ตอนที่ 42
ตอนที่ 42 พันธะ
คำท้าทายของซ่งหว่านเอ๋อร์ยังคงดังก้องอยู่ในความเงียบงัน...นางไม่ได้แค่ปฏิเสธ...แต่นางกำลังบีบให้เขาต้องเลือก!
เฟิงเฉินหนานยืนนิ่งเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์แบบ สมองที่เคยปราดเปรื่องของเขาเริ่มประมวลผลทางเลือกทั้งหมดด้วยความเร็วสูงสุด
ทางเลือกที่หนึ่ง...เมินเฉยต่อนาง แล้วเดินจากไป
เขาคิดในใจ 'ไม่ได้...สตรีผู้นี้เหี้ยมโหดและคาดเดาไม่ได้ หากข้าเดินจากไปในวันนี้โดยที่ยังกุมความลับของนางไว้ฝ่ายเดียว คืนนี้ข้าอาจจะได้นอน...แต่ก็อาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย'
ทางเลือกที่สอง...แต่งเรื่องโกหกที่ดูสมจริงขึ้นมาสักเรื่อง
'ยิ่งเป็นไปไม่ได้' เขาสรุป 'นางอาจมีเครือข่ายสายข่าวสารและมีสายตาที่มองทะลุจิตใจคน หากนางสืบจนรู้ว่าข้าโกหก...ความไว้ใจจะหมดสิ้นไป และนางจะกลายเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุด...ความตายคือสถานเบา'
ทางเลือกที่สาม...ใช้สถานะมหาเสนาบดีจับกุมนางเสีย
'ข้าทำได้...แต่ในใจกลับรู้สึกต่อต้านอย่างประหลาด' ความคิดนี้ทำให้เขาขมวดคิ้ว 'การใช้อำนาจรัฐบดขยี้สตรีที่น่าทึ่งและซับซ้อนเช่นนี้...มันไม่ใช่หนทางของข้า และยังเสี่ยงที่จะทำให้นางดิ้นรนจนอาจทำอะไรที่ข้าคิดไม่ถึง'
เหลือเพียง... ทางเลือกที่สี่...แลกเปลี่ยนความลับ...สร้างพันธะแห่งการทำลายล้างซึ่งกันและกัน
ขณะที่เฟิงเฉินหนานกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิด...ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มเคลื่อนไหว
นางค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า...หนึ่งก้าว...สองก้าว...ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม นางหยุดลงในระยะสามก้าว...ระยะเส้นตายที่พร้อมจะลงมือได้ทุกวินาที
แรงกดดันนั้นปลุกให้เฟิงเฉินหนานตื่นจากความคิด เขาตัดสินใจได้แล้ว เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนางอีกครั้ง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างฝืนๆ เป็นครั้งแรก
"เจ้าดุเช่นนี้...จะหาบุรุษใดมาเป็นคู่ครองได้กัน?" เขาเอ่ยขึ้น เป็นการพยายามจะหยั่งเชิงและทำลายความตึงเครียดเป็นครั้งสุดท้าย
แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม!
คิ้วเรียวของซ่งหว่านเอ๋อร์กระตุกเล็กน้อย...ไอสังหารที่เพิ่งจะจางลงไปกลับมาเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง! "ดูเหมือนว่าท่านมหาเสนาบดี...จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์สินะ"
มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนางเริ่มขยับ!
"เดี๋ยวก่อน!" เฟิงเฉินหนานรีบยกมือขึ้นห้ามในทันที เขาไม่สงสัยเลยว่าหากเขาพูดจาเล่นลิ้นอีกเพียงประโยคเดียว เข็มเงินอาบยาพิษจะต้องพุ่งมาปักที่คอของเขาแน่ "ข้ายอมแล้ว! ข้าจะบอก!"
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้มาทั้งชีวิตด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและขมขื่น
"ชื่อ 'เฟิงเฉินหนาน' ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของข้า"
เขาเริ่มต้น "แท้จริงแล้ว...ข้าคือทายาทคนเดียวที่รอดชีวิตของอดีตแม่ทัพใหญ่เฟิงหลิน...ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็น กบฏขายชาติ และถูกประหารทั้งตระกูลไปเมื่อสิบห้าปีก่อน"
แววตาของเขาเย็นชาลง "ตามกฎหมายของแคว้นเยว่...ข้าคือ นักโทษหลบหนี ที่มีโทษประหารเก้าชั่วโคตรติดตัว"
ความลับระดับคอขาดบาดตายได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว...บัดนี้...ไพ่ในมือของพวกเขาทั้งสองคน...ได้เท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ความลับระดับคอขาดบาดตายของเฟิงเฉินหนานถูกเปิดเผยออกมา...มันแขวนอยู่กลางอากาศระหว่างคนทั้งสองราวกับคมดาบที่พร้อมจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ
ซ่งหว่านเอ๋อร์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน นางไม่ได้แสดงอาการตกตะลึงหรือยินดีออกมา แต่กลับประมวลผลข้อมูลใหม่ด้วยความเร็วของยอดสายลับ
'นักโทษหลบหนี...ทายาทกบฏ...นี่คือจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด...ไพ่ตายที่สมบูรณ์แบบ'
นางพยักหน้าช้าๆ เป็นการยอมรับ "ความลับของท่านปลอดภัยกับข้า...ตราบใดที่ความลับของข้าปลอดภัยกับท่าน" นี่คือการผนึกสัญญาแห่งการทำลายล้างซึ่งกันและกันอย่างเป็นทางการ
"และเพื่อเป็นการแสดง 'ความจริงใจ' ต่อกัน..." นางไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป "...ข้ามีเรื่องอยากจะ 'ขอความร่วมมือ' จากท่านมหาเสนาบดี"
เฟิงเฉินหนานหรี่ตาลง...นางไม่ได้แค่สร้างสมดุลอำนาจ...แต่นางกำลังจะใช้มันในทันที! "ว่ามา"
"การสืบสวนเรื่องยาพิษในจวนของข้ากำลังวุ่นวายและไร้ทิศทาง" นางกล่าว "บิดาของข้ากำลังคุ้มคลั่งและสงสัยไปทั่ว...มันสร้างความแตกตื่นโดยไม่จำเป็น ข้าต้องการให้ท่านมหาเสนาบดี...ช่วย 'ชี้นำ' การสืบสวนของทางการ...ให้ไปในทิศทางที่ 'ถูกต้อง' มากขึ้น"
"ทิศทางที่ถูกต้อง?" เขาเลิกคิ้วถาม
"ในจวนมีหนูสกปรกสองตัวที่ข้าสงสัยมานานแล้ว" นางกล่าวอย่างไม่ลังเล "อนุรองจ้าวเหมยหลิน และบุตรชายของนาง ซ่งจื่อเหวิน"
เฟิงเฉินหนานนิ่งไปครู่หนึ่ง...ในสมองของเขากำลังวิเคราะห์ข้อเสนอนี้อย่างรวดเร็ว
'นางไม่ได้ขอให้ข้าสร้างหลักฐานเท็จ...แต่นางขอให้ข้า 'ชี้นำ' การสืบสวน' เขาคิด 'ตระกูลจ้าว...เป็นตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยและเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้กับไห่หยวนจาง ศัตรูทางการเมืองของข้า...การสั่นคลอนพวกมัน ก็เท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขาของศัตรูข้าไปในตัว'
'นี่คือการทดสอบ...' เขาสรุป '...นางกำลังทดสอบว่าข้าจะยอมร่วมมือจริงหรือไม่ และในขณะเดียวกันก็ยื่นข้อเสนอที่ข้าปฏิเสธได้ยาก...สตรีผู้นี้น่ากลัวอย่างแท้จริง'
รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์และหาได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงเฉินหนาน "ดูเหมือนว่า...'พันธมิตร' ของเราจะมีผลประโยชน์ร่วมกันเร็วกว่าที่ข้าคิด"
นั่นคือคำตอบตกลง
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ "เช่นนั้น...ข้าจะรอฟังข่าวดี"
"เช่นนั้น...ก็ถึงเวลากลับไปร่วมงานเลี้ยงแล้ว" เฟิงเฉินหนานเป็นฝ่ายเอ่ยชวน เขาก้าวมายืนเคียงข้างนาง "ไปพร้อมกันเถิด...คุณหนูซ่ง"
ซ่งหว่านเอ๋อร์เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ทันที...นี่คือการแสดงละครฉากต่อไป
ทั้งสองเดินกลับเข้าไปในแสงสีของงานเทศกาลเคียงข้างกัน...ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนม...แต่ก็ไม่ได้ห่างเหิน...บุรุษผู้สง่างามและทรงอำนาจที่สุดในราชสำนัก กับสตรีผู้บอบบางและลึกลับที่สุดในจวนแม่ทัพ...การปรากฏตัวพร้อมกันของพวกเขาในลักษณะนี้ สร้างความประหลาดใจและคำถามขึ้นในสายตาของทุกคนที่ได้เห็นในทันที
ละครโรงใหญ่ในจวนตระกูลซ่งกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง......แต่บัดนี้...ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเองอีกต่อไป...นางมี "มังกร" มาเป็นหมากตัวสำคัญที่สุดในสนามรบแล้ว
ความเงียบ...
นั่นคือสิ่งแรกที่เกิดขึ้น...
ความเงียบที่น่าอึดอัดได้เข้าปกคลุมบริเวณที่พำนักของตระกูลซ่งและตระกูลขุนนางอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงในทันทีที่ร่างสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของอุทยาน
มหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย เฟิงเฉินหนาน...และคุณหนูสามแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ ซ่งหว่านเอ๋อร์...กำลังเดินเคียงข้างกันกลับเข้ามาในแสงสีของงานเทศกาล
พวกเขาไม่ได้สนทนา...ไม่ได้แตะต้องกัน...แต่การที่คนทั้งสองปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันจากสถานที่อันเงียบสงบเช่นนั้น มันมีพลังมากกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
สายตานับสิบคู่จับจ้องไปยังภาพที่น่าเหลือเชื่อนั้นทันที และปฏิกิริยาของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป...
ณ ที่พำนักของตระกูลซ่ง...
ฮูหยินใหญ่หลิวซูเม่ย: มือที่กำลังจะยกถ้วยชาขึ้นจิบของนางแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสับสน...บุตรสาวที่ขี้อายและเก็บตัวของนาง...ไปอยู่กับมหาเสนาบดีผู้สูงส่งได้อย่างไร?
อนุรองจ้าวเหมยหลิน: พัดในมือของนางหยุดโบกทันที ดวงตาหงส์หรี่ลง...เปลวไฟแห่งความอิจฉาริษยาที่รุนแรงลุกโชนขึ้นมา ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่นางเคยมองว่าเป็นเพียง "ของมีตำหนิ" ที่ถูกยกเลิกงานแต่งงาน...บัดนี้กลับไปอยู่เคียงข้างบุรุษที่สตรีทั่วทั้งแคว้นหมายปอง!
ซ่งจื่อเหวิน (คุณชายใหญ่): รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองของบัณฑิตจอมวางแผนกำลังปั่นป่วน 'เป็นไปได้อย่างไร? นางไปทำอะไร? นี่คือแผนการอะไรของนางกันแน่?' เขามองน้องสาวของตนอีกครั้ง...และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตนเอง...อาจจะประเมินนางต่ำเกินไป
ซ่งจื่อหาว (คุณชายรอง): เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจและไม่พอใจอย่างยิ่ง
ณ ศาลากลางน้ำของเหล่าเชื้อพระวงศ์...
องค์ชายรอง เย่เฟิงหยาง: เขามองภาพนั้นด้วยสายตาของนักการเมือง ก่อนจะหันไปกระซิบกับขันทีคนสนิท "น่าสนใจ...เฟิงเฉินหนานที่ไม่เคยสนใจสตรีใด...กลับไปเดินเล่นกับคุณหนูสามตระกูลซ่ง...สืบเรื่องนางมาให้ข้าอย่างละเอียด"
องค์ชายสาม เย่เหวินเจี๋ย: เขาหยุดดีดพิณในมือ ดวงตาที่เคยเรียบเฉยทอประกายสนเท่ห์ขึ้นมา...สตรีที่ดูสงบนิ่งราวกับภาพวาดคนนั้น...ดูเหมือนจะซ่อนความลับที่น่าสนใจไว้มากกว่าที่เห็น
ณ กลุ่มของคุณหนูตระกูลขุนนาง...
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง!
"นั่นมันคุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ใช่รึ? นาง...นางไปสนิทกับท่านมหาเสนาบดีได้อย่างไรกัน!?"
"ข้าได้ยินว่านางเพิ่งถูกยกเลิกงานแต่ง...ช่างน่าอัศจรรย์นักที่สามารถดึงดูดสายตาของท่านเฟิงได้!"
ทุกสายตาที่มองไปยังซ่งหว่านเอ๋อร์ บัดนี้ไม่ได้มีเพียงความสงสาร...แต่แฝงไว้ด้วยความอิจฉาริษยาและการประเมินค่าใหม่
เฟิงเฉินหนานและซ่งหว่านเอ๋อร์เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของตระกูลซ่ง
"ฮูหยินซ่ง" เฟิงเฉินหนานโค้งคำนับให้หลิวซูเม่ยเล็กน้อยตามมารยาท "ข้าบังเอิญพบคุณหนูสามกำลังเดินเล่นรับลมอยู่พอดี จึงได้เดินมาส่ง"
คำอธิบายที่ดูเรียบง่ายและสมเหตุสมผล...แต่ไม่มีใครในที่นั้นเชื่อเลยแม้แต่คนเดียว
"ขอบคุณท่านมหาเสนาบดีที่กรุณาเจ้าค่ะ" ซ่งหว่านเอ๋อร์ยอบกายลงอย่างงดงาม
เฟิงเฉินหนานส่งสายตาที่แฝงความนัยลึกซึ้งให้นางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขอตัวและเดินจากไปอย่างสง่างาม
ซ่งหว่านเอ๋อร์กลับมานั่งลงที่ของตนเอง...ความเงียบที่โต๊ะนั้นดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง ทุกคนต่างจ้องมองมาที่นาง แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
นางเพียงแค่ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างสงบ...ไม่สนใจสายตาเหล่านั้นแม้แต่น้อย
'นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการสินะ...เฟิงเฉินหนาน...' นางคิดในใจ '...การประกาศให้ทุกคนรู้ว่าข้าอยู่ในสายตาของท่าน...เป็นการปกป้อง...หรือเป็นการตีตราข้าให้เป็นเป้าสายตาของศัตรูทุกฝ่ายกันแน่?'
นางเหลือบมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและอิจฉาของคนในครอบครัว นางก็สะใจดีอยู่ที่เห็นคนกำลังเดือดเพราะอิจฉา แต่อีกใจนางเก็บบัญชีนี้ไว้คิดที่หลังกับการโยนเผือกร้อนๆมาให้นาง
◆ ─── ◆