ตอนที่ 33
ตอนที่ 33 ความจริงที่แตกสลาย
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนแล้ว บรรยากาศในร้านร้อยสิ่งสารพัดที่กำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ซ่งหว่านเอ๋อร์เดินสำรวจพื้นที่ชั้นล่างอย่างเงียบๆ โดยมีชิงเหลียนเดินตามหลังมาด้วยท่าทีที่ครุ่นคิดและสับสน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภาพของคุณหนูที่นางรับใช้มาตั้งแต่เด็กซ้อนทับกับภาพของนายหญิงผู้เลือดเย็นและฉลาดล้ำจนน่าหวาดหวั่น...ความแตกต่างนั้นมากมายเกินกว่าที่เด็กสาวผู้ซื่อสัตย์จะทำเป็นมองไม่เห็นได้อีกต่อไป
ในที่สุด...เมื่อซ่งหว่านเอ๋อร์หยุดเดินและหันมามองนาง ชิงเหลียนก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดและคุกเข่าลงกับพื้น
"คุณหนูเจ้าคะ..." น้ำเสียงของนางสั่นเทาเล็กน้อย "บ่าว...บ่าวมีเรื่องอยากจะถาม...ได้โปรดอย่าโมโหเลยนะเจ้าคะ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองสาวใช้คนสนิทของนางนิ่งๆ "มีอะไรก็ว่ามา"
"ตั้งแต่...ตั้งแต่ที่คุณหนูฟื้นขึ้นมา..." ชิงเหลียนสูดลมหายใจเข้าลึก "คุณหนูก็เปลี่ยนไปมากเหลือเกินเจ้าค่ะ...ทั้งเรื่องความเย็นชา...ความคิด...แผนการสร้างอุปกรณ์แปลกๆ เหล่านี้...และ...และเรื่ององค์กรนักฆ่า...บ่าว...บ่าวที่รับใช้คุณหนูมาตลอด ไม่เคยรู้เลยว่าคุณหนูมีมุมเช่นนี้...บ่าว...รู้สึกเหมือนกำลังรับใช้คนที่ไม่รู้จักเลยเจ้าค่ะ"
สิ้นเสียงนั้น น้ำตาก็เริ่มคลอหน่วยขึ้นในดวงตาของชิงเหลียน มันไม่ใช่แววตาของความกลัว แต่เป็นแววตาที่สงสัยและเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง...ความเศร้าที่รู้สึกว่าคนที่ตนเองรู้จักได้หายไป
ซ่งหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ...นางรู้ดีว่าวันนี้นต้องมาถึง...ชิงเหลียนฉลาดและช่างสังเกตเกินกว่าจะถูกหลอกได้ตลอดไป
"ชิงเหลียน...มองข้า" นางเอ่ยเสียงเรียบ
ชิงเหลียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับนายหญิงของตน
"ที่เจ้ารู้สึก...มันไม่ใช่เรื่องแปลก...เพราะข้า..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยความจริงที่น่าตกตะลึงออกมา "...ไม่ใช่คุณหนูสามที่เจ้ารู้จัก"
ชิงเหลียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ได้อธิบายเรื่องการทะลุมิติที่ซับซ้อน เพราะนางเองก็ยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้เช่นกัน นางเพียงแค่บอกความจริงในรูปแบบที่คนยุคนี้พอจะเข้าใจได้
"ร่างนี้คือคุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์...แต่จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนี้...คือไป๋ฉิงเซียง" นางกล่าวต่อ "นั่นคือชื่อที่แท้จริงของข้า..."นางบอกชื่อจริงในโลกเก่า ที่นางเอาชื่อนั้นมาสวมบทบาทจอมยุทธหญิง
คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของชิงเหลียน! สมองของนางพยายามประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน...นางเป็นคนยุคนี้...นางไม่รู้จักคำว่าทะลุมิติ...แต่สิ่งที่นางเข้าใจได้ในทันทีคือ...
"หมายความว่า...หมายความว่าคุณหนูของบ่าว...คุณหนูตัวจริง..." น้ำเสียงของนางขาดห้วง "...นาง...นางจากไปแล้วจริงๆ...ตั้งแต่วันที่กระโดดลงไปในสระบัววันนั้น..."
เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันโหดร้ายนั้น น้ำตาที่คลออยู่ก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ชิงเหลียนทรุดลงไปร้องไห้สะอึกสะอื้นกับพื้น...นางไม่ได้ร้องไห้เพราะกลัวสตรีตรงหน้า...แต่นางกำลังร้องไห้เพื่ออาลัยแด่ "คุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์" ที่นางรักและเติบโตมาด้วยกัน...ซึ่งได้ตายจากไปแล้วจริงๆ
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนมองภาพนั้นนิ่ง...นางไม่ได้เข้าไปปลอบโยน...ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา...นางเพียงแค่ "ลุ้น" และ "ประเมิน" สถานการณ์อย่างเลือดเย็น
'นางกำลังร้องไห้...แต่หลังจากน้ำตาแห้งเหือดแล้ว...นางจะทำอย่างไรต่อ?'
'จะวิ่งกลับไปที่จวนตระกูลซ่ง...ไปบอกเล่าเรื่องไร้สาระว่ามีวิญญาณร้ายมายึดร่างคุณหนูของนางงั้นรึ?'
ดวงตาของซ่งหว่านเอ๋อร์หรี่ลงจนเป็นประกายคมปลาบ จิตสังหารที่เยือกเย็นเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
'หากเป็นเช่นนั้น...ข้าคงไม่มีทางเลือก...''...นอกจากจะต้องลบผู้ที่รู้ความลับที่ใหญ่ที่สุดของข้าทิ้งไป...'
'...แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นเจ้าก็ตาม...ชิงเหลียน'
ความเงียบที่เยียบเย็นเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง มีเพียงเสียงสะอื้นของชิงเหลียนที่ยังคงดังอยู่เป็นระยะๆ
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งมองภาพนั้น จิตสังหารที่เยือกเย็นของนางยังไม่จางหายไป มือข้างหนึ่งของนางยังคงวางอยู่ใกล้กับมีดสั้นที่ซ่อนไว้ข้างเอว...นางกำลังรอคอย...รอการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของเด็กสาวตรงหน้า
น้ำตาของชิงเหลียนค่อยๆ หยุดไหล...ความโศกเศร้าที่ต้องสูญเสีย "คุณหนูคนเดิม" ไปนั้นยังคงอยู่ แต่ในห้วงความคิดของนาง ภาพความทรงจำตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมากลับฉายชัดขึ้นมาซ้อนทับ
นางนึกถึงวันที่คุณหนูคนใหม่เริ่มสอนให้นางอ่านตัวอักษรยากๆ ในตำราแพทย์...ทั้งที่คุณหนูคนเก่าไม่เคยใส่ใจเลยว่านางจะอ่านหนังสือออกหรือไม่
นางนึกถึงตอนที่นางป่วยเป็นไข้...คุณหนูคนใหม่เป็นคนปรุงยาโอสถล้ำค่าให้นางดื่มด้วยตนเอง และยังมอบเงินให้นางไปซื้อของบำรุงดีๆ...แตกต่างจากคุณหนูคนเก่าที่ทำได้เพียงบ่นว่านางทำงานไม่ได้ดั่งใจ
และที่สำคัญที่สุด...นางนึกถึงแววตาและน้ำเสียงของคุณหนูคนใหม่...แม้จะดูเย็นชาและน่ากลัวในบางครั้ง...แต่นางไม่เคยดูแคลนหรือปฏิบัติต่อชิงเหลียนเหมือนนางเป็นแค่บ่าวรับใช้ นางมักจะเอ่ยถามความเห็น และรับฟังอย่างตั้งใจ...นางมอบสิ่งที่ชิงเหลียนไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต...นั่นคือ เกียรติ
ชิงเหลียนตระหนักได้ในวินาทีนั้น...คุณหนูซ่งหว่านเอ๋อร์ที่นางรู้จักได้จากไปแล้วจริงๆ...แต่นายหญิงคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้า...คือคนที่นางพร้อมจะถวายชีวิตให้
เด็กสาวค่อยๆ เช็ดน้ำตาบนใบหน้าจนหมดสิ้น แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความสับสนและความเศร้า บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน...แต่ไม่ได้เพื่อวิ่งหนีหรือร้องโวยวาย
ชิงเหลียนกลับย่อกายลงอีกครั้ง...เป็นการคารวะที่นอบน้อมและสง่างามที่สุดเท่าที่นางเคยทำมาในชีวิต
"คุณหนู..." นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ความสั่นเครือได้หายไปแล้ว "บ่าวเสียใจ...ที่ต้องสูญเสียคุณหนูคนเดิมไป...นางเป็นเหมือนพี่สาวของบ่าว"
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับซ่งหว่านเอ๋อร์โดยตรง "แต่...บ่าวก็สำนึกในบุญคุณที่...ท่าน...ได้มอบให้บ่าวตลอดมา ท่านสอนบ่าว...ดูแลบ่าว...และให้เกียรติบ่าว"
"ไม่ว่าจิตวิญญาณของท่านจะเป็นผู้ใดมาจากไหน...ท่านคือผู้ที่อยู่ในร่างของคุณหนูสามในตอนนี้...และคือผู้ที่บ่าวจะขอติดตามรับใช้ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่"
สิ้นเสียงนั้น ชิงเหลียนก็ก้มศีรษะลงจรดพื้น พร้อมกับเปลี่ยนคำเรียกขานที่แสดงถึงการยอมรับอย่างสมบูรณ์แบบ
"ต่อจากนี้ไป...ชีวิตของชิงเหลียน...เป็นของ นายหญิง เจ้าค่ะ"
คำประกาศที่หนักแน่นนั้นทำให้จิตสังหารของซ่งหว่านเอ๋อร์สลายไปในทันที นางมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน...ความรู้สึกที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง
ความภักดี...ที่ไม่ได้เกิดจากยาพิษหรือการควบคุม...แต่เกิดจากความสมัครใจ...
ซ่งหว่านเอ๋อร์ก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะยื่นมือไปประคองร่างของชิงเหลียนให้ลุกขึ้นยืน
"ดี" นางเอ่ยขึ้นสั้นๆ "จำคำพูดของเจ้าไว้ให้ดี ชิงเหลียน...เส้นทางที่ข้าเดินนั้นอันตรายและเต็มไปด้วยเงามืด หากเจ้าเลือกที่จะเดินไปกับข้าแล้ว...ก็จะไม่มีวันหันหลังกลับได้อีก"
"บ่าวเข้าใจดีเจ้าค่ะนายหญิง" ชิงเหลียนตอบรับอย่างมั่นคง แววตาของนางไม่ได้มีเพียงความภักดีอีกต่อไป แต่ยังมีประกายแห่งความตื่นเต้นที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับเบาๆ นางตบลงบนไหล่ของชิงเหลียนแผ่วเบา เป็นการยอมรับที่ไร้ซึ่งคำพูด
ในที่สุด...ในโลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้...นางก็ได้พบกับ "คนของตัวเอง" อย่างแท้จริงคนแรก
ค่ำคืนนั้น ในห้องใต้ดินของร้านร้อยสิ่งสารพัดที่บัดนี้กลายเป็นฐานบัญชาการลับ ซ่งหว่านเอ๋อร์ได้เรียกประชุม "หน่วยปฏิบัติการพิเศษ" ของนางอีกครั้ง
พี่น้องสามอสรพิษยืนรอรับคำสั่งอยู่เบื้องหน้านางด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความขุ่นแค้นและหยิ่งผยองได้สลายไปจนหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความนอบน้อมและความยำเกรงที่มาจากใจจริง พวกเขาได้ประจักษ์แล้วว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่แค่ผู้ควบคุมชีวิตของพวกเขา...แต่นางคือปีศาจเจ้าแผนการที่มองทะลุทุกสิ่ง เฮ่อเฟิงได้ติดตามนางไปทำภารกิจและเล่าให้พี่น้องของพวกเขาฟัง ก็ทำให้เปิดโลกในหัวที่โง่งม จนมองนางเป็นเหมือนลูกพี่คนสำคัญ
"รายงานผลการสืบข่าวจากงานประมูลมา" ซ่งหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
เฮ่อป้าเทียนในฐานะพี่ใหญ่ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะรายงานอย่างฉะฉาน "ขอรับนายหญิง จากการเฝ้าสังเกตการณ์และรวบรวมข้อมูลตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีของสองชิ้นที่น่าสนใจที่สุดในการประมูลครั้งนี้"
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อรวบรวมความคิด "ชิ้นแรกคือ 'หญ้าโหยหวน' ขอรับ มันถูกประมูลไปในราคาสูงถึงห้าหมื่นตำลึงทอง"
ซ่งหว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ของจากหุบเขาหมื่นพิษสินะ"
"ถูกต้องขอรับนายหญิง!" เฮ่อป้าเทียนมีแววทึ่งที่นางรู้ได้ในทันที "มันเป็นสมุนไพรพิษที่มีเพียงหุบเขาหมื่นพิษเท่านั้นที่รู้วิธีการปลูกและควบคุมฤทธิ์ของมันได้ ว่ากันว่าพิษของมันไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตในทันที แต่จะแทรกซึมเข้าไปทำลายประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างช้าๆ ทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว และสุดท้ายก็จะทำให้คนเสียสติไปอย่างสมบูรณ์แบบ"
"แล้วชิ้นที่สองเล่า?"
"คือโอสถล้ำค่าจากตระกูลถังแห่งซีฉู่...'ยาแก้พิษพันแปด' ขอรับ" เฮ่อตี้สิงเป็นผู้กล่าวเสริม "โอสถชุดนี้มีเพียงสามเม็ด แต่กลับถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหนึ่งแสนตำลึงทอง! สรรพคุณของมันคือสามารถถอนพิษได้เกือบทุกชนิดในใต้หล้า และยังช่วยชำระไขกระดูก เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับได้ด้วย เป็นโอสถในตำนานที่หลอมขึ้นมาได้ยากยิ่งนัก"
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับช้าๆ นิ้วเรียวของนางเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ ขณะที่สมองกำลังประมวลผลข้อมูล
หุบเขาหมื่นพิษ...ตระกูลถัง...สองขั้วอำนาจฝ่ายอธรรมที่เชี่ยวชาญด้านพิษและอาวุธลับ...มักจะแข่งขันกันสร้างพิษและยาถอนพิษเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายอยู่เสมอ...
นางคิดในใจ พร้อมกับรอยยิ้มที่มองไม่เห็น
'หญ้าโหยหวน'...พิษที่ไม่ได้ฆ่าคน แต่ทำลายสติสัมปชัญญะ...นี่คืออาวุธที่สมบูรณ์แบบสำหรับสายลับอย่างข้า...มันมีประโยชน์ในการสร้างความวุ่นวาย, สร้างแพะรับบาป, หรือแม้แต่ใช้ในการสอบสวนโดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว...
'ส่วนยาแก้พิษพันแปด'...มันไม่ใช่แค่ยาถอนพิษ...แต่คือชีวิตสำรอง คือเครื่องมือในการซื้อใจยอดฝีมือ และคือยาวิเศษที่จะยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกายข้าให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น...
นางตัดสินใจได้ในทันที ของสองสิ่งนี้...นางต้องได้มา!
"สืบได้หรือไม่ว่าใครคือผู้ที่ประมูลของสองชิ้นนี้ไป?" นางเงยหน้าขึ้นถาม
"สืบได้ขอรับ!" เฮ่อป้าเทียนตอบทันที "หญ้าโหยหวนถูกประมูลไปโดย 'พยัคฆ์หน้าหยก' รองหัวหน้าพรรคเสือดำซึ่งเป็นพรรคสาขาของพรรคมารอัคคี ส่วนยาแก้พิษพันแปด...ตกอยู่ในมือของ 'คหบดีหวัง' พ่อค้าอาวุธรายใหญ่จากเมืองไห่หลิงขอรับ"
"ดีมาก" ซ่งหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน "ข้ามีภารกิจใหม่ให้พวกเจ้า...ภารกิจที่จะพิสูจน์ความภักดีของพวกเจ้าอย่างแท้จริง"
นางสบตากับพวกเขาทั้งสามคน "ข้าต้องการของทั้งสองอย่าง...โดยที่เจ้าของเดิมต้องไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาไป"
คำสั่งนั้นทำให้สามพี่น้องต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ! นี่คือการสั่งให้พวกเขาไปขโมยของจากพรรคมารอัคคีและพ่อค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพล! มันคือภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ!
แต่เมื่อเห็นสายตาที่เรียบเฉยแต่แฝงด้วยอำนาจเด็ดขาดของนายหญิง พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านแม้แต่คำเดียว
"เฮ่อป้าเทียน, เฮ่อตี้สิง" นางสั่งการ "พวกเจ้าสองคนรับผิดชอบภารกิจนี้ร่วมกัน วางแผน, สืบหาที่เก็บของ, และหาโอกาสที่เหมาะสมที่สุดในการลงมือ ข้าให้เวลาพวกเจ้าเจ็ดวัน"
"ส่วนเจ้า...เฮ่อเฟิง" นางหันไปทางน้องเล็ก "เจ้ายังคงทำหน้าที่ติดตามข้าต่อไป และคอยเป็นผู้ประสานงานระหว่างข้ากับพี่ชายของเจ้า"
"รับทราบคำสั่ง...นายหญิง!" สามอสรพิษประสานเสียงอย่างหนักแน่น ความกลัว...ได้แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จเพื่อแลกกับชีวิตของตนเองแล้ว
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
กระดานหมากในเมืองชิงซี...ได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งแล้ว...และครั้งนี้...หมากของนางกำลังจะรุกเข้าไปในแดนของอสูรร้ายที่แท้จริง
◆ ─── ◆