ตอนที่ 36
ตอนที่ 36 รังโจรเขี้ยวหมาป่า
การเดินทางจากเมืองชิงซีใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม ในที่สุดรถม้าที่อาเฟยขับมาส่งก็จอดลงที่ทางแยกแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากหมู่บ้านเป้าหมายราวสองลี้ ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงในชุดนักเดินทางทะมัดทะแมงลงจากรถม้า
"ท่านเดินทางกลับไปได้เลยอาเฟย" ซ่งหว่านเอ๋อร์สั่งการ "ดูแลร้านและประสานงานตามแผนเดิม"
"ขอรับนายหญิง โปรดระวังตัวด้วย" อาเฟยโค้งคำนับก่อนจะขับรถม้ากลับไป ทิ้งคนทั้งสองไว้เบื้องหน้าเส้นทางที่ทอดสู่ความอันตราย
ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงเดินเท้าเข้าสู่หมู่บ้านเฟิงซี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับ "เขาหลางซาน" ที่สุด และเป็นหมู่บ้านที่เพิ่งถูก "กลุ่มโจรเขี้ยวหมาป่า" บุกปล้นเมื่อไม่กี่วันก่อน
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือความหดหู่และสิ้นหวัง ประตูบ้านหลายหลังพังเสียหาย บางหลังมีร่องรอยถูกไฟไหม้ ชาวบ้านที่เดินสวนไปมาล้วนมีแววตาที่หวาดกลัวและเศร้าสร้อย บรรยากาศแห่งความตายลอยอบอวลไปทั่ว
แต่ที่น่าแปลกใจคือ...ท่ามกลางความเสียหายนั้น กลับมีกองกำลังทหารในเครื่องแบบของทางการกว่าสองร้อยนายกำลังเดินตรวจตราไปมาอย่างแข็งขัน
เฮ่อเฟิงขมวดคิ้ว "มีทหารทางการมาดูแลแล้ว...เช่นนี้ก็ดี พวกเราจะได้ทำงานง่ายขึ้น"
ซ่งหว่านเอ๋อร์แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
'ทหารสองร้อยนาย...กำลังพลมากพอที่จะบดขยี้โจรกลุ่มเล็กๆ ได้สบายๆ...แต่กลับมาเดินตรวจตราความปลอดภัยในหมู่บ้านที่ถูกปล้นไปแล้ว' นางคิดในใจอย่างดูแคลน 'ไร้สาระสิ้นดี...พวกเขาไม่ได้คิดจะเสี่ยงชีวิตปีนขึ้นไปบนเขาเพื่อปราบโจรหรอก...แค่มาตั้งค่ายเพื่อแสดงให้เบื้องบนเห็นว่าได้ 'ลงพื้นที่' แล้ว...รอให้พวกชาวยุทธผู้หิวโหยในชื่อเสียงและรางวัลจากหอลิขิตฟ้ามาจัดการเรื่องสกปรกให้ต่างหาก'
นางไม่เสียเวลาสนใจทหารเหล่านั้นอีกต่อไป "ไปกันเถอะ...สิ่งแรกที่ต้องทำคือการลงทะเบียน"
นางเดินตรงไปยังที่ทำการของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งบัดนี้ถูกใช้เป็นกองบัญชาการชั่วคราวของกองทัพ ซ่งหว่านเอ๋อร์แสดง "ป้ายภาคีระดับเงิน" ของตนเองต่อแม่ทัพนายกองที่ดูแลพื้นที่ พร้อมกับแจ้งความจำนงว่าจะรับภารกิจปราบโจรเขี้ยวหมาป่า
นายกองผู้นั้นมีท่าทีประหลาดใจที่เห็นสตรีบอบบางมารับภารกิจเสี่ยงตาย แต่เมื่อเห็นป้ายเงินอันทรงเกียรติ เขาก็ไม่ได้ซักถามอะไรมาก ทำเพียงประทับตรารับรองการเริ่มภารกิจลงบนม้วนสารของนางตามระเบียบ
หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อยแล้ว นางและเฮ่อเฟิงก็มุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมเพียงแห่งเดียวในหมู่บ้านที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่ สภาพของมันดูทรุดโทรมและเงียบเหงา มีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนนั่งจับกลุ่มปรับทุกข์กันอยู่เงียบๆ
ซ่งหว่านเอ๋อร์เลือกโต๊ะในมุมที่อับที่สุด สั่งเพียงน้ำชาและหมั่นโถว ก่อนจะนั่งลงและเริ่ม "ฟัง"
"ฮือๆๆ...ลูกสาวข้า...ไอ้พวกเดรัจฉานนั่น...มันลากตัวนางขึ้นไปบนเขา" เสียงสะอื้นของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้น "ข้าไปขอร้องอ้อนวอนท่านแม่ทัพนายกองให้ช่วย...แต่พวกเขากลับบอกแค่ว่าเป็นให้รอ รอ อย่างเดียว!"
คำพูดนั้นยืนยันความคิดของซ่งหว่านเอ๋อร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ชายหนุ่มอีกคนที่มีผ้าพันแผลที่แขนกล่าวเสริมด้วยความแค้น "รังของพวกมันอยู่บนเขาหลางซาน...เส้นทางขึ้นเขาทั้งซับซ้อนและเต็มไปด้วยกับดักที่พวกมันทำไว้ คนของเราที่พยายามจะตามขึ้นไป...ไม่มีใครได้กลับลงมาเลยแม้แต่คนเดียว!"
"หัวหน้าของพวกมัน 'หมาป่าตาเดียว' โหดเหี้ยมยิ่งกว่าสัตว์ป่า" ชายชราอีกคนกล่าวเสียงสั่น "มันไม่เคยปรานีใคร...ข้าเห็นมันฆ่าคนที่ขัดขืนต่อหน้าต่อตาข้า..."
ซ่งหว่านเอ๋อร์รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าไว้ในหัวอย่างเงียบเชียบ...เขาหลางซาน...กับดัก...และหัวหน้าที่ชื่อหมาป่าตาเดียว
เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว นางก็ลุกขึ้นและพยักหน้าให้เฮ่อเฟิงเดินตามกลับขึ้นไปยังห้องพัก
ทันทีที่เข้ามาในห้อง เฮ่อเฟิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงแววโกรธา "นายหญิง...พวกมันไม่ใช่แค่โจร...แต่เป็นเดรัจฉาน"
"ข้ารู้" ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบรับสั้นๆ นางกางแผนที่ภูเขาหลางซานที่ได้มาจากทางการลงบนโต๊ะ "ความโหดเหี้ยมคือจุดแข็ง...แต่ก็เป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของพวกมันเช่นกัน เพราะมันทำให้พวกมันประมาทและคิดว่าไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย"
นางชี้ไปยังพื้นที่ป่าทึบรอบๆ ภูเขา "พรุ่งนี้เช้า...เราจะไม่ได้บุกขึ้นไปตรงๆ...เราจะเริ่มจากการ 'สำรวจ' บริเวณโดยรอบเพื่อหาเส้นทางอื่นและทำความเข้าใจกับดักของพวกมันก่อน"
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเฮ่อเฟิง "เจ้า...เตรียมยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าแต่ไร้กลิ่นที่สุดของเจ้าไว้ให้พร้อม"
ดวงตาของนางเปล่งประกายเยือกเย็น
"ในเมื่อพวกมันชอบล่า...ข้าก็จะสอนให้พวกมันรู้เอง...ว่าการกลายเป็น 'ผู้ถูกล่า' มันเป็นอย่างไร"
ราตรีบนเขาหลางซานนั้นมืดมิดและเหน็บหนาว กว่าในหมู่บ้านเบื้องล่างหลายเท่า เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านช่องเขาฟังดูคล้ายเสียงหมาป่าโหยหวน สมกับเป็นที่ตั้งรังของกลุ่มโจรที่โหดเหี้ยมที่สุดในแถบนี้
ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงในชุดสีดำรัดกุมซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของโขดหินสูง มองลงไปยังค่ายโจรที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะเบื้องล่าง คบเพลิงถูกจุดไว้สว่างไสว เผยให้เห็นร่างของโจรภูเขาราวห้าสิบกว่าคนที่กำลังดื่มสุราและส่งเสียงโหวกเหวกอย่างคึกคะนอง
"ข้าจะเป็นคนบุกเข้าไปสร้างความโกลาหลและจัดการกับพวกยามด้านหน้า" ซ่งหว่านเอ๋อร์กระซิบสั่งการเสียงเย็น "จังหวะที่พวกมันแตกตื่น...หน้าที่ของเจ้าคือลอบเข้าไปในค่ายส่วนหลัง...ค้นหาและช่วยเหลือเชลยทั้งหมดออกมา...อย่าปะทะโดยไม่จำเป็น พาพวกเขาไปซ่อนตัวในป่าทิศตะวันออกที่เราทำเครื่องหมายไว้...เข้าใจหรือไม่?"
"ขอรับ นายหญิง" เฮ่อเฟิงรับคำอย่างหนักแน่น บทเรียนที่ผ่านมาสอนให้เขารู้ว่าแผนการของนางคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
สิ้นเสียงนั้น ร่างของซ่งหว่านเอ๋อร์ก็หายลับไปจากข้างกายของเขาราวกับควัน...
นางเคลื่อนตัวลงไปตามไหล่เขาอย่างเงียบกริบและรวดเร็วราวกับพังพอนราตรี ยามซุ่มสองคนที่อยู่รอบนอกค่ายถูกปลิดชีพด้วยมีดสั้นสีดำที่กรีดผ่านลำคอไปอย่างเงียบเชียบโดยที่พวกมันไม่มีแม้แต่โอกาสจะส่งเสียงร้อง
จากนั้น...นางก็เริ่มต้น "การสังหาร" อย่างแท้จริง
เข็มเงินเคลือบยาพิษที่ทำให้เป็นอัมพาตชั่วขณะถูกซัดออกจากปลอกแขนของนาง พุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรที่นั่งล้อมวงดื่มสุราอยู่สามสี่คนอย่างแม่นยำ พวกมันล้มลงไปชักกระตุก สร้างความแตกตื่นให้แก่โจรคนอื่นๆ
"มีผู้บุกรุก!"
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับความโกลาหล แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้ตั้งตัว...ร่างในชุดดำก็ได้ทะยานเข้าไปกลางวงสังหารแล้ว!
วรยุทธของนางไม่มีความสวยงาม...มีเพียงประสิทธิภาพในการฆ่า! ทุกการเคลื่อนไหวถูกคำนวณมาอย่างดีที่สุด มีดสั้นในมือขวาพุ่งกรีดเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอ ขณะที่มือซ้ายซัดเข็มเงินเข้าใส่จุดตายบนร่างของโจรอีกคน นางเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู แต่กลับไม่มีใครสามารถแตะต้องปลายนิ้วของนางได้เลย
ในขณะเดียวกัน เฮ่อเฟิงก็ลอบเข้าไปในค่ายส่วนหลังตามแผน เขาพบกระท่อมไม้ซอมซ่อหลังหนึ่งที่ถูกใช้เป็นที่คุมขังเชลย เขาจัดการกับยามเฝ้าสองคนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพังประตูเข้าไปและช่วยเหลือหญิงสาวชาวบ้านทั้งแปดคนที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวออกมาได้สำเร็จ
กลับมาที่ลานกลางค่าย...บัดนี้พื้นดินชุ่มโชกไปด้วยโลหิต โจรเกือบทั้งหมดถูกสังหารลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป! เหลือเพียงบุรุษร่างกำยำตาเดียวที่ยืนถือดาบใหญ่หอบหายใจอย่างหนัก..."หมาป่าตาเดียว" หัวหน้ากลุ่มโจรนั่นเอง
"นางปีศาจ! เจ้าเป็นใครกันแน่!" มันคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ตอบ นางเพียงแค่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างของนางหมุนตัวหลบดาบที่ฟาดมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะใช้ด้ามมีดสั้นกระแทกเข้าที่ข้อมือของมันอย่างแรงจนดาบใหญ่หลุดมือ และในจังหวะที่มันเสียหลัก...คมมีดสีดำก็ได้กรีดผ่านลำคอของมันไปเป็นทางยาว...ปิดฉากตำนานโจรเขี้ยวหมาป่าลงอย่างสมบูรณ์
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เดินเข้าไปในถ้ำที่พักของหัวหน้าโจร ที่นั่น...นางได้พบกับหีบสมบัติที่พวกมันปล้นสะสมมาทั้งหมด
นางเรียกเฮ่อเฟิงที่เพิ่งทำภารกิจช่วยเหลือเชลยเสร็จกลับมา "เอาของทั้งหมดนี่...ไปฝังไว้ที่ใต้ต้นไพศาลที่เราทำเครื่องหมายไว้…พอเรื่องเงียบจะให้คนของเรามาจัดการที่เหลือเอง"
เฮ่อเฟิงรับคำและรีบขนย้ายสมบัติทั้งหมดหายไปในความมืด...เขาตกใจกับสมบัติที่พวกมันขโมยมา เยอะมาก
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หมู่บ้านเฟิงซี
ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงเดินกลับมารายงานต่อแม่ทัพนายกองของทางการ "ภารกิจปราบโจรเขี้ยวหมาป่า...เสร็จสิ้นแล้ว"
นายกองส่งทหารหน่วยหนึ่งขึ้นไปตรวจสอบบนเขาหลางซาน...และพวกเขาก็กลับลงมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและตื่นตระหนก...โจรทั้งห้าสิบกว่าคน...ตายหมดเกลี้ยง!
ไม่นานนัก เฮ่อเฟิงก็นำทางหญิงสาวชาวบ้านทั้งแปดคนที่ถูกช่วยเหลือออกมากลับคืนสู่หมู่บ้าน ภาพการกลับมาพบกันของครอบครัวเต็มไปด้วยน้ำตาและเสียงโห่ร้องยินดี ชาวบ้านทั้งหมดต่างเข้ามาคุกเข่าขอบคุณซ่งหว่านเอ๋อร์เป็นการใหญ่
"ท่านจอมยุทธหญิง! ท่านคือผู้มีพระคุณของพวกเรา! โปรดบอกชื่อของท่านให้พวกเราได้จดจำไว้ในใจด้วยเถิด!"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าเบาๆ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่ก้องกังวาน "ข้าเป็นเพียงผู้รับภารกิจ...ความดีความชอบทั้งหมดนี้...เป็นของ หอลิขิตฟ้า"
นางไม่รอให้ใครได้ซักถามอีก รีบปลีกตัวออกจากฝูงชนและเดินทางกลับสู่เมืองชิงซีในทันที ทิ้งไว้เพียงตำนานของ "จอมยุทธหญิงนิรนามแห่งหอลิขิตฟ้า" ให้ชาวบ้านได้เล่าขานกันต่อไป
สองวันต่อมา ณ หอลิขิตฟ้า สาขาเมืองชิงซี
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยื่นม้วนสารภารกิจที่ประทับตราจากทางการแล้วให้แก่ซ่งจือหลู
ซ่งจือหลูตรวจสอบข้อมูลด้วยมือที่สั่นเทา...ภารกิจระดับเงินที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม...ถูกจัดการลงอย่างราบคาบอีกแล้ว!
"ภารกิจสำเร็จลุล่วง...ท่านได้รับ 600 แต้ม และรางวัลเงินสด ห้าร้อยตำลึงทอง ขอรับ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์รับรางวัลของนางมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป...ชื่อเสียงของนางในหอลิขิตฟ้าได้เพิ่มสูงขึ้นอีกระดับ...แต่สิ่งที่นางพอใจที่สุด คือสมบัติของโจรที่ถูกเก็บไว้อย่างดี...ซึ่งจะมีค่ามากกว่ารางวัลที่นางได้รับนี้หลายเท่าตัวนัก เป้าหมายที่แท้จริงหาใช่ แต้มรางวัลหรือเงินรางวัล แต่มันคือข้อมูลภารกิจเพื่อหวังเอาผลประโยชทางอ้อม
◆ ─── ◆