ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 อสรพิษผู้ไม่ฟังคำเตือน
เฮ่อเฟิง (น้องเล็ก) ยังคงทอดสายตาหื่นกระหายมองตามแผ่นหลังของซ่งหว่านเอ๋อร์ไปจนลับสายตา มุมปากของเขายกยิ้มอย่างชั่วร้าย
“สตรีงดงามเช่นนี้...ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอของดีก่อนถึงเมืองชิงซี”
“หุบปากของเจ้าซะ น้องสาม” เฮ่อตี้สิง (พี่รอง) เอ่ยปรามเสียงเข้ม “อย่าลืมว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร เป้าหมายของเราคืองานชุมนุม ไม่ใช่มาหาเรื่องใส่ตัว”
แต่เฮ่อเฟิงกลับหัวเราะในลำคอ “เรื่องเล็กน้อยน่าท่านพี่รอง สตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะเป็นอะไรไป...”
“เฟิง”
น้ำเสียงที่เย็นเยียบและทรงอำนาจดังขึ้นจากเฮ่อป้าเทียน (พี่ใหญ่) เขาไม่ได้ตะโกน แต่กลับทำให้เฮ่อเฟิงหุบปากได้ในทันที เฮ่อป้าเทียนจิบสุราอย่างใจเย็นก่อนจะวางจอกลงเบาๆ แล้วหันไปมองน้องเล็กของตนด้วยสายตาที่คมกริบ
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ข้ารู้ดี...แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อน...ก่อนเข้างานชุมนุม อย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด เป้าหมายของเราคือการสร้างชื่อและท้าทายหุบเขาหมื่นพิษกับตระกูลถัง อย่าให้เรื่องสตรีไร้สาระมาทำลายแผนการใหญ่”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริม “อีกอย่าง...คุณหนูเมื่อครู่ดูแปลกๆ การปัดถ้วยชาของนางเมื่อครู่ต้องใช้การควบคุมในระดับสูง นางซ่อนฝีมือไว้แน่...สำหรับคนที่เรายังไม่รู้หัวนอนปลายเท้า...อย่าได้ประมาทไปแตะต้อง”
เฮ่อเฟิงมีสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อถูกสายตาที่กดดันของพี่ใหญ่จ้องมอง เขาก็ได้แต่ก้มหน้ารับคำอย่างไม่เต็มใจ “...ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพี่ใหญ่”
หลังจากที่เฮ่อป้าเทียนผู้เป็นพี่ใหญ่ได้เอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด บรรยากาศบนโต๊ะก็เงียบงันลงไปชั่วขณะ เฮ่อเฟิงมีสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด เขายกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดจอกด้วยความขัดใจ จนเวลาเข้าสู่ราตรี
ท่านพี่ใหญ่ระวังตัวเกินไปแล้ว! เขาคิดในใจอย่างดูแคลน นางก็แค่สตรีคนหนึ่ง ต่อให้มีฝีมือซ่อนไว้อยู่บ้าง จะสู้ข้าที่เป็นหนึ่งในสามอสรพิษแห่งขุนเขาได้อย่างไร? หรือว่า...ท่านพี่ก็สนใจในตัวนาง เลยคิดจะกันข้าออกไป? หึ...ไม่มีทาง! ของดีเช่นนี้ ใครเห็นก่อนย่อมได้ก่อน!
ความหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีของตนทำให้เขาตีความคำเตือนของพี่ชายไปในทางที่ผิดเพี้ยน คำเตือนว่านางเอกมีฝีมือกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาที่จะ "พิชิต" ของเขาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
ทั้งสามนั่งดื่มกันต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วยาม เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงเริ่มหารือถึงแผนการที่จะสร้างความปั่นป่วนในงานชุมนุม โดยไม่ได้สนใจเฮ่อเฟิงที่นั่งดื่มเงียบๆ อีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าพี่ชายทั้งสองกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับแผนการ เฮ่อเฟิงก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ
"ข้ารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย จะขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อน" เขาเอ่ยขึ้นลอยๆ
เฮ่อป้าเทียนเพียงแค่พยักหน้ารับโดยไม่ได้หันมามอง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เฮ่อเฟิงต้องการ
ทว่า...แทนที่จะเดินไปยังห้องพักของตนเอง เท้าของเขากลับก้าวขึ้นบันไดไปยังอีกฝั่งหนึ่งของโรงเตี๊ยม...ฝั่งที่เป็นที่ตั้งของห้องพักของซ่งหว่านเอ๋อร์
เขายืนอยู่หน้าประตูห้องของนาง รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในมือของเขาปรากฏขวดกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กออกมา...ภายในบรรจุผงยาสลบไร้สีไร้กลิ่นที่ขึ้นชื่อของเขา
เจ้าจะได้รู้...ว่าการลองดีกับข้า เฮ่อเฟิง มันเป็นอย่างไร!
เขาบรรจงนำหลอดไม้ไผ่เล็กๆ ออกมา สอดเข้าไปในร่องใต้ประตู ก่อนจะเป่าผงยาในขวดให้ลอยเข้าไปในห้องอย่างแผ่วเบา
ภายในห้องของซ่งหว่านเอ๋อร์
ทุกอย่างมืดสนิท...และเงียบกริบ
นางไม่ได้หลับ นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงในความมืด สองหูของนางคอยเงี่ยฟังเสียงจากภายนอกตลอดเวลา
นางได้ยินเสียงฝีเท้าที่พยายามจะย่องเบาเข้ามาใกล้...และหยุดลงที่หน้าประตูห้องของนาง
นางเห็นเงาตะคุ่มใต้ประตู...เห็นหลอดไม้ไผ่เล็กๆ ที่สอดเข้ามา...และเห็นผงฝุ่นละเอียดที่ลอยเข้ามาในห้อง
ก่อนที่ผงยานั้นจะทันได้ฟุ้งกระจาย ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ยกผ้าเช็ดหน้าที่ชุบน้ำจนชุ่มซึ่งนางเตรียมไว้ข้างหมอนขึ้นมาปิดจมูกและปากของตนเองอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
นางรอ...
เฮ่อเฟิงย่องเข้ามาในห้องที่มืดและเงียบสงัด เขายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมเมื่อเห็นร่างบนเตียงที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ใต้ผ้าห่ม
โง่เง่านัก! เขาคิดอย่างลำพองใจ ท่านพี่ใหญ่ช่างระแวดระวังเกินเหตุ สตรีก็คือสตรีวันยังค่ำ!
เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงอย่างช้าๆ ยื่นมือที่หยาบกร้านออกไปหมายจะกระชากผ้าห่มออก...
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสกับผืนผ้า...เงาสายหนึ่งก็ทิ้งตัวลงมาจากขื่อบนเพดานอย่างเงียบกริบ!
เฮ่อเฟิงสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เยือกเย็นจนทำให้ขนลุกชัน สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงอันตรายถึงชีวิต! เขากำลังจะรวบรวมลมปราณเพื่อหันกลับไปป้องกันตัว...
ปึ้ก!
...แต่เขาก็ช้าไปหนึ่งก้าว
สันมือที่ดูบอบบางแต่กลับหนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กฟาดเข้าที่หลังคอของเขาอย่างแม่นยำ! โลกทั้งใบของเขาพลันพร่าเลือน ลมปราณที่กำลังจะโคจรติดขัดและแตกซ่านในทันที
ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ร้องออกมา ความเย็นเยียบของคมมีดก็มาจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาเสียแล้ว!
“ข้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าจะเตือนแล้ว...ว่าอย่ามายุ่งกับข้า”
เสียงกระซิบที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งดังขึ้นข้างหูของเขา ทำให้เฮ่อเฟิงตัวแข็งทื่อไปในทันที! นาง...นางได้ยินที่พวกเขาคุยกัน! เป็นไปได้อย่างไร!?
“เจ้า...เจ้าเป็นใครกันแน่!?” เขาร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก นี่ไม่ใช่กิริยาของสตรีในห้องหอ! แต่มันคือท่วงท่าของนักฆ่ามืออาชีพ!
“คนที่เจ้าไม่ควรมายุ่งด้วยที่สุด” ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบกลับเสียงเรียบ คมมีดกดลึกลงไปบนผิวหนังของเขาเล็กน้อยจนเลือดซิบออกมา “ตอนนี้ ข้าถาม เจ้าตอบ”
นางไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตั้งตัว “พวกเจ้าต้องการอะไรที่งานชุมนุม?”
เฮ่อเฟิงพยายามจะรวบรวมลมปราณอีกครั้งเพื่อขัดขืน แต่แล้วเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มแทงที่สีข้าง!
ฉึก!
ซ่งหว่านเอ๋อร์ใช้เข็มเงินอีกเล่มที่ซ่อนไว้ในมือจิ้มเข้าไปที่จุดสกัดกั้นลมปราณของเขาอย่างแม่นยำ “อย่าคิดลองดี ลมปราณของเจ้าแข็งแกร่ง...แต่การควบคุมของเจ้าช่างหยาบกระด้างสิ้นดี”
เฮ่อเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ...นางมองการโคจรลมปราณของเขาออก!
เมื่อเห็นว่าเหยื่อหมดหนทางต่อสู้แล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ใช้มืออีกข้างบีบคางของเขาอย่างแรง บังคับให้เขากลืนยาเม็ดสีดำขนาดเล็กที่นางเตรียมไว้ลงไป
“แค่กๆ! เจ้าให้ข้ากินอะไร!?” เขาร้องอย่างหวาดกลัว
“ยาพิษ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าเรียกมันว่า ‘มัจจุราชสามราตรี’”
“มันจะยังไม่ออกฤทธิ์ในตอนนี้...แต่ในอีกสามวัน...มันจะเริ่มกัดกินเส้นชีพจรของเจ้าจนลมปราณทั้งหมดสลายไป...และเจ้าจะตายอย่างทรมาน” นางกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงที่หวานแต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ “แต่...มันมียาถอนพิษ...และยาถอนพิษนั้น...มีเพียงข้าคนเดียวที่ปรุงได้”
นางดึงมีดสั้นและเข็มเงินกลับคืน ก่อนจะถอยกลับไปอยู่ในเงามืดของห้อง ทิ้งให้เฮ่อเฟิงทรุดลงไปกองกับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและความกลัวสุดขีด
“จากนี้ไป...เจ้าคือสุนัขของข้า ทำตามที่ข้าสั่ง...แล้วเจ้าจะมีชีวิตรอด...ขัดขืน...และเจ้าจะกลายเป็นศพที่น่าสมเพช...เข้าใจหรือไม่?”
เฮ่อเฟิงได้แต่พยักหน้ารับอย่างลนลาน สติปัญญาและความหยิ่งผยองทั้งหมดของเขาถูกทำลายลงจนสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
เขาคลานออกจากห้องไปอย่างน่าสมเพช ปิดประตูให้อย่างเรียบร้อยราวกับกลัวว่าจะทำให้นายเหนือหัวคนใหม่ไม่พอใจ
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาของเขาไปจากในเงามืด
อสรพิษ...เมื่อถูกถอดเขี้ยวเล็บและฝังพิษที่ร้ายกว่าเข้าไป...ก็ย่อมกลายเป็นทาสที่เชื่องที่สุด
ตอนนี้...ข้าก็มีหมากอีกหนึ่งตัวให้เดินในเมืองชิงซีแล้ว
เฮ่อเฟิงคลานกลับมาถึงห้องพักของตนเองด้วยสภาพที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต เขาปิดประตูและลงกลอนอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังพิงประตูทรุดลงไปนั่งกับพื้น เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา...แต่ความจริงแล้ว เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ต่อสู้
ความอัปยศ...และความกลัว...ถาโถมเข้าใส่จิตใจของเขาอย่างรุนแรง
ยาพิษ...นางวางยาข้าจริงๆ หรือ? หรือเป็นแค่การขู่?
เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ เขารู้ดีว่าความเสี่ยงนั้นสูงเกินไป เขาฝืนร่างกายที่สั่นเทา ลุกขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงและเริ่มโคจรลมปราณเพื่อสำรวจร่างกายของตนเอง
ในตอนแรก ทุกอย่างดูปกติ...แต่เมื่อเขาพยายามจะชักนำลมปราณให้ไหลผ่านเส้นชีพจรบริเวณจุดตันเถียน...เขาก็สัมผัสได้ถึงมัน!
พลังงานเย็นเยียบสายหนึ่งที่แปลกปลอมและไม่เคยมีมาก่อนกำลังเกาะกินอยู่ในร่างของเขา มันยังไม่แผลงฤทธิ์ แต่ก็ขัดขวางการเดินลมปราณของเขา ทำให้ติดขัดและเจ็บปวดเล็กน้อย
“มัน...มันเป็นของจริง!” เขาสบถออกมาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ความคิดแรกของเขาคือการไปขอความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่...เฮ่อป้าเทียนมีวรยุทธสูงส่งและรอบรู้กว่าเขามาก บางทีอาจจะช่วยขับพิษนี้ออกไปได้
แต่แล้วเขาก็หยุดความคิดนั้นทันที...จะให้เขาไปบอกพี่ใหญ่ว่าอย่างไร? บอกว่า ‘ข้าไม่ฟังคำเตือนของท่าน แอบไปลอบทำร้ายสตรีคนหนึ่ง แต่กลับถูกนางเล่นงานจนหมดท่าและถูกวางยาเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง’ งั้นรึ? ความอัปยศอดสูนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย! พี่ใหญ่จะต้องลงโทษเขาอย่างหนัก และพี่รองก็จะต้องหัวเราะเยาะเขาไปตลอดชีวิต!
ไม่ได้! เขาบอกใครเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
แล้วจะให้เขายอมเป็นเบี้ยล่าง...เป็นสุนัขรับใช้ของสตรีผู้นั้นจริงๆ น่ะหรือ?
ภาพใบหน้าที่เย็นชาและคำพูดที่เหยียดหยามของนางดังขึ้นในหัว “...เจ้าคือสุนัขของข้า...”
“ไม่มีทาง!!!” เฮ่อเฟิงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ข้า...เฮ่อเฟิง...หนึ่งในสามอสรพิษแห่งขุนเขา จะไม่มีวันยอมเป็นทาสของใคร!”
เมื่อความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้น สติปัญญาที่เจ้าเล่ห์ของเขาก็เริ่มทำงาน
นางใช้ยาพิษควบคุมเขา...เช่นนั้น...เขาก็จะใช้ยาพิษเล่นงานนางกลับ!
มันไม่ใช่การฆ่า...หากนางตาย เขาก็ต้องตายไปด้วย แต่เป็นการสร้างสภาวะ "คานอำนาจ" ขึ้นมาใหม่! หากเขาสามารถวางยาพิษที่ร้ายกาจของตนเองใส่นางได้สำเร็จ ทั้งสองฝ่ายก็จะกุมชีวิตของกันและกันเอาไว้ เมื่อถึงตอนนั้น สถานะของนายบ่าวจะหมดไป และจะกลายเป็นการเจรจาต่อรองที่เท่าเทียม...เพื่อแลกยาถอนพิษกัน!
ความคิดนี้ทำให้แววตาของเฮ่อเฟิงกลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง เขารื้อห่อสัมภาระของตนเองและหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กออกมา ภายในบรรจุขวดกระเบื้องและถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยยาพิษนานาชนิดที่เขาภาคภูมิใจ
เขาเลือกขวดที่เล็กที่สุดออกมา...ภายในบรรจุผงสีขาวละเอียดที่ชื่อว่า ‘เหมันต์ไร้เงา’ มันเป็นพิษไร้สีไร้กลิ่นที่เขาคิดค้นขึ้นเอง จะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ทำให้ลมปราณของผู้ที่โดนพิษค่อยๆ แข็งตัวและติดขัดลงทีละน้อย จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นอัมพาตไปครึ่งซีก
เฮ่อเฟิงกำขวดยาพิษนั้นไว้แน่น ดวงตาฉายแววอำมหิต
เจ้าสตรีร้ายกาจ...เจ้าคิดว่าจะควบคุมข้าได้ด้วยยาพิษเม็ดเดียวรึ? เจ้ายังไม่รู้จักพิษของตระกูลเฮ่อดีพอ...
พรุ่งนี้...เราจะได้เห็นกัน...ว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็นนาย!
◆ ─── ◆