ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 เสียงกระซิบ
หลังจากมอบหมายภารกิจที่อันตรายให้แก่พี่น้องตระกูลเฮ่อแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็กลับมาทบทวนแผนการของนางอีกครั้งในห้องพักที่เงียบสงบ เฮ่อเฟิงที่ยืนรออยู่ข้างๆ มีท่าทีที่กระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด
ในที่สุดเขาก็ก้มศีรษะลงและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "นายหญิง...ภารกิจนี้...พยัคฆ์หน้าหยกและคหบดีหวังไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขามีกำลังคนและยอดฝีมือคุ้มกันอย่างแน่นหนา การให้พี่ใหญ่กับพี่รองไปกันเพียงสองคน...มันเสี่ยงอันตรายเกินไปขอรับ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ละสายตาจากแผนที่บนโต๊ะและหันมามองเขาช้าๆ แววตาของนางเรียบเฉย "ข้ารู้"
นางกล่าวต่อ "เจ้าคิดว่าข้าจะส่งคนของข้าไปตายโง่ๆ เพื่อแลกกับของนอกกายสองชิ้นนั่นรึ? นี่คือการทดสอบความสามารถในการสืบสวนและวางแผนของพวกเขา...ส่วนเราสองคน...คือแผนสำรอง"
เฮ่อเฟิงเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ
"ไปเตรียมตัวซะ" ซ่งหว่านเอ๋อร์สั่งสั้นๆ "คืนนี้...เรามีเรื่องต้องทำ"
รัตติกาลเข้าปกคลุมเมืองชิงซีอีกครั้ง...
ร่างของเฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงในชุดพ่อค้าต่างเมืองกำลังเคลื่อนไหวไปตามท้องถนนที่เริ่มบางตาลงอย่างระมัดระวัง พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังแหล่งข้อมูลของตนเพื่อเริ่มต้นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
แต่สิ่งที่พวกเขาทั้งสองไม่รู้เลยก็คือ...สูงขึ้นไปบนหลังคาอาคารที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ร่างสองสายในชุดสีดำสนิทกำลังเคลื่อนที่ตามพวกเขาไปอย่างเงียบกริบดุจวิญญาณ...ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงนั่นเอง
หลังจากติดตามไปได้ระยะหนึ่งจนถึงตรอกที่ค่อนข้างลับตาคน เฮ่อป้าเทียนก็หยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับน้องชายของตน
"เจ้ายังดูไม่พอใจอยู่นะ ตี้สิง" เฮ่อป้าเทียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
เฮ่อตี้สิงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด "ข้าก็แค่ไม่เข้าใจ! นางสั่งให้เราไปทำภารกิจเสี่ยงตาย...เหมือนสั่งให้เราไปตายชัดๆ! แล้วดูเจ้าน้องเล็กสิ...ได้ติดตามนางอย่างสบายใจเฉิบ!"
เฮ่อป้าเทียนส่ายหน้าช้าๆ "เจ้ามองตื้นเกินไป...ตี้สิง"
เขาหันไปมองความมืดรอบกายก่อนจะกล่าวต่อด้วยเสียงที่เบาลง "เมื่อพวกเราตัดสินใจจะมอบความภักดีให้แก่นางแล้ว...ก็ต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจของนาง...ตามความรู้สึกของข้า...นายหญิงมีราศีของความแข็งแกร่งบางอย่างที่ข้าเองก็บอกไม่ถูก แต่ลึกๆ แล้วข้ามั่นใจว่านางจะพาเราไปพบกับความยิ่งใหญ่ได้"
"อีกอย่าง" เขาตบลงบนไหล่น้องชาย "หากเราทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปได้...ชื่อเสียงของพี่น้องสามอสรพิษก็จะไม่ได้เป็นแค่ที่รู้จัก...แต่จะเป็นที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริง"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาฉายความลึกล้ำ "เจ้าไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของเจ้าเล็กมันหรือ? ตอนที่มันกลับมาเล่าเรื่องนายหญิงให้พวกเราฟัง...แววตาของมันเต็มไปด้วยความชื่นชมและยำเกรง...แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง...สมัยก่อนมันเห็นสตรีเพศเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าที่เอาแต่จะย่ำยี แต่ตอนนี้นางกำลังขัดเกลาพวกเราอยู่ ตี้สิง...นางไม่ได้แค่ใช้งานเราเยี่ยงทาส"
สองพี่น้องที่กำลังสนทนากันอย่างออกรส ไม่รู้เลยว่าทุกถ้อยคำของพวกเขาได้ลอยลมขึ้นไปสู่หูของผู้ฟังสองคนที่อยู่บนหลังคา...
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยังคงมีสีหน้าที่สงบนิ่งและเย็นชา นางเพียงแค่รับฟังข้อมูลและประเมินความคิดของลูกน้องตนเองอย่างเงียบๆ
'เฮ่อป้าเทียน...สายตาเฉียบคมและเข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่าที่คิด...ดูเหมือนว่าหมากตัวนี้จะมีค่ามากกว่าแค่การเป็นทหารเดินเท้า'
ส่วนเฮ่อเฟิงที่ได้ยินพี่ชายพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองอย่างตรงไปตรงมานั้น...ใบหน้าของเขาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาจนแดงก่ำไปถึงใบหู! เขารู้สึกอับอายอย่างที่สุดที่นายหญิงของตนต้องมาได้ยินเรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้
ซ่งหว่านเอ๋อร์เหลือบมองปฏิกิริยาของเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เคลื่อนที่ต่อไปอย่างเงียบๆ
บทสนทนาได้สิ้นสุดลงแล้ว...แต่การทดสอบ...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ราตรีกาลผ่านไป...
สองวันต่อมา ณ เมืองชิงซี ในตรอกแคบๆ ที่ไร้ผู้คน เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงในคราบของจอมยุทธพเนจร กำลังยืนซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่ตรงข้ามคฤหาสน์ขนาดมหึมาหลังหนึ่ง...ที่พำนักของ "คหบดีหวัง" พ่อค้าอาวุธผู้ประมูล "ยาแก้พิษพันแปด" ไปได้
บนหลังคาอาคารที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เฝ้ามองการทำงานของสองพี่น้องอย่างเงียบเชียบ
"นายหญิง...ท่านพี่จะทำได้หรือไม่ขอรับ?" เฮ่อเฟิงเอ่ยถามเสียงเบา ความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตา "การป้องกันของคฤหาสน์นั่นแน่นหนาอย่างยิ่ง"
"นี่คือบททดสอบของพวกเขา" ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากเบื้องล่าง "ข้าต้องการจะเห็นว่าพวกเขาจะใช้ 'สมอง' หรือใช้แค่ 'กำลัง' ในการแก้ปัญหา...เจ้าเองก็จงดูและเรียนรู้ไว้"
เบื้องล่างนั้น เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงใช้เวลาเกือบสองชั่วยามในการเฝ้าสังเกตการณ์ พวกเขาไม่ได้ผลีผลามบุกเข้าไป แต่กำลังวิเคราะห์รูปแบบการเดินยาม, ตำแหน่งของยามซุ่ม, และจุดอ่อนของการป้องกันอย่างใจเย็น
"ดูนั่น...พี่ชายของเจ้าไม่ได้โง่เขลา" ซ่งหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นกับเฮ่อเฟิง "พวกเขารู้จักรอคอยและหาข้อมูลก่อนลงมือ...นั่นคือคุณสมบัติข้อแรกของผู้ที่จะทำงานใหญ่ได้สำเร็จ"
ในที่สุด สองพี่น้องก็ดูเหมือนจะค้นพบช่องโหว่...กำแพงด้านหลังสวนมีต้นไม้ใหญ่ทอดกิ่งก้านเข้ามาใกล้ และเป็นจุดอับสายตาที่สุดในการเดินตรวจยาม พวกเขารอจนถึงจังหวะที่ยามสองกลุ่มเดินสวนทางกันและเกิดช่องว่างขึ้นเพียงสิบห้าลมหายใจ...
ร่างของทั้งสองก็ทะยานข้ามกำแพงเข้าไปในสวนของคฤหาสน์ได้อย่างเงียบกริบ!
เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว เป้าหมายของพวกเขาคือ "เรือนเก็บสมบัติ" ที่คาดว่าน่าจะเป็นที่เก็บโอสถล้ำค่า แต่เมื่อพวกเขาเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที!
ในเงามืดใต้ชายคาเรือน ชายชราผมขาวคนหนึ่งกำลังนั่งขัดดาบอยู่เงียบๆ เขาดูเหมือนคนสวนธรรมดา แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นเยือกเย็นและอันตรายอย่างยิ่ง! ยอดฝีมือคุ้มกันที่ซ่อนตัวอยู่!
การปะทะโดยตรงคือการฆ่าตัวตายและจะทำให้ทุกคนแตกตื่น สองพี่น้องติดกับอย่างสมบูรณ์!
เฮ่อเฟิงที่มองดูอยู่บนหลังคาถึงกับกลั้นหายใจด้วยความตึงเครียด
แต่แล้ว...เฮ่อป้าเทียนก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้เตรียมจะต่อสู้ แต่กลับหยิบเม็ดยาสีดำเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ...ดีดมันออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ...ไม่ใช่ใส่ยอดฝีมือคนนั้น...แต่ดีดลงไปใน "สระปลาคาร์ป" ที่อยู่ใกล้ๆ!
ต๋อม!
วินาทีต่อมา ปลาคาร์ปราคาแพงนับสิบตัวที่แหวกว่ายอย่างสง่างามก็เกิดอาการดีดดิ้นอย่างบ้าคลั่ง! พวกมันกระโดดขึ้นเหนือน้ำและชักกระตุกอย่างรุนแรง สร้างเสียงน้ำกระจายดังลั่นไปทั่วบริเวณ!
"อะไรกัน!?" ยอดฝีมือชราผู้นั้นสะดุ้งสุดตัว เขารีบหันไปดูสระปลาคาร์ปอันเป็นของรักของเจ้านายด้วยความตกใจและร้อนรน
และในเสี้ยววินาทีแห่งความไขว้เขวนั้นเอง...ร่างของเฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงก็ได้พุ่งผ่านเขาไปราวกับภูตพราย หายลับเข้าไปในเงามืดของตัวเรือนได้สำเร็จ!
เฮ่อเฟิงอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น "ยอดเยี่ยม! ท่านพี่ใหญ่!"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา มุมปากของนางภายใต้ม่านหมวกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เป็นครั้งแรก
'ไม่ได้ใช้กำลังเพื่อทำลายอุปสรรค...แต่ใช้สมองและจุดแข็งของตนเอง (ยาพิษ) เพื่อสร้างโอกาส...ไม่เลว...ดูเหมือนว่าอสรพิษพวกนี้จะเริ่มเรียนรู้ที่จะคิดเหมือนข้าแล้ว'
นางหันไปทางเฮ่อเฟิง "นี่คือบทเรียนอีกข้อ...จงใช้ทุกสิ่งรอบตัวให้เป็นประโยชน์ แม้แต่ปลาในสระ...ก็สามารถเป็นอาวุธของเราได้ พี่ชายเจ้าผ่าน…"
การแทรกซึมเข้าสู่เรือนเก็บสมบัติได้สำเร็จเป็นเพียงก้าวแรก ภารกิจที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงยังคงเฝ้ารออยู่บนหลังคา...รอคอยผลลัพธ์ของบททดสอบนี้อย่างใจเย็น
ชะตากรรมของพี่น้องสามอสรพิษ...บัดนี้...ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขาเองแล้ว
เวลาไม่นาน ภายในคฤหาสน์ของคหบดีหวังที่มืดมิดและเงียบสงัด...
เงาร่างของเฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงเคลื่อนตัวออกจากเรือนเก็บสมบัติอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด ในมือของเฮ่อป้าเทียนกำกล่องไม้จันทน์ขนาดเล็กไว้แน่น...ภายในนั้นคือ "ยาแก้พิษพันแปด" ที่พวกเขาเสี่ยงชีวิตเข้ามาเพื่อมัน
ภารกิจดูเหมือนจะสำเร็จลุล่วง...พวกเขาเกือบจะถึงกำแพงด้านหลังสวนซึ่งเป็นเส้นทางหลบหนีแล้ว...
...ในจังหวะที่เฮ่อป้าเทียนกำลังจะทะยานข้ามกำแพง...
ฟี้...
เสียงลมแหวกอากาศแหลมเล็กดังขึ้น! พร้อมกับคบเพลิงนับสิบดวงที่สว่างวาบขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย! แสงไฟสาดส่องจนทั่วทั้งสวนสว่างจ้า เผยให้เห็นร่างของยอดฝีมือรับจ้างนับสิบกว่าคนที่ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพง, บนหลังคา, และทางออกทุกทิศ...ล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์แบบ!
หัวหน้าองครักษ์ก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน “คิดว่าจวนของคหบดีหวังจะเข้าออกกันได้ง่ายๆ รึ เจ้าหนูสกปรก!”
เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงชักอาวุธของตนเองออกมาและยืนพิงหลังกันเป็นท่าเตรียมพร้อม...พวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง!
บนหลังคาที่อยู่ห่างออกไป เฮ่อเฟิงที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด "จบสิ้นแล้ว...คนเยอะขนาดนี้...พี่ใหญ่กับพี่รองต้องตายแน่!"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่ข้างๆ เขากลับยังคงสงบนิ่ง นางกวาดมองประเมินกำลังของศัตรูอย่างรวดเร็ว
"ดูให้ดี...เฮ่อเฟิง" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "นี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุด"
สิ้นเสียงนั้น นางก็หยิบลูกบอลกระเบื้องสีดำขนาดเท่าไข่ไก่ออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะรวบรวมลมปราณและขว้างมันออกไปสุดแรง! ลูกบอลนั้นลอยโค้งและตกลงกลางวงล้อม...ณ จุดกึ่งกลางระหว่างสองพี่น้องตระกูลเฮ่อพอดี!
เพล้ง!
ลูกบอลกระเบื้องแตกละเอียด ปลดปล่อยกลุ่มควันสีม่วงอ่อนที่หอมหวานอย่างประหลาดออกมาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว!
เหล่าองครักษ์รับจ้างหัวเราะเยาะในตอนแรก แต่แล้ว...เมื่อสูดดมควันนั้นเข้าไป...โลกทั้งใบของพวกเขาก็เริ่มบิดเบี้ยว! หลายคนเริ่มมองเห็นเพื่อนของตนเองเป็นปีศาจ! แขนขาหนักอึ้งจนไม่อาจขยับได้!
ในจังหวะที่วงล้อมของศัตรูกำลังปั่นป่วนและโกลาหลอย่างถึงที่สุด ร่างในชุดดำของซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ทิ้งตัวลงจากหลังคาราวกับใบไม้ร่วงที่ไร้เสียง
นางปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงที่กำลังยืนตะลึงและเริ่มมีอาการมึนงงจากฤทธิ์ของหมอกพิษที่โดนลูกหลงเข้าไปเช่นกัน
“กลั้นหายใจ” นางสั่งเสียงเฉียบขาด
นางหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ สองขวดออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว เปิดจุกแล้วจ่อไปที่จมูกของคนทั้งสอง “...แล้วสูดดม!”
กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของสมุนไพรบางชนิดพุ่งเข้าสู่โพรงจมูกของสองพี่น้อง ขับไล่อาการมึนงงและภาพหลอนจนหมดสิ้นในทันที สติของพวกเขากลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง
“อยู่นิ่งๆ” นั่นคือคำสั่งเดียวที่นางมอบให้ ก่อนที่ร่างของนางจะหายลับไปในม่านหมอกสีม่วงเพื่อเริ่ม 'การเก็บกวาด'
นางคือมัจจุราชที่กำลังร่ายรำอยู่ท่ากลางสายหมอกพิษ! ร่างของนางพลิ้วไหวราวกับวิญญาณ ลอดผ่านช่องว่างของการต่อสู้ที่วุ่นวาย...ยอดฝีมือคนหนึ่งเงื้อดาบขึ้น แต่แล้วแขนของเขาก็พลันอ่อนแรงลง...องครักษ์อีกคนกำลังจะตะโกนเรียกพวก แต่กลับล้มลงไปชักกระตุกโดยไม่มีบาดแผล...
หัวหน้าองครักษ์ผู้แข็งแกร่งที่สุดรวบรวมลมปราณทะยานเข้าใส่ร่างสีดำนั้น...แต่แล้วเข็มเงินเส้นหนึ่งก็พุ่งวาบออกจากสายหมอก ปักเข้าที่จุดชีพจรบนลำคอของเขาอย่างแม่นยำ! ร่างสูงใหญ่ของเขาแข็งทื่อกลางอากาศก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น...เป็นอัมพาตไปทั้งร่าง แต่สติยังคงอยู่ครบถ้วน!
การต่อสู้...สิ้นสุดลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
สายหมอกสีม่วงค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นภาพของเหล่าองครักษ์รับจ้างที่นอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้น...ไม่มีใครตายแม้แต่คนเดียว แต่ทุกคนล้วนหมดสภาพการต่อสู้โดยสิ้นเชิง
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อมนั้น นางหันไปมองพี่น้องตระกูลเฮ่อที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปสลักด้วยความตกตะลึง
"เสียเวลามามากพอแล้ว..." นางเอ่ยเสียงเรียบ
"...ไปได้แล้ว"
คำพูดนั้นปลุกให้ทั้งสองคนตื่นจากภวังค์ พวกเขามองซ่งหว่านเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...มันไม่ใช่แค่ความยำเกรง...แต่มันคือความเทิดทูนบูชาราวกับมองดูเทพเจ้า!
ทั้งสามทะยานร่างข้ามกำแพง หายลับไปในความมืดของยามราตรี...ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความพ่ายแพ้อันสมบูรณ์แบบที่ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้
◆ ─── ◆