พลิกชะตาสายลับข้ามภพ

ตอนที่ 24

ตอนที่ 24 บททดสอบแห่งหอลิขิตฟ้า

หลังจากที่จัดการเรื่องการเข้าซื้อกิจการร้านร้อยสิ่งสารพัดผ่านอาเฟยไปแล้ว วันต่อมาซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ตัดสินใจที่จะออกไปสำรวจเมืองชิงซีด้วยตนเอง นางต้องการทำความเข้าใจในภูมิประเทศและบรรยากาศของ "สนามรบ" แห่งใหม่นี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นางอยู่ในชุดนักเดินทางและสวมหมวกคลุมหน้าเช่นเคย โดยมีเพียงชิงเหลียนที่เดินตามมาห่างๆ นางไม่ได้มุ่งหน้าไปยังลานประลองที่อึกทึก แต่กลับเดินไปตามย่านการค้าและโรงน้ำชาต่างๆ เพื่อสังเกตการณ์และรวบรวมข้อมูลอย่างเงียบๆ

ขณะที่นางกำลังเดินผ่านโรงน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในย่านนั้น นางก็ได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชาวยุทธโต๊ะหนึ่งที่ดังลอดออกมาอย่างตื่นเต้น

“เจ้าเห็นหรือไม่! เมื่อครู่มีคนรับภารกิจระดับเงินจาก 'หอลิขิตฟ้า' ไป! ไม่รู้ว่ารางวัลจะเป็นแต้มเท่าไหร่กัน!”

“อย่าว่าแต่แต้มเลย แค่มีป้ายภาคีระดับเงินของหอฯ ก็ถือเป็นเกียรติอย่างสูงแล้ว! ส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ ก็คุ้มค่าเหนื่อยแล้ว!”

“จริงแท้! ป้ายทองแดงของข้ายังได้ลดราคาโรงเตี๊ยมประตูมังกรตั้งหนึ่งส่วนเชียวนะ!”

ซ่งหว่านเอ๋อร์หยุดฝีเท้าลงทันที

หอลิขิตฟ้า...องค์กรอิสระ...มีระบบภารกิจ...ระดับสมาชิก...และเครือข่ายร้านค้า?

ข้อมูลที่ไม่เคยมีอยู่ในตำราเล่มไหนทำให้นางสนใจขึ้นมาในทันที องค์กรที่มีระบบซับซ้อนและมีอิทธิพลต่อชาวยุทธในระดับนี้ คือตัวแปรสำคัญที่นางมองข้ามไปไม่ได้

นางเดินเข้าไปสอบถามเถ้าแก่โรงน้ำชาถึงที่ตั้งของหอลิขิตฟ้า ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางและมุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นทันที

เมื่อมาถึง นางก็พบว่ามันเป็นอาคารหินสีดำขนาดใหญ่ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความน่าเกรงขาม ที่นี่ไม่มีทหารยาม แต่ชาวยุทธทุกคนที่เดินเข้าออกกลับมีท่าทีที่สำรวมและให้เกียรติสถานที่อย่างยิ่ง

หลังจากสำรวจโถงหลักจนเข้าใจระบบการทำงานของมันแล้ว นางก็ตัดสินใจได้ในทันที

‘การจะเคลื่อนไหวในยุทธภพและเข้าถึงทรัพยากรที่ข้าต้องการได้โดยง่าย...การเป็นสมาชิกขององค์กรนี้คือทางลัดที่ดีที่สุด’

นางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ลงทะเบียน

“ข้าต้องการสมัครเป็นสมาชิกภาคีชาวยุทธ”

เจ้าหน้าที่หนุ่มเหลือบมองนางเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตามกฎระเบียบ “ผู้สมัครใหม่ทุกท่านต้องผ่านการทดสอบความสามารถพื้นฐานเสียก่อน เชิญทางนี้”

เขานำทางนางไปยังพื้นที่ทดสอบ ที่นั่นมีแท่นไม้สีดำทมิฬตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีแผ่นไม้หนาซึ่งถูกเจาะเป็นรูเล็กๆ เชื่อมต่อกันเป็นลวดลายที่ซับซ้อน ข้างกันนั้นมีเข็มเงินเล่มเล็กวางอยู่

“นี่คือบททดสอบ ‘ร้อยเข็มสกัดปราณ’ ใช้ลมปราณของท่านควบคุมเข็มเงินให้ลอยผ่านจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด โดยห้ามสัมผัสผนังไม้ด้านใน”

ขณะที่ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังจะเริ่มการทดสอบ กลุ่มของศิษย์สำนักกระบี่ชางหลานที่นำโดยหลินอี้ป๋อและเย่หงซวงก็บังเอิญเดินผ่านมาพอดี

เย่หงซวงเห็นนางในชุดนักเดินทางและหมวกคลุมหน้าก็เอ่ยขึ้นอย่างดูถูก

“ฮึ่ม ดูท่าทางอ่อนแอไร้แรงเช่นนั้นน่ะรึจะผ่านการทดสอบ? คงจะทำเข็มตกตั้งแต่สามลมหายใจแรกเป็นแน่!” นางกอดอก ยืนรอชมความล้มเหลวอย่างไม่ปิดบัง

ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น นางวางมือลงเหนือเข็มเงิน...รวบรวมลมปราณ...

ฟุ่บ!

เข็มเงินลอยขึ้นมาในอากาศอย่างนิ่งสนิท!

จากนั้น...เข็มเงินก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาสายหนึ่ง พุ่งเข้าไปในรูบนแผ่นไม้ด้วยความเร็วสูง! มันเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามเส้นทางอันซับซ้อนอย่างลื่นไหลและสมบูรณ์แบบ ไม่มีการลังเล ไม่มีการสั่นไหว!

ฟิ้ว!

เข็มเงินพุ่งออกจากรูทางออกและลอยมาหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ร่อนลงบนแท่นไม้เบื้องหน้าซ่งหว่านเอ๋อร์อย่างนุ่มนวล

ทั้งกระบวนการ...ใช้เวลาเพียงห้าลมหายใจ!

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ! เจ้าหน้าที่ผู้คุมการทดสอบอ้าปากค้าง เขารีบหันไปดูนาฬิกาทราย...ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยเสียงสั่นเทา

“ทะ...ทำลายสถิติ! ท่านทำลายสถิติของหอลิขิตฟ้า!”

ใบหน้าของเย่หงซวงซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความตกตะลึงและความอิจฉาริษยา ส่วนหลินอี้ป๋อนั้นเบิกตากว้าง...แววตาเต็มไปด้วยความทึ่งและความนับถืออย่างแท้จริง

เจ้าหน้าที่คนเดิมรีบวิ่งกลับมาพร้อมกับกล่องไม้ใบเล็ก เขายื่นส่งให้นางด้วยท่าทีที่นอบน้อมอย่างยิ่ง

“แม่นาง...ด้วยผลการทดสอบที่เหนือธรรมดาของท่าน...ทางหอฯ ขอมอบ ป้ายภาคีระดับเงิน ให้แก่ท่านเป็นกรณีพิเศษขอรับ!”

ซ่งหว่านเอ๋อร์รับป้ายเงินที่เย็นเฉียบมาถือไว้ นางเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันหลังและเดินจากไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน

ป้ายเงิน...นี่คือใบเบิกทางชั้นดี...ภารกิจและข้อมูลระดับสูงย่อมเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นางคิดในใจอย่างพึงพอใจ

หอลิขิตฟ้า...เจ้ามีประโยชน์กว่าที่ข้าคิดไว้มาก

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ประกาศผลการทดสอบและระดับของป้ายภาคี เสียงฮือฮาด้วยความไม่อยากจะเชื่อก็ดังกระหึ่มขึ้นทั่วทั้งบริเวณ

“ป้ายเงิน! ข้าตาฝาดไปหรือไม่! นางได้ป้ายเงินตั้งแต่แรกเข้าเลย!”

“เจ้าจะบ้าหรือ! เป็นไปได้อย่างไร! ปกติแล้วต้องเริ่มจากป้ายทองแดง...แล้วต้องสะสมภารกิจให้ครบ ห้าหมื่นแต้ม ถึงจะเลื่อนเป็นระดับเงินได้!” ชายอีกคนแย้งขึ้นมาเสียงดัง เขาเป็นภาคีระดับทองแดงและรู้กฎเกณฑ์เป็นอย่างดี

“ห้าหมื่นแต้ม! ภารกิจระดับทองแดงที่ข้าทำได้แค่ห้าสิบแต้ม! ต่อให้เป็นภารกิจระดับเงินที่เสี่ยงตาย อย่างมากก็ได้แค่ห้าร้อยแต้ม...นี่มันต้องใช้เวลากี่ปีกัน!?”

“แสดงว่าฝีมือการควบคุมลมปราณของนางเมื่อครู่...ล้ำค่าถึงขนาดนั้นเชียวรึ!”

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ซ่งหว่านเอ๋อร์ราวกับนางเป็นตัวประหลาด แต่สตรีผู้เป็นศูนย์กลางของความสนใจกลับไม่มีท่าทียินดียินร้ายใดๆ นางรับป้ายเงินมาเก็บไว้อย่างเงียบๆ

เจ้าหน้าที่หนุ่มที่มอบป้ายให้นางมีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาโค้งคำนับให้นางอย่างนอบน้อมที่สุด

“แม่นาง...ข้าน้อยมีนามว่า ซ่งจือหลู เป็นเจ้าหน้าที่แนะนำของหอฯ แห่งนี้” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร “เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกพิเศษคนแรกที่ได้รับป้ายเงินทันที ข้าขอบังอาจอาสาเป็นผู้แนะนำท่านชมหอลิขิตฟ้าและอธิบายกฎเกณฑ์ต่างๆ ด้วยตนเองขอรับ...ในประวัติศาสตร์ของหอลิขิตฟ้า...ท่านคือคนแรกจริงๆ ขอรับ”

ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับเบาๆ เป็นการตอบตกลง นางไม่ได้สนใจคำเยินยอหรือการเป็น "คนแรก" อะไรนั่นแม้แต่น้อย สิ่งที่นางต้องการคือข้อมูล

ซ่งจือหลูเริ่มนำทางนางเดินชมไปตามโถงกว้างที่แบ่งเป็นแผนกต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้อธิบายถึงประวัติอันยิ่งใหญ่ของหอฯ นางเอกก็เอ่ยถามขึ้นมาตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

“ภารกิจแบ่งระดับอย่างไร? รับและส่งมอบภารกิจที่ไหน?”

ซ่งจือหลูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบอย่างคล่องแคล่ว “ขอรับ! ภารกิจจะแบ่งตามระดับความยาก ซึ่งจะสอดคล้องกับระดับป้ายภาคี...ทองแดง, เงิน, และทองคำขอรับ สมาชิกระดับเงินเช่นท่านสามารถรับภารกิจได้ทั้งระดับทองแดงและเงิน ที่กระดานภารกิจทางด้านโน้น”

“มีกฎข้อห้ามอะไรที่สำคัญบ้าง? การล้มเหลวมีบทลงโทษอย่างไร?” นางถามต่อ ไม่ปล่อยให้เขาได้หยุดพัก

“กฎที่สำคัญที่สุดคือห้ามต่อสู้กันภายในอาณาเขตของหอฯ ขอรับ ส่วนการล้มเหลวในภารกิจจะถูกหักแต้มตามระดับความยาก แต่หากเป็นการทรยศต่อผู้ว่าจ้าง...โทษคือความตายสถานเดียว”

“ของแลกเปลี่ยนสำหรับสมาชิกระดับเงิน มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ?”

ซ่งจือหลูรู้สึกทึ่งในความตรงไปตรงมาและมุ่งเน้นของนางยิ่งนัก นางไม่สนใจเรื่องไร้สาระเลยแม้แต่น้อย “มีขอรับ สมาชิกระดับเงินจะสามารถเข้าถึง 'บัญชีของล้ำค่า' ได้ ซึ่งมีรายชื่อสมุนไพรและอาวุธระดับสูงที่ภาคีระดับทองแดงไม่มีสิทธิ์แลกเปลี่ยนขอรับ”

เขาพานางเดินมาจนถึง "กระดานภารกิจระดับเงิน" ซึ่งมีคนมุงดูบางตากว่ากระดานทองแดงมากนัก เพราะภารกิจแต่ละอย่างล้วนอันตรายและต้องการฝีมือที่แท้จริง

“นี่คือกระดานภารกิจระดับเงินขอรับ...ภารกิจส่วนใหญ่จะอันตรายกว่า แต่รางวัลก็สูงกว่ามาก”

สายตาของซ่งหว่านเอ๋อร์กวาดมองป้ายภารกิจต่างๆ อย่างรวดเร็ว...คุ้มกันขบวนสินค้า...ตามล่าสัตว์ร้าย...ลอบสังหารหัวหน้าโจร...นางไม่ได้สนใจภารกิจเหล่านั้น แต่สายตาของนางไปหยุดอยู่ที่ป้ายไม้แผ่นหนึ่ง

"ภารกิจสืบสวน: สำรวจหาต้นตอของ 'โรคประหลาด' ที่แพร่ระบาดในหมู่คนงานเหมืองแร่ใกล้เมืองชิงซี...ต้องการผู้ที่มีความรู้ด้านโอสถและการแพทย์...รางวัล: 800 แต้ม"

ซ่งหว่านเอ๋อร์หรี่ตาลง

ภารกิจระดับเงิน...ไม่เพียงแต่จะให้แต้มและเงินทุน...แต่ยังเป็น 'ข้ออ้าง' ที่สมบูรณ์แบบ...สำหรับการเดินทางและการกระทำของข้าในอนาคต

◆ ─── ◆

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์