ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 โรงพนันพยัคฆ์ทอง
ซ่งหว่านเอ๋อร์กลับมาถึงห้องพักในโรงเตี๊ยมอย่างเงียบเชียบดุจเงาไร้ตัวตน ชิงเหลียนยังคงหลับสนิทอยู่บนตั่งยาว นางไม่ได้ปลุกสาวใช้คนสนิท แต่กลับเดินไปที่โต๊ะและจุดตะเกียงให้สว่างขึ้นเล็กน้อย
นางนำถุงสมุนไพรและขวดยาพิษที่เพิ่ง "ได้" มาจากสามพี่น้องตระกูลเฮ่วางลงบนโต๊ะ และเริ่มตรวจสอบของที่ได้มาอย่างละเอียด
‘ผงเจ็ดราตรี...ใช้พิษแมงมุมเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา...ฉลาด...แต่ยังขาดความเสถียร’
‘หญ้าเกล็ดมังกร...รากโลหิต...ล้วนเป็นของดีที่หายาก’
นางประเมินในใจ พลางแยกแยะทรัพยากรใหม่ของนางอย่างเป็นระบบ จากนั้นนางก็เขียนจดหมายสั้นๆ อีกฉบับหนึ่งด้วยรหัสลับ ก่อนจะแอบย่องออกจากห้องไปอีกครั้ง เพื่อนำมันไปทิ้งไว้ในจุดนัดพบที่ได้บอกกับเฮ่อป้าเทียนไว้...มันคือคำสั่งฉบับต่อไป
"เป้าหมายต่อไป: งานประมูลยุทธภพ...ข้าต้องการรายชื่อของสำคัญทุกชิ้นที่จะขึ้นประมูล โดยเฉพาะ 'เถาวัลย์พิษพันปี'...และที่สำคัญที่สุด...จับตาดูความเคลื่อนไหวและกำลังทรัพย์ของหุบเขาหมื่นพิษและตระกูลถัง"
เมื่อจัดการเรื่องของ "อสรพิษ" เรียบร้อยแล้ว นางก็กลับมาที่ห้องและนั่งโคจรลมปราณเพื่อพักผ่อน
เวลาผ่านไปจนเกือบจะรุ่งสาง...เสียงเคาะประตูที่เป็นรหัสลับก็ดังขึ้นเบาๆ
ซ่งหว่านเอ๋อร์ลืมตาขึ้น "เข้ามา"
อาเฟยเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบกริบ เขาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มรายงานผลการสืบสวนที่นางมอบหมายให้เมื่อสองวันก่อนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“เรียนคุณหนู บ่าวได้ข้อมูลของ 'ร้านร้อยสิ่งสารพัด' มาทั้งหมดแล้วขอรับ”
“หนึ่ง เจ้าของร้านชื่อเหลียงคัง เป็นคนท้องถิ่น ภรรยาของเขาป่วยเรื้อรังต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก ทำให้เขาไปพัวพันกับการพนันและติดหนี้ก้อนใหญ่กับโรงพนันพยัคฆ์ทอง...จุดอ่อนที่สุดของเขาคือบุตรสาววัยเจ็ดขวบขอรับ”
“สอง สถานะของร้าน โฉนดที่ดินเป็นของเขาเอง แต่ถูกนำไปค้ำประกันหนี้ไว้กับโรงพนันแล้ว ใบอนุญาตค้าขายถูกต้อง สามารถขายอาวุธและยาได้จริง แต่เป็นเพียงระดับทั่วไป”
“สาม ทรัพย์สิน ในร้านไม่มีของล้ำค่า เป็นเพียงของธรรมดาทั่วไป แต่ทำเลที่ตั้งแม้จะอับไปหน่อย แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากย่านการค้าหลัก สามารถพัฒนาได้ขอรับ”
ซ่งหว่านเอ๋อร์รับฟังรายงานทั้งหมดโดยไม่ขัดจังหวะ ข้อมูลที่อาเฟยนำมาให้นั้นสมบูรณ์แบบและตรงตามที่นางต้องการทุกอย่าง...นางมีไพ่ทุกใบอยู่ในมือที่จะเข้าควบคุมร้านนั้นแล้ว
นางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมาก...อาเฟย...พรุ่งนี้เช้า...เจ้าจงไปที่โรงพนันพยัคฆ์ทอง”
“ขอรับ?” อาเฟยมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย
“บอกพวกเขาว่ามีคนต้องการจะ ซื้อหนี้ทั้งหมดของเหลียงคัง...และซื้อโฉนดร้านร้อยสิ่งสารพัดต่อในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินสองส่วน”
นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่สุด
“ทำทุกอย่างในนามของ...'หอพันปัญญา' จากเมืองหลวง”
อาเฟยเบิกตากว้างอย่างตกใจ...เขาไม่คิดว่าร้านค้าที่เพิ่งจะเริ่มตั้งไข่ในเมืองหลวงจะมีอำนาจทางการเงินมากพอที่จะมาซื้อกิจการในเมืองชิงซีได้! แต่เขาก็ไม่ได้ซักถามอะไรอีก “บ่าว...รับทราบคำสั่งขอรับ!”
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองอาเฟยที่จากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไม่เห็น
การใช้ชื่อของ "หอพันปัญญา" ที่มีสวี่จือเหยียนเป็นฉากหน้า คือการสร้างตัวตนทางธุรกิจที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบได้...
นางกำลังเริ่มถักทอตาข่ายของนาง...ตาข่ายที่จะเชื่อมโยงเมืองหลวงและเมืองชิงซีเข้าไว้ด้วยกัน...ตาข่ายที่จะครอบคลุมทั้งการค้า...ข่าวสาร...และเงามืด
เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังทบทวนข้อมูลยาพิษต่างๆ ที่ได้มาอย่างใจเย็นอยู่ในห้องพัก อาเฟยก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวบ้านที่ดูสะอาดสะอ้านแต่ไม่สะดุดตา และมุ่งหน้าออกจากโรงเตี๊ยมไปตามลำพัง
เป้าหมายของเขาคือ "โรงพนันพยัคฆ์ทอง" ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงโรงพนันธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในกิจการสำคัญที่อยู่ภายใต้การดูแลของ "หอการค้าพยัคฆ์ทองคำ" หนึ่งในสิบสำนักใหญ่ฝ่ายอธรรม
อาเฟยเดินผ่านประตูที่มียอดฝีมือร่างใหญ่สองคนยืนคุมอยู่เข้าไปด้านในอย่างไม่ลังเล บรรยากาศภายในโอ่อ่าและเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องจากการพนัน แต่เขากลับไม่ได้สนใจโต๊ะพนันเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปหาชายผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าผู้คุมและเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“ข้าต้องการพบผู้จัดการของที่นี่”
ชายผู้นั้นมองอาเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน แต่เมื่อเห็นว่าอาเฟยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาก็พยักหน้าและนำทางไปยังห้องส่วนตัวที่ชั้นบน
ภายในห้อง ชายวัยกลางคนร่างท้วมที่รู้จักกันในนาม เปาก่วนซื่อ (ผู้ดูแลเปา) กำลังนั่งนับบัญชีอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองอาเฟยด้วยรอยยิ้มของนักธุรกิจ “มีธุระอันใดรึ? ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาจะมาเดินเล่นนะ”
อาเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง “ข้ามาเรื่องหนี้สินของเหลียงคัง เจ้าของร้านร้อยสิ่งสารพัด”
รอยยิ้มของผู้ดูแลเปาหุบลงเล็กน้อย แววตาฉายความสนใจขึ้นมา “โอ้? แล้วอย่างไร?”
“นายท่านของข้าต้องการจะชำระหนี้ทั้งหมดของเขา...” อาเฟยกล่าวอย่างใจเย็น “และต้องการจะซื้อโฉนดร้านที่พวกท่านยึดไว้เป็นของประกัน...ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมินสองส่วน”
ผู้ดูแลเปาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ข้อเสนอนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง “นายท่านของเจ้ารึ? เขาเป็นใครกัน?”
“นายท่านของข้าคือเจ้าของ 'หอพันปัญญา' จากเมืองหลวง”
ชื่อของ “หอพันปัญญา” ทำให้สีหน้าของผู้ดูแลเปาเปลี่ยนไปในทันที ในฐานะที่หอการค้าพยัคฆ์ทองคำก็มีเครือข่ายอยู่ในเมืองหลวงเช่นกัน มีหรือที่เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อร้านค้าแห่งใหม่ที่กำลังสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในหมู่ปัญญาชนและขุนนาง จากท่าทีดูแคลนในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเท่าเทียมทางธุรกิจในทันที
“รออยู่ตรงนี้” เขากล่าวสั้นๆ ก่อนจะลุกออกไปจากห้อง
อาเฟยยืนนิ่งอยู่กลางห้องอย่างสงบ สายตาของเขากวาดสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็วเพื่อจดจำรายละเอียด...นี่คือนิสัยที่ถูกฝึกฝนมา
ไม่นานนัก ผู้ดูแลเปาก็กลับเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม “ตกลง...หอการค้าพยัคฆ์ทองคำของเรายินดีทำธุรกิจกับหอพันปัญญา”
การซื้อขายและโอนเปลี่ยนหนี้สินรวมถึงโฉนดที่ดินเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว อาเฟยเดินออกจากโรงพนันพยัคฆ์ทองพร้อมกับเอกสารสำคัญสองฉบับในอกเสื้อ...ภารกิจของเขาสำเร็จลุล่วงแล้ว
เขากลับมารายงานต่อซ่งหว่านเอ๋อร์ที่ห้องพัก พร้อมกับยื่นโฉนดที่ดินและเอกสารปลดหนี้ให้แก่นาง
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ...ตามที่คุณหนูสั่ง”
ซ่งหว่านเอ๋อร์รับโฉนดที่ดินของร้านร้อยสิ่งสารพัดมาดูอย่างพึงพอใจ นี่คือหลักฐานชิ้นแรก...ที่ดินผืนแรกที่เป็นของนางอย่างสมบูรณ์ในเมืองชิงซีแห่งนี้
สำเร็จไปอีกขั้น...ตอนนี้ข้ามีฐานที่มั่นที่ถูกกฎหมายแล้ว...ขั้นต่อไปคือการปรับปรุงและบรรจุคนของข้าเข้าไป...
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับอาเฟย
“ดีมาก อาเฟย...ภารกิจต่อไปของเจ้า...คือไปหาตัวเหลียงคัง...และ 'เชิญ' เขามาพบข้าที่นี่คืนนี้”
ราตรีนั้น ณ ห้องพักในโรงเตี๊ยมประตูมังกร
ซ่งหว่านเอ๋อร์นั่งจิบชาอย่างสงบอยู่กลางห้อง นางให้ชิงเหลียนไปพักผ่อนแล้ว บรรยากาศภายในห้องจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงตะเกียงที่ลุกไหม้เบาๆ
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูที่เป็นรหัสลับก็ดังขึ้น
“เข้ามา”
อาเฟยเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีท่าทางตื่นกลัวและสับสน เขาคือ เหลียงคัง อดีตเจ้าของร้านร้อยสิ่งสารพัดนั่นเอง
ทันทีที่เหลียงคังก้าวเข้ามาในห้องและเห็นเงาร่างของคุณหนูผู้สูงศักดิ์นั่งรออยู่ เขาก็รีบคุกเข่าและโขกศีรษะลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัว เขาคิดว่าตนเองกำลังจะถูกลงโทษจากเจ้าหนี้รายใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม
“ผู้น้อย...ผู้น้อยเหลียงคัง...คารวะนายท่านผู้มีพระคุณ!”
ซ่งหว่านเอ๋อร์ปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ลุกขึ้นเถิด ท่านเหลียง”
เหลียงคังเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง เขาเห็นเพียงสตรีสาวผู้สวมหมวกคลุมหน้า แต่กลับแผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด
นางผลักเอกสารสองฉบับบนโต๊ะให้เลื่อนไปตรงหน้าเขา
“หนี้สินทั้งหมดของท่านในโรงพนันพยัคฆ์ทองถูกชำระหมดแล้ว...และนี่คือโฉนดร้านของท่าน...ที่ตอนนี้เป็นของข้า”
ประโยคสุดท้ายนั้นทำให้ความหวังทั้งหมดของเหลียงคังพังทลายลง เขามองโฉนดที่ดินที่เคยเป็นของตนเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า...ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว
แต่แล้ว...เสียงที่เย็นชาก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“แต่ข้าไม่ได้ต้องการจะขับไล่ท่าน”
เหลียงคังเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างมีความหวัง
“ข้าต้องการผู้จัดการ...คนที่จะดูแลร้านใหม่ของข้าในเมืองชิงซี...คนที่มีความรู้เรื่องสินค้าและเส้นสายของผู้คนในเมืองนี้...คนอย่างท่าน” ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าว
นางยื่นข้อเสนอที่ทำให้เขาต้องตกตะลึง
“ท่านจะยังคงเป็น ‘เถ้าแก่เหลียง’ เจ้าของร้านในสายตาคนนอกเช่นเดิม ข้าจะให้เงินเดือนแก่ท่านอย่างงาม มากพอที่จะทำให้ครอบครัวของท่านอยู่อย่างสุขสบาย...และที่สำคัญ...”
นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “...ข้าจะออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ภรรยาของท่าน”
ข้อเสนอนี้...มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยฉุดเขาขึ้นมาจากนรก! ภรรยาที่ป่วยออดๆ แอดๆ และบุตรสาวตัวน้อยคือจุดอ่อนที่สุดในชีวิตของเขา และสตรีลึกลับผู้นี้ก็มองมันออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“ท่าน...ท่านต้องการอะไรจากข้า?” เขาถามเสียงสั่น
“ความภักดี” ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบสั้นๆ “เงื่อนไขมีเพียงข้อเดียว...จงภักดีต่อข้าแต่เพียงผู้เดียว...ทุกคำสั่งของข้าคือประกาศิต ห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามทรยศ...ทำได้หรือไม่?”
เหลียงคังไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาทรุดตัวลงโขกศีรษะกับพื้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความกลัว...แต่เป็นความสำนึกบุญคุณและความยอมจำนนอย่างแท้จริง
“ผู้น้อย...เหลียงคัง...ขอถวายชีวิตรับใช้นายหญิง!”
“ดี” ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “พรุ่งนี้...ปิดร้านหนึ่งวัน...โละสินค้าเก่าที่ไร้ค่าทิ้งให้หมด...และรอรับ 'พิมพ์เขียว' สำหรับสินค้าชุดใหม่จากข้า”
หลังจากที่เหลียงคังและอาเฟยจากไปแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็นั่งลงที่โต๊ะอีกครั้ง นางมองโฉนดที่ดินในมือด้วยสายตาที่เรียบเฉย
หมากตัวแรกในชิงซีถูกวางลงเรียบร้อยแล้ว...
ต่อจากนี้ไป...คือการเปลี่ยนร้านค้าที่ใกล้ตายให้กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินและรวบรวมข่าวสารที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด
◆ ─── ◆