ตอนที่ 41
ตอนที่ 41 บุปผาในสวนหลวง
เทศกาลโคมประทีปชมจันทร์มาถึงในที่สุด ทั่วทั้งเมืองหลวงหลินอันสว่างไสวไปด้วยแสงโคมไฟนับพันดวง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง...ยกเว้นภายในจวนแม่ทัพใหญ่ ที่ซึ่งความหวาดระแวงได้กัดกินความสุขไปจนหมดสิ้น
ท่านแม่ทัพซ่งเจี๋ยยังคงวุ่นวายอยู่กับการ "สืบสวน" หาตัวคนร้ายที่ลอบวางยาพิษเขาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้บรรยากาศในจวนตึงเครียดจนน่าอึดอัด แต่กระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานเลี้ยงชมโคมไฟในอุทยานหลวงที่องค์จักรพรรดิเป็นผู้จัดขึ้นได้
ซ่งหว่านเอ๋อร์ในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ดูงดงามแต่เรียบง่าย เดินตามหลังมารดาและพี่น้องเข้าไปในอุทยานหลวงที่ถูกประดับประดาอย่างวิจิตรตระการตา นางใช้ประโยชน์จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้อย่างยอดเยี่ยม
'นั่นองค์ชายรอง เย่เฟิงหยาง กำลังสนทนาอยู่กับกลุ่มขุนนางฝ่ายทหาร...ส่วนทางโน้นคือองค์หญิงห้า เย่หมิงเยว่ กำลังหยอกล้ออยู่กับเหล่าคุณหนูตระกูลเฉิน...'
ความสามารถในการจดจำใบหน้าและลำดับชั้นของทุกคนในราชสำนักได้อย่างแม่นยำของคุณหนูสามคนเดิม คือเครื่องมือล้ำค่าที่ทำให้ซ่งหว่านเอ๋อร์คนใหม่สามารถเคลื่อนไหวในสังคมชั้นสูงได้อย่างไร้ที่ติ…นางสวมบทบาทคุณหนูผู้บอบบางได้อย่างสมบูรณ์แบบ...จนกระทั่งสายตาของนางปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าร่างหนึ่ง
บุรุษหนุ่มในอาภรณ์มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลนด้วยดิ้นทอง เขายืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักนั้นเป็นที่หมายปองของสตรีทั่วทั้งงาน...
ซ่งหว่านเอ๋อร์จ้องมองใบหน้านั้นนิ่ง...และแล้วภาพความทรงจำจากคืนที่ปะมือกันในป่าไผ่ก็ฉายชัดขึ้นมาในหัว!
คืนนั้น...หลังจากที่นางทุบเขาจนสลบไป นางได้ปลดผ้าคลุมหน้าของเขาออกเพื่อดูโฉมหน้าที่แท้จริงของศัตรู...
'ใบหน้านี้...! บุรุษคนนี้...คือคนที่ข้าสู้ด้วยในป่าไผ่คืนนั้น!'
หัวใจของนางกระตุกวูบ...ไม่ใช่ด้วยความหวั่นไหว...แต่ด้วยความตระหนกอย่างแท้จริง!
'ยอดฝีมือป้ายทองคำ...คือมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย เฟิงเฉินหนาน!'
นางไม่ได้แค่สร้างศัตรูกับยอดฝีมือลึกลับ...แต่นางไปล่วงเกิน "มันสมองของฝ่าบาท" หนึ่งในบุรุษผู้มีอำนาจที่สุดในแคว้นเยว่! สถานการณ์ของนางในตอนนี้...อันตรายกว่าที่นางเคยประเมินไว้หลายเท่านัก!
ในขณะเดียวกัน...เฟิงเฉินหนานที่กำลังสนทนาอยู่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาของนาง เขากลับหลังหันช้าๆ และสบตากับนางโดยตรง
เขารู้แล้ว...ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในหัวของเขา
รายงานระบุว่า "คุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์" ได้เดินทางไปถือศีล...แต่นางกลับ "หายตัวไป" ในช่วงเวลาเดียวกับที่ "ไป๋ฉิงเซียง" ปรากฏตัวที่เมืองชิงซี...และนางก็ "กลับมาถึงวัด" ...ในช่วงเวลาเดียวกับที่ "ไป๋ฉิงเซียง" หายตัวไปจากเมืองซิงซี
ช่างประจวบเหมาะเกินไป...คุณหนูสาม...คือไป๋ฉิงเซียง...
และนั่นหมายความว่า...นางคือฆาตกรที่สังหารจางซื่อหยาง...
เฟิงเฉินหนานวิเคราะห์ต่อในใจ 'และถ้าเป็นเช่นนั้น...อาการป่วยของซ่งเจี๋ย...เป็นไปได้หรือไม่ว่า...บุตรสาวจะลอบวางยาบิดาของตนเอง? ไม่...มันโหดเหี้ยมเกินไป...แต่กับนาง...ข้ากลับไม่แน่ใจ'
เมื่อจิ๊กซอว์ทั้งหมดต่อเข้าด้วยกัน เฟิงเฉินหนานก็มองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ...รอยยิ้มที่บอกว่า "ข้ารู้ความลับของเจ้าแล้ว"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่เห็นรอยยิ้มนั้นถึงกับรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง! ใบหน้าของนางยังคงนิ่งสงบ...แต่ในใจกลับปั่นป่วนอย่างหนัก
เขารู้! เขารู้ตัวตนของข้าแล้ว!
การเผชิญหน้ากันโดยไร้ซึ่งคำพูดนั้นตึงเครียดยิ่งกว่าการต่อสู้ด้วยกระบี่นับร้อยเล่ม!
นางรู้ดีว่านางไม่สามารถอยู่ในที่แห่งนี้ต่อไปได้อีกแล้ว นางต้องหาที่สงบเพื่อตั้งหลักและวางแผนรับมือ
ซ่งหว่านเอ๋อร์หันไปหามารดาของนาง "ท่านแม่เจ้าคะ...ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย...อยากจะไปเดินเล่นรับลมที่ริมสระบัวสักครู่เจ้าค่ะ"
นางขอตัวและเดินปลีกตัวออกจากกลุ่มคน มุ่งหน้าไปยังส่วนที่เงียบสงบกว่าของอุทยาน...โดยรู้ดีว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องตามแผ่นหลังของนางไปไม่วางตา
เฟิงเฉินหนานมองตามร่างบอบบางนั้นไป เขากล่าวขอตัวจากกลุ่มขุนนางด้วยเหตุผลเดียวกัน ก่อนจะก้าวเดินไปตามเส้นทางที่นางเพิ่งเดินจากไปอย่างเชื่องช้า...
ละครฉากใหญ่ในงานเลี้ยงได้จบลงแล้ว...แต่การสนทนาที่แท้จริง...กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ในไม่ช้า
อุทยานหลวงในคืนเทศกาลควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและดนตรีที่ไพเราะ แต่ ณ มุมที่ห่างไกลออกมา...ริมสระบัวที่แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำจนเกิดเป็นประกายสีเงินระยิบระยับ...บรรยากาศกลับเงียบสงัดและเยือกเย็นจนน่าประหลาด
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนหันหลังให้กับทางเดิน นางทอดสายตามองเงาจันทร์บนผิวน้ำด้วยท่าทีที่ดูสงบ...แต่แท้จริงแล้ว ประสาทสัมผัสทั้งหมดของนางกำลังตื่นตัวถึงขีดสุด
เสียงฝีเท้าที่สุขุมและมั่นคงหยุดลงเบื้องหลังนางในระยะห้าก้าว...ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยคมดาบที่มองไม่เห็นจะดังขึ้น...
"ข้าควรจะเรียกท่านว่าคุณหนูสาม...หรือแม่นางไป๋ดี?"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แผ่นหลังของนางยังคงตั้งตรงสง่างาม ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ ออกมา แต่ภายในใจของนางนั้น...พายุแห่งความคิดกำลังโหมกระหน่ำ
'ใจเย็นไว้...ซ่งหว่านเอ๋อร์...อย่าตื่นตระหนก...หายใจเข้าลึกๆ...วิเคราะห์สถานการณ์'
นางไม่ได้สนใจคำพูดที่ท้าทายของเขาอีกต่อไป...ดวงตาของนางที่จับจ้องผิวน้ำเบื้องหน้า บัดนี้ไม่ได้มองเงาจันทร์...แต่มันกำลังสะท้อนภาพของทุกสิ่งรอบกายเพื่อประเมิน "สมรภูมิ"
'สะพานหยกด้านหน้าแคบเกินไป...ไม่มีที่หลบซ่อน'
'ป่าไผ่ด้านซ้าย...ระยะทางสิบห้าก้าว...เป็นเส้นทางหลบหนีที่ดีที่สุด'
'กำแพงวังด้านขวา...สูงเกินไปและมีทหารยามลาดตระเวนอยู่ไกลๆ'
'องครักษ์วังหลวง...จุดที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปราวร้อยก้าว...หากลงมือสังหาร...ข้ามีเวลาไม่เกินสิบลมหายใจในการหลบหนี'
'และตัวเขา...ยืนอยู่ห่างออกไปห้าก้าว...เปิดช่องว่างที่สีข้างด้านซ้ายเล็กน้อย...'
ขณะที่ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังคำนวณโอกาสในการ "สังหาร" และ "หลบหนี" อย่างเลือดเย็น เฟิงเฉินหนานที่เห็นนางนิ่งเงียบไปก็คิดว่านางกำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาจึงก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว พร้อมกับรอยยิ้มที่เหนือกว่า
"ท่านไม่ต้องแปลกใจหรอก...เส้นทางการเดินทางของท่านช่างประจวบเหมาะกับการปรากฏตัวของแม่นางไป๋เหลือเกิน" เขากล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน "การหายตัวไปจากวัด...การปรากฏตัวที่เมืองชิงซี...การทำลายสองรังโจร...แล้วก็กลับมาที่วัดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เป็นการเดินหมากที่น่าทึ่งและกล้าหาญอย่างยิ่ง"
เขาคิดว่าตนเองเป็นผู้คุมเกม...เป็นผู้ที่เปิดโปงความลับของนางได้ทั้งหมด...
แต่เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย...ว่าทุกย่างก้าวที่ขยับเข้ามา...คือการก้าวเข้าสู่เขตสังหารของนักฆ่าอันดับหนึ่ง
'โอกาสมีเพียงครั้งเดียว...' ความคิดของซ่งหว่านเอ๋อร์ตกผลึกอย่างสมบูรณ์แบบ '...ใช้เข็มพิษสกัดการเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ...แล้วใช้มีดสั้นที่ข้อเท้าปลิดชีพ...จากนั้นหลบหนีเข้าป่าไผ่...ทันเวลา'
แผนการสังหารมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายแห่งแคว้นเยว่...ได้ถูกร่างขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ!
มือขวาของนางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออันกว้างขวาง...ค่อยๆ ขยับปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา...สัมผัสกับถุงหนังขนาดเล็กที่บรรจุเข็มเงินอาบยาพิษร้ายแรงเอาไว้...
เฟิงเฉินหนานไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย...ว่าตนเองกำลังยื่นศีรษะเข้าไปในปากของแม่เสือ......ที่พร้อมจะขย้ำได้ทุกวินาที
ในเสี้ยววินาทีที่ซ่งหว่านเอ๋อร์ตัดสินใจจะลงมือสังหาร...เฟิงเฉินหนานกลับรู้สึกถึงมัน!
รอยยิ้มที่บนใบหน้าของเขาพลันแข็งค้าง! สัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาในสนามรบและราชสำนักกรีดร้องเตือนภัยถึงอันตรายถึงชีวิต! เขาไม่ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน...แต่เขาสัมผัสได้ถึง "จิตสังหาร" ที่เคยปรากฏขึ้นในป่าไผ่คืนนั้น...มันกลับมาอีกครั้ง และรุนแรงกว่าเดิมนับสิบเท่า!
เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว! ร่างสูงสง่าของเขาทะยานถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็ว ออกจากระยะจู่โจมที่อันตรายที่สุด
"เดี๋ยวก่อน!" เขาร้องขึ้น เสียงของเขาไม่ได้นุ่มนวลอีกต่อไป แต่แฝงความจริงจังและเร่งร้อน "ข้ามีข้อเสนอ!"
การเคลื่อนไหวของซ่งหว่านเอ๋อร์หยุดชะงักลง จิตสังหารที่รุนแรงถูกเก็บงำกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ นางยังคงยืนหันหลังให้เขา แต่ความเงียบของนางนั้นกดดันยิ่งกว่าพายุเสียอีก
เฟิงเฉินหนานลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก...เขาเกือบจะทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตไปแล้ว
"ข้าไม่ได้มาที่นี่ในฐานะศัตรู" เขากล่าวต่อ พยายามจะควบคุมสถานการณ์ "ความสามารถของท่านน่าทึ่ง...ข้าชื่นชม...เราสองคนไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน เราสามารถเป็นพันธมิตร...ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้"
ซ่งหว่านเอ๋อร์รับฟังคำพูดนั้นอย่างเงียบงัน แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา
'พันธมิตร? ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรู' นางคิด 'ท่านรู้ว่าข้าคือไป๋ฉิงเซียง...ท่านรู้ว่าข้าคือคุณหนูสาม...ท่านต้องสงสัยแน่ว่าข้าคือผู้ที่สังหารจางซื่อหยาง...และอาจจะเดาไปถึงเรื่องที่ข้าลงมือกับบิดาของตนเอง...ท่านกุมความลับคอขาดบาดตายของข้าไว้ทั้งหมด'
'แล้วข้าเล่า? ข้ารู้อะไรเกี่ยวกับท่านบ้าง? นอกจากว่าท่านคือมหาเสนาบดีและยอดฝีมือป้ายทอง...นั่นไม่ใช่ความลับ...แต่เป็นข้อมูลสาธารณะ...นี่มันไม่ใช่การร่วมมือ...แต่คือการข่มขู่'
นางค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าที่เรียบเฉยของนาง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาและอ่านไม่ออก
"ข้อเสนอของท่านน่าสนใจ...ท่านมหาเสนาบดี" การพูดใช้ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของนางคือการสร้างระยะห่างอย่างชัดเจน "แต่ข้าไม่เห็นความเท่าเทียมในข้อเสนอนี้"
นางก้าวเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ หนึ่งก้าว "ท่านกุมไพ่ทุกใบไว้ในมือ...แล้วจะให้ข้าร่วมมือกับท่านได้อย่างไร?"
"เช่นนั้นท่านต้องการอะไร?" เฟิงเฉินหนานถามกลับ เขารู้แล้วว่ากำลังเจรจากับคู่ต่อสู้ที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
"ข้าไม่คิดจะร่วมมือกับผู้ใดที่กุมไพ่เหนือกว่า...นอกเสียจากว่า..." ดวงตาของนางเปล่งประกายคมปลาบ "...ท่านจะบอก ความลับ ที่เป็นเรื่องสำคัญระดับคอขาดบาดตายของท่านให้ข้ารู้หนึ่งเรื่อง"
รอยยิ้มได้หายไปจากใบหน้าของเฟิงเฉินหนานโดยสิ้นเชิง...ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด!
"ความลับ...ที่ท่านซ่อนไว้ภายใต้ชื่อ 'เฟิงเฉินหนาน'...ความลับที่หากรั่วไหลออกไปแล้วจะสามารถทำลายทุกสิ่งที่ท่านสร้างมาได้...เหมือนกับความลับของข้าที่อยู่ในมือของท่านตอนนี้"
นางหยุดยืนตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงสามก้าว
"เพื่อที่เรา...จะได้ต่างคนต่างเก็บความลับของกันและกัน...อย่างเท่าเทียม"
คำประกาศิตที่ท้าทายและบ้าบิ่นนั้นดังก้องอยู่ในความเงียบงันของอุทยานหลวง...นางไม่ได้แค่ปฏิเสธข้อเสนอของเขา...แต่นางกำลังยื่นข้อเสนอใหม่ที่ทำให้เขาต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที!
◆ ─── ◆