ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 บทเรียน
เมื่อกลับมาถึงห้องใต้ดินอันเป็นฐานที่มั่นลับของร้านร้อยสิ่งสารพัด บรรยากาศก็พลันเต็มไปด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด พี่น้องสามอสรพิษยืนก้มหน้าอยู่เบื้องหน้าซ่งหว่านเอ๋อร์ ไม่มีใครกล้าสบตานางโดยตรง
เฮ่อป้าเทียนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะวางกล่องไม้จันทน์ขนาดเล็กที่ภายในบรรจุโอสถล้ำค่าลงบนโต๊ะอย่างนอบน้อม "นายหญิง...ภารกิจ...สำเร็จลุล่วงแล้วขอรับ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ปรายตามองกล่องนั้นแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้แสดงความยินดีออกมา นางกลับจ้องมองพวกเขาทั้งสามคนด้วยสายตาที่เย็นชา "พวกเจ้าทำภารกิจสำเร็จ...แต่ก็เกือบจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และเกือบต้องตายทั้งหมด"
คำพูดที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของทั้งสามแดงก่ำด้วยความอัปยศ
"ตอนนี้พวกเจ้าเข้าใจแล้วรึยัง...ว่าเหตุใดข้าจึงห้ามไม่ให้พวกเจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับหุบเขาหมื่นพิษและตระกูลถังตั้งแต่แรก?" นางเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ข้าไม่ได้ใช้อำนาจเพื่อกดขี่หรือแกล้งพวกเจ้า...แต่ข้ากำลังช่วยชีวิตพวกเจ้าอยู่" น้ำเสียงของนางแทงใจดำราวกับคมมีด "ขนาดแค่คฤหาสน์ของคหบดีการค้า ยังทำให้พวกเจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วถ้าเป็นรังของปรมาจารย์ด้านยาพิษที่แท้จริงเล่า? พวกเจ้าคงกลายเป็นศพไปแล้วโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายได้อย่างไร"
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ออกมาจากปากของพวกเขา...เพราะทุกคำพูดของนางคือความจริงที่โหดร้าย
เมื่อเห็นว่าบทเรียนได้ซึมลึกลงไปในใจของพวกเขาแล้ว ทันใดนั้นน้ำเสียงของซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไป...ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่ทรงพลัง
"แต่จงจำไว้...นั่นคือพวกเจ้าในวันนี้...ไม่ใช่ในวันข้างหน้า"
ทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างประหลาดใจ
"ฝึกฝน...เรียนรู้...และจงแข็งแกร่งขึ้นภายใต้การนำของข้า" นางกล่าวด้วยแววตาที่เปล่งประกายอย่างน่าเกรงขาม "แล้วข้ารับรอง...ว่าในวันข้างหน้า สองสำนักใหญ่นั่นเมื่อได้ยินชื่อของ 'สามอสรพิษ'...จะต้องหวาดเกรง!"
คำประกาศนั้นปลุกไฟแห่งความหวังขึ้นในใจที่มอดไหม้ของสามพี่น้องอีกครั้ง!
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันมาสนใจ "รางวัล" ที่วางอยู่บนโต๊ะ นางเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นเม็ดยาสีทองอ่อนสามเม็ดที่ส่งกลิ่นหอมบริสุทธิ์ออกมา
นางไม่ได้ชื่นชมมันนานนัก แต่กลับหยิบ "เครื่องมือ" ของนางออกมา...ขวดแก้วใส, แท่งคน, และผงเคมีสีต่างๆ ที่คนในยุคนี้ไม่มีวันเข้าใจ นางบรรจงขูดผงยาจากโอสถเม็ดหนึ่งออกมาเพียงเล็กน้อย และเริ่มทำการวิเคราะห์แยกแยะส่วนผสมอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
นางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นสมุนไพรชนิดหนึ่ง "กลิ่นนี้...'หญ้าเกล็ดมังกร' ใช่หรือไม่?"
"ขอรับนายหญิง!" เฮ่อป้าเทียนตอบอย่างตกตะลึง...นางรู้ได้อย่างไรจากการดมเพียงครั้งเดียว!?
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับและทำการวิเคราะห์ต่อไป...เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป นางก็วางเครื่องมือลงพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
"น่าสนใจ...ใช้ 'รากโลหิต' เป็นตัวประสาน...แต่โครงสร้างพื้นฐานยังหยาบกระด้างนัก...ข้าทำของที่ดีกว่านี้ได้"
คำพูดที่ดูแคลนโอสถในตำนานนั้นทำให้สามพี่น้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
แต่แล้ว...ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ทำในสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องช็อกยิ่งกว่า...นางปิดฝากล่องแล้วเลื่อนมันกลับไปตรงหน้าพวกเขา
"นายหญิง...นี่..." เฮ่อป้าเทียนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
"ของสิ่งนี้...ข้าไม่ได้ต้องการตัวยา...ข้าต้องการแค่ 'ความรู้' จากมัน" นางอธิบายอย่างใจเย็น "บัดนี้ข้ารู้สูตรของมันแล้ว มันก็ไม่มีค่าสำหรับข้าอีกต่อไป"
นางสบตากับพวกเขาทั้งสามคน "เก็บไว้คนละเม็ด...ใช้ในยามฉุกเฉินที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายเท่านั้น ถือเป็นรางวัลสำหรับภารกิจในครั้งนี้"
พี่น้องสามอสรพิษยืนนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหิน! พวกเขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย! สตรีผู้นี้...สั่งให้พวกเขาไปเสี่ยงตายชิงของล้ำค่าที่ประมูลมาในราคาสูงถึงหนึ่งแสนตำลึงทอง...เพียงเพื่อจะนำมา "จับๆ ดูๆ" อยู่ครู่หนึ่ง...แล้วก็ยกให้พวกเขาง่ายๆ อย่างไม่ไยดี!
ความคิดของนาง...การกระทำของนาง...มันอยู่เหนือความเข้าใจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง!
ความหวาดกลัวที่เคยมีต่อยาพิษ...บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยความยำเกรงอันลึกซึ้งที่มาจากใจจริง...พวกเขาไม่ได้กำลังรับใช้แค่นายหญิงผู้เก่งกาจ...แต่กำลังรับใช้ปีศาจที่มองไม่เห็นคุณค่าของสมบัติใดๆ ในใต้หล้า...และนั่น...คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ข่าวการโจรกรรมสะเทือนขวัญได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองชิงซีในเช้าวันรุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟป่า!
คฤหาสน์ของคหบดีหวังถูกปิดล้อมโดยกองกำลังทหารของเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เจ้าเมืองเหลยเป้า เดินกระทืบเท้าไปมาด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำ การเกิดคดีอุกฉกรรจ์เช่นนี้ในช่วงที่จัดงานชุมนุมชาวยุทธ ถือเป็นการตบหน้าเขาอย่างรุนแรง
มือปราบเถี่ย หัวหน้ากองปราบฝีมือดีที่สุดของเมือง กำลังรายงานผลการสืบสวนเบื้องต้นด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด "เรียนท่านเจ้าเมือง...คนร้ายเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ องครักษ์ทั้งหมดถูกทำให้สลบด้วยยาสลบชนิดผง ไม่มีการนองเลือดแม้แต่หยดเดียว...และของที่หายไปมีเพียงชิ้นเดียว...คือกล่องที่บรรจุ 'ยาแก้พิษพันแปด' ที่เพิ่งประมูลมาเมื่อคืนก่อนขอรับ"
เจ้าเมืองเหลยเป้ากุมขมับ...โจรที่ต้องการเพียงของล้ำค่าชิ้นเดียวและลงมือได้อย่างหมดจดเช่นนี้...ไม่ใช่โจรธรรมดาแน่
ข่าวใหญ่โตนี้แน่นอนว่าต้องไปถึงหูของผู้มีอำนาจสูงสุดในเมืองชิงซีเช่นกัน...
..ณ หอลิขิตฟ้า ชั้นบนสุด...
เฟิงเฉินหนานในชุดลำลองสีอ่อนกำลังนั่งพิจารณากระดานหมากล้อมตรงหน้าอย่างสงบ แต่ในแววตากลับแฝงไว้ด้วยความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง หม่าหลง เพิ่งจะรายงานข่าวการโจรกรรมที่คฤหาสน์คหบดีหวังให้เขาทราบจบไป
"นายท่านคิดว่าเป็นฝีมือของผู้ใดขอรับ?" หม่าหลงเอ่ยถาม "ผู้ใดกันที่กล้าหาญและมีฝีมือพอที่จะลงมือเช่นนี้ได้?"
เฟิงเฉินหนานส่ายหน้าช้าๆ "ยากจะคาดเดา...อาจจะเป็นคู่แข่งของตระกูลถัง หรืออาจจะเป็นพวกหุบเขาหมื่นพิษที่ต้องการนำโอสถไปศึกษา...แต่รูปแบบการลงมือมันดู...สะอาดเกินไป"
ในจังหวะที่เขากำลังวิเคราะห์อยู่นั่นเอง หม่าหลัว ก็เดินเข้ามารในห้องอย่างรวดเร็ว
"นายท่าน!"
"มีเรื่องอะไร?"
"แม่นางไป๋ฉิงเซียง...เพิ่งมารับภารกิจใหม่เมื่อครู่นี้ขอรับ!"
แววตาของเฟิงเฉินหนานพลันฉายประกายคมปลาบขึ้นมาทันที "ว่ามา"
"นาง...นางรับไปสองภารกิจใหญ่ในคราวเดียวขอรับ" หม่าหลัวรายงานด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือความประหลาดใจ "ทั้งสองภารกิจเป็นภารกิจปราบโจรภูเขา...คือกลุ่มโจรเขี้ยวหมาป่าที่เขาหลางซาน และกลุ่มโจรเหยี่ยวดำที่ผาอินทรีดำ...ทั้งสองแห่งอยู่ห่างจากเมืองไปราวหกสิบกว่าลี้ แต่ตั้งอยู่คนละทิศทางกัน...และแต่ละภารกิจให้รางวัลเงินสด ห้าร้อยตำลึงทอง"
หลังจากที่หม่าหลัวรายงานเรื่องที่ไป๋ฉิงเซียงรับภารกิจใหม่อย่างละเอียดแล้ว ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ
"ปราบโจร?" หม่าหลงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสน "แปลกประหลาดนัก...สตรีที่เชี่ยวชาญการสืบสวนและการใช้พิษดังที่ท่านเคยประมือมา...เหตุใดจึงไปรับภารกิจที่ต้องใช้กำลังเข้าปะทะซึ่งๆ หน้าเช่นนั้น? แถมยังรับสองแห่งที่อยู่คนละทิศทางในเวลาเดียวกันอีก...มันไม่สมเหตุสมผลเลยขอรับ"
เฟิงเฉินหนานไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงยืนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับนึกย้อนไปถึงคมมีดเย็นเยียบที่จ่ออยู่บนลำคอของตนเองในคืนนั้น...เขานึกถึงจิตสังหารอันบริสุทธิ์ที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกวินาที...ก่อนที่มันจะหายไปอย่างกะทันหัน
นางเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาแล้ว...และนางก็มีโอกาสสังหารเขาอย่างสมบูรณ์แบบ...แต่นางกลับเลือกที่จะไว้ชีวิตเขา
"นายท่าน...จะให้พวกเราทำอย่างไรต่อไปขอรับ? จะให้ส่งคนตามไปประกบหรือไม่?" หม่าหลัวเอ่ยถาม
เฟิงเฉินหนานถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมามองคนสนิททั้งสองของเขา แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความต้องการจะค้นหาความจริง บัดนี้กลับฉายแววซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
"ปล่อยนางไป"
คำสั่งสั้นๆ นั้นทำให้หม่าหลงและหม่าหลัวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "แต่ว่านายท่าน! นางน่าสงสัยอย่างยิ่ง..."
"นางไว้ชีวิตข้า...นั่นคือการส่งสารอย่างหนึ่ง" เฟิงเฉินหนานกล่าวเสียงเรียบ เขายอมรับความพ่ายแพ้ของตนเองต่อหน้าลูกน้องเป็นครั้งแรก "ข้าเป็นหนี้นางหนึ่งชีวิต...ตราบใดที่การกระทำของนางยังไม่เป็นภัยต่อแคว้นเยว่...และไม่ล้ำเส้นของข้า...ก็ให้จับตาดูอยู่ห่างๆ อย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก"
เขาหันกลับไปมองกระดานหมากล้อมที่ยังคงค้างอยู่บนโต๊ะ
ไป๋ฉิงเซียง...เจ้าต้องการอะไรกันแน่...การไว้ชีวิตข้า...กับการรับภารกิจปราบโจร...เจ้ากำลังจะเดินหมากอะไรต่อไปบนกระดานนี้?
เป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่เขาเจอกับคู่ต่อสู้ที่เขาไม่สามารถอ่านเกมของนางออกได้เลย...และเป็นครั้งแรก...ที่เขารู้สึกว่าการ "ปล่อยไป" อาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าการ "รุกไล่"
◆ ─── ◆