในห้วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ช่างเป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้
“ปล่อย ไอ้สารเลวเอ้ย!!” เสียงศาสตราจารย์ลุคคำรามด้วยโทสะ ขณะดิ้นรนใต้เท้าของฉันที่เหยียบตรึงเขาไว้กับพื้น
แม้ฉันจะใช้การเสริมพลังเวทเต็มกำลัง แต่กลับพบว่าเขาทนทานกว่าที่คิดไว้
ฉันคิดว่าเขาคงถูกกำราบได้ง่ายดายกว่านี้ แต่ดูเหมือนตำแหน่งศาสตราจารย์ในสถาบันจะไม่ใช่เพียงเกียรติยศลอย ๆ เขายังมีความแข็งแกร่งเหนือความคาดหมาย
ฉันเพิ่มพลังเวทออกไปอีก เตรียมจะปิดฉากเรื่องนี้ให้สิ้นซาก—
ตูมมมม!!!
แต่ก่อนที่ฉันจะลงมือเด็ดขาด พลันระเบิดเวทอันดุดันก็ปะทุขึ้นรอบกายเขา
แรงปะทุจากพลังเวทส่งคลื่นกระแทกกวาดผ่านห้อง ฉันจำต้องกระโดดถอยหลังทันที เพื่อหลบให้พ้นจากแรงระเบิดนั้น
ประกายแสงสว่างจ้าพร้อมเสียงคำรามสะท้านห้องดังลั่น ร่างศาสตราจารย์ถูกโอบล้อมด้วยการระเบิดแห่งเพลิงเวท ก่อนจะถูกแรงกระแทกซัดปลิวกลิ้งไปกับพื้น
ฉันลงจอดห่างออกไปไม่กี่เมตร หัวใจเต้นถี่ระรัวทั้งจากอะดรีนาลีนและเศษเสี้ยวพลังเวทที่ยังคงคุกรุ่นในอากาศ
เมื่อหมอกควันจากการระเบิดค่อย ๆ จางลง ความวุ่นวายเงียบงันเหลือไว้เพียงความอึมครึมและความเร่งด่วนที่ยังคงห่อหุ้มอยู่รอบตัว
ฉันหันไปมองยานิก้า เธอยังคงสั่นเทา แต่ก็เหมือนกำลังค่อย ๆ ตั้งสติได้ทีละน้อย “เจ็บตรงไหนไหม ?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะมั่นคง ทั้งเพื่อช่วยเธอสงบใจลงท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งผ่านไป
เธอพยักหน้า แม้ดวงตาจะยังเบิกกว้างด้วยความตกใจ “คะ...ค่ะ ขอบคุณมาก”
ฉันจึงเบนสายตากลับไปยังศาสตราจารย์ เขากำลังครางด้วยความเจ็บปวดและพยายามจะยันกายลุกขึ้น ระเบิดเวทเมื่อครู่ทำให้เขาเสียศูนย์และบาดเจ็บไม่น้อย ความหยิ่งผยองที่เคยมีหายไป เหลือเพียงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดหวั่น
แม้ใจอยากจะรีบพายานิก้าออกไปก่อน แต่ตอนนี้ฉันรู้ว่าตนไม่อาจแตะต้องเธอได้เลย เพราะสภาพของเธอตอนนี้เปราะบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินไป
โดยเฉพาะพิษราคะที่ศาสตราจารย์ใช้กับเธอ—เห็นชัดว่ามีผลรุนแรง หากข้าเผลอสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจก่อปฏิกิริยาที่ไม่อาจควบคุมได้
เพียงกลิ่นหรือการแตะต้องจากบุรุษในตอนนี้ ก็อาจทำให้เธอแสดงปฏิกิริยารุนแรงโดยไม่รู้ตัว
‘ถ้ามีเม็ดโอสถรักษาไว้ก็คงช่วยให้เธอสงบลงได้บ้าง...’
แต่ตามดวงซวยของฉัน มีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งยากยิ่งกว่าเดิมเสียมากกว่า
“ไอ้เด็กนรก! กล้าดียังไงมาทำหน้าฉันเสียโฉมแบบนี้!!!”
เสียงของศาสตราจารย์เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและความเจ็บปวด ขณะยกมือแตะใบหน้าที่เปรอะไปด้วยเลือด ความโกรธเกรี้ยวและความอับอายเผยชัดเจนในทุกถ้อยคำ
ปฏิกิริยาอันน่าสมเพชนั้นทำให้ฉัน ได้แต่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ในเกมนี้ ไอ้โรคจิตคนนี้ยังไงมันก็ต้องตาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นฉันจึงไม่ใส่ใจอะไรนัก
ถึงตอนนี้จะไม่สะดวกสังหารเขาทันที โดยเฉพาะในเมื่อมียานิก้าเป็นพยานอยู่ แต่เรื่องนั้นก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
สิ่งที่ฉันต้องทำก่อน คือปกป้องความปลอดภัยของยานิก้า และจัดการสถานการณ์ให้ราบรื่นที่สุด โดยไม่ให้ยุ่งยากจนบานปลาย
ถึงลุคจะเป็นศาสตราจารย์ แต่เขาไม่อาจเทียบได้กับลูคัสหรือซอ
ความสามารถของเขาถือว่าแข็งแกร่งในระดับตำแหน่งก็จริง แต่ไม่ใช่อุปสรรคที่จะผ่านพ้นไม่ได้ ‘ไอ้ตัวร้ายคนนี้ยังไงก็จัดการได้
ฉันกำฝักดาบแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ปล่อยจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอค่อย ๆ ปรับสติให้สงบลง
ฉันปลุกเร้าประสาทสัมผัสของร่างกาย ใช้เคล็ดวิชาเสริมพลังเวทที่ท่านดยุกเคยสอน ข้อฝึกที่ไม่เคยได้นำมาใช้อย่างจริงจังจนถึงตอนนี้
และหากมองในแง่ของเกม ศาสตราจารย์ผู้นี้ก็คือ “บอสเนื้อเรื่อง” ของนางเอก การเอาชนะเขาได้ย่อมหมายถึงแต้มประสบการณ์ก้อนโตที่กำลังรออยู่
ฉันลอบถอนหายใจเบา ๆ เมื่อสบตาเข้ากับสายตาหวาดกลัวของศาสตราจารย์ลุค ความโอหังเมื่อครู่หายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหวาดผวาเมื่อเขาตระหนักได้ถึงสภาพอันตรายของตนเอง
“เฮ้ ไอ้โรคจิต ใช้ออร่าของแกออกมา” ฉันกล่าวเสียงเย็นเยียบ น้ำเสียงหนักแน่นราวกับคำสั่งตัดสิน “ถ้าไม่อยากตายล่ะก็”
ทันทีที่คำพูดหลุดจากปาก ฉันรู้สึกได้ถึงกระแสเวทอันคุ้นเคยที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ทำการรวบรวมพลังเวทไว้ที่ฝ่าเท้า ก่อนระเบิดความเร็วออกไปอย่างรุนแรง
ดาบในมือเปล่งประกายแสงฟ้าสว่างวาบ ใบดาบสั่นสะท้อนในอากาศราวกับจะฉีกทุกสิ่งตรงหน้า
ศาสตราจารย์ลุค แม้จะเคยหยิ่งผยอง แต่คราวนี้ก็ยังพอรับมือได้ทันเวลา
ออร่าของเขาปะทุขึ้นอย่างดุดัน เคลือบรอบฝ่ามือทั้งสอง ขณะเตรียมรับการปะทะที่กำลังพุ่งเข้าหา
สมกับเป็นศาสตราจารย์ ออร่าของเขาบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่ง แม้กระทั่งเหนือกว่าลูคัสเสียอีก ทั้งด้านความเข้มข้นและการควบคุม
ทันทีที่ออร่าของเราปะทะกัน การสั่นสะเทือนก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง
แรงปะทะส่งคลื่นสะท้านไปทั่วห้อง อากาศรอบตัวแตกร้าว เปล่งเสียงแตกพร่าดังสะท้อนรอบผนัง
ฉันสัมผัสได้ถึงความต่างของพลังระหว่างกัน แต่แทนที่จะหวาดหวั่น ความเร้าใจกลับท่วมท้นขึ้นในอก
‘ฮะฮะ... แบบนี้สิ ถึงจะมันส์’
เคร๊งงงง!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังสะท้อนก้องไปทั้งห้อง ดาบของฉันปะทะกับแขนที่เสริมพลังเวทของลุค
แรงกระแทกที่รุนแรงทำให้เกิดคลื่นอัดอากาศจนฝุ่นผงตลบอบอวล กำแพงรอบห้องสั่นสะเทือนอย่างน่าหวาดหวั่น
ในชั่วขณะนั้น ศาสตราจารย์ลุคถูกกลืนหายไปในวังวนแห่งอารมณ์หลากหลาย—ทั้งความหวาดหวั่น ความกลัว ความโกรธ และความขยะแขยง
ท่าทีอันมั่นใจที่เคยมีแตกสลายไปหมด เหลือเพียงโทสะที่คุกรุ่นปะทุ
‘มันกล้าดีได้ยังไง?!’
‘มันกล้าดีได้ยังไง?!’
‘มันกล้าดีได้ยังไง?!’
ความคิดเหล่านี้ดังก้องในหัวของลุค ขณะพยายามยืนหยัดต้านแรงปะทะจากนักเรียนผมทองที่อยู่ตรงหน้า
โทสะอันหนักหน่วงแผ่พุ่งออกมา พร้อมกับออร่าที่แตกกระจายดุจคมดาบแผ่วผัน
แผนการที่เขาอุตส่าห์วางไว้อย่างรัดกุมและสมบูรณ์แบบ กำลังแตกพังทลายลงต่อหน้าในพริบตา...
“ฉันจะฆ่าแก ไอ้เด็กเวร!!!” ลุคร้องคำราม เสียงเต็มไปด้วยพิษแค้นและความสิ้นหวัง
เขามั่นใจมาตลอดว่าจะไม่มีใครมาขัดจังหวะ—นักเรียนทุกคนควรจะหายไปจากที่นี่แล้ว อีกทั้งยังลงผนึกเวทปิดประตูไว้ เพื่อกันไม่ให้ใครเข้ามาหรือได้ยินความวุ่นวายข้างใน
การคำนวณทั้งหมดของเขามั่นใจว่า ห้องเรียนแห่งนี้จะเป็นกับดักสมบูรณ์แบบ ที่เขาสามารถกระทำชั่วได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง
แต่การที่ไรลีย์ปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่คาดคิด ได้ทำลายแผนการที่เขาวางไว้อย่างรอบคอบจนหมดสิ้น
ทั้งแผนการของเขากำลังจะพังทลาย และไม่เพียงเท่านั้น ชีวิตและหน้าที่การงานของเขาก็กำลังอยู่บนเส้นด้าย หากความจริงถูกเปิดโปง ข่าวโสมมนี้จะกระจายรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ศักดิ์ศรีและตำแหน่งจะถูกทำลายจนไม่อาจกู้คืนได้
‘ต้องฆ่าพวกมันทั้งสอง’
แม้การฆ่ายานิก้าและไรลีย์จะไม่ได้รับประกันความปลอดภัยนัก เพราะสถาบันย่อมสืบสวนและพบพิรุธอยู่ดี แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นในทันที
สมองของลุคทำงานอย่างบ้าคลั่ง ครุ่นคิดหาวิธีปกปิดร่องรอย บิดเบือนเรื่องราวให้เข้าทางตน และหาหนทางเอาตัวรอดหลังจากหายนะครั้งนี้
ออร่าของศาสตราจารย์พลุ่งพล่านรุนแรงอีกครั้ง เป็นความพยายามสุดสิ้นหวังที่จะบดขยี้ไรลีย์และกอบกุมสถานการณ์กลับคืนมา
ไม่มีข้อกังขาอีกแล้ว—ไรลีย์แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ลุคเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เขาเฝ้าสังเกตนักเรียนทุกคน มีอยู่ไม่กี่คนที่สะดุดตาเขา—ไรลีย์, ซอ, ลูคัส และคากามิ
แม้จะยังเป็นเพียงนักเรียน แต่ทั้งสี่กลับแสดงฝีมือการต่อสู้ที่ทัดเทียมอัศวินผู้ช่ำชอง ความสามารถของพวกเขาไม่อาจดูแคลนได้แม้แต่น้อย
แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ยังเป็นแค่นักเรียน
ในทางกลับกัน ลุคสะสมประสบการณ์ยาวนาน ผ่านการรับมือภัยคุกคามนานัปการ ผ่านการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายครั้งแล้วครั้งเล่า
และในการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต บางครั้งตัวแปรเล็กน้อยที่สุดก็สามารถพลิกผลลัพธ์ได้
‘เด็กนี่แข็งแกร่งกว่าฉัน...แต่ฉันจะชนะให้ได้’
รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าของลุค เสียงหัวเราะบ้าคลั่งที่เต็มไปด้วยความอาฆาตดังก้อง
“ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ ไอ้เด็กสารเลว!!!”
เสียงหัวเราะสะท้อนก้องไปทั่วห้อง เป็นคำประกาศเจตจำนงอันเย็นเยียบและโหดเหี้ยม
ลุคพร้อมจะเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี
แม้ไรลีย์จะพิสูจน์แล้วว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามเพียงใด แต่ลุคก็ยังคงเชื่อมั่นว่าจะใช้ทั้งประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมของตน ฝ่าฟันจนสามารถก้าวข้ามเด็กคนนี้ไปได้…