ตอนที่ 32
ตอนที่ 32 ปีกาสีดำและปีกแห่งรัตติกาล
สามวันหลังจากที่เฟิงเฉินหนานต้องลิ้มรสความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิต...
ในห้องลับใต้ร้านร้อยสิ่งสารพัดที่บัดนี้กลายเป็นฐานบัญชาการชั่วคราวของซ่งหว่านเอ๋อร์ในเมืองชิงซี บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบและความจริงจัง เด็กหนุ่มผู้มีแววตาฉลาดเฉลียวและเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบราวกับหนู...เหล่าซู่...กำลังคุกเข่ารายงานสถานการณ์ต่อนายหญิงของเขา
"เรียนนายหญิง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม "บ่าวได้นำกำลังคนชุดแรกมายังเมืองชิงซีและจัดตั้งที่พักพิงเรียบร้อยแล้วขอรับ ส่วนข่าวจากเมืองหลวง...อาการของท่านแม่ทัพยังคงทรงตัว ไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่แย่ลง ฮูหยินใหญ่ยังคงเศร้าโศกเสียใจตามปกติ และไม่มีผู้ใดสงสัยในตัวคุณหนูสามเลยแม้แต่น้อยขอรับ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับช้าๆ ข้อมูลทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แผนการของนางกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากสั่งการต่อ สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นนกพิราบตัวหนึ่งร่อนลงจอดที่ชายคาของอาคารฝั่งตรงข้าม...อาคารที่เป็นที่ตั้งสาขาย่อยของหอลิขิตฟ้า
ภาพนั้นจุดประกายความคิดในหัวของนางขึ้นมาทันที
"เหล่าซู่" นางเอ่ยขึ้น "หอข่าวสารสกุณาของเรายังพึ่งพาการส่งข่าวโดยคน...มันช้าและเสี่ยงเกินไป"
"แต่...นั่นคือวิธีที่เร็วที่สุดแล้วนะขอรับ" เหล่าซู่ตอบอย่างไม่เข้าใจ
"ไม่ใช่" นางส่ายหน้า "วิธีที่เร็วที่สุดคือการใช้ท้องฟ้า...แต่เราจะไม่ใช้นกพิราบ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างพลางอธิบายต่อ "นกพิราบคือเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็มีจุดอ่อนมากเกินไป มันเด่นชัดเกินไปจนตกเป็นเป้าได้ง่าย สามารถถูกดักจับระหว่างทางได้ หรือแม้แต่ถูกนกล่าเหยื่ออย่างเหยี่ยวโจมตี...เครือข่ายของเราต้องเหนือกว่านั้น"
นางหันกลับมาสบตากับเหล่าซู่ ดวงตาของนางทอประกายลึกล้ำ "เราจะใช้นกที่ไม่มีใครคาดคิด...ในยามกลางวัน เราจะใช้ อีกา และในยามราตรี เราจะใช้ นกเค้าแมว"
เหล่าซู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"อีกาฉลาดและปรับตัวเก่ง ไม่มีใครสงสัยมัน" นางกล่าวต่อ "ส่วนนกเค้าแมวคือเจ้าแห่งรัตติกาล มันบินได้เงียบกริบและแข็งแกร่งกว่านกพิราบหลายเท่า...และที่สำคัญที่สุด...นกทั้งสองชนิดนี้สามารถล่าหรือขับไล่นกพิราบได้...นี่ไม่ใช่แค่การส่งสาร แต่มันคือการควบคุมน่านฟ้าแห่งข่าวกรอง"
ภาพความทรงจำในชาติก่อนผุดขึ้นมาในหัวของนาง...ภาพของตนเองในคราบของนักสัตววิทยาอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยในลอนดอน ภารกิจในครั้งนั้นคือการแฝงตัวเข้าไปในสถาบันวิจัยทางทหารเพื่อขโมยข้อมูลลับสุดยอด นางไม่ได้เพียงแค่แสดงละคร...แต่นางใช้เวลาหลายปีศึกษาพฤติกรรมสัตว์อย่างลึกซึ้ง ทำการทดลองและสร้างทฤษฎีการฝึกสัตว์เพื่อใช้ในภารกิจจารกรรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด...และมันก็สำเร็จ
"การฝึกพวกมันต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิด" ซ่งหว่านเอ๋อร์เริ่มอธิบายขั้นตอนการฝึกที่เหนือจินตนาการของคนในยุคนี้ให้เหล่าซู่ฟัง
"หนึ่ง: การสร้างความผูกพัน เราต้องหาลูกนกที่เพิ่งฟักออกจากไข่ ผู้ฝึกจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่มันเห็น จะต้องป้อนอาหารให้มันด้วยมือทุกมื้อ สร้างความผูกพันให้นกคิดว่าผู้ฝึกคือพ่อแม่และฝูงของมัน นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด"
"สอง: การเชื่อมโยงกับสัญญาณ ทุกครั้งที่ป้อนอาหาร จะต้องส่งสัญญาณเฉพาะตัวที่เลียนแบบได้ยาก เช่น การผิวปากด้วยท่วงทำนองสั้นๆ ที่ซับซ้อน หรือการใช้ 'นกหวีดไร้เสียง' ที่มีคลื่นความถี่ที่คนทั่วไปไม่ได้ยินแต่สัตว์ได้ยินชัดเจน พร้อมกันนั้น ผู้ฝึกทุกคนจะต้องพกถุงหอมที่มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครติดตัวไว้เสมอ นกจะเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยง 'สัญญาณเสียง' และ 'สัญญาณกลิ่น' นี้เข้ากับความปลอดภัยและรางวัล"
"สาม: การฝึกเส้นทางและสถานีพักพิง เราไม่ได้ฝึกให้นกบินไปหาคน แต่ฝึกให้มันบินจาก 'สถานี' หนึ่งไปยังอีก 'สถานี' หนึ่ง เราจะสร้างสถานีลับซึ่งเป็นกรงนกขนาดเล็กไว้ตามเมืองต่างๆ แต่ละสถานีจะมีผู้ฝึกพร้อม 'สัญญาณ' ประจำตัวคอยอยู่ การฝึกจะเริ่มจากระยะใกล้ๆ...จากในห้องสู่สวน...จากหลังคาสู่หลังคา...และข้ามเมืองในที่สุด ทุกครั้งที่มันไปถึงสถานีเป้าหมาย มันจะได้รับรางวัลเป็นอาหารที่ดีที่สุด...มันจะเรียนรู้ว่าการบินตามเส้นทางนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวมันเอง"
"และสุดท้าย...การฝึกต่อต้านการสกัดกั้น " ดวงตาของนางเปล่งประกายอย่างเย็นชา "อีกาและนกเค้าแมวเป็นสัตว์นักล่าโดยธรรมชาติ เราจะใช้สัญชาตญาณนั้นให้เป็นประโยชน์ ในสถานีของเราจะมีนกพิราบที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรงให้พวกมันเห็น เมื่อใดที่อีกาหรือนกเค้าแมวของเราเห็นนกพิราบตัวอื่นบินอยู่บนท้องฟ้าระหว่างทาง...สัญชาตญาณจะบอกให้มันขับไล่หรือสังหาร 'คู่แข่ง' เหล่านั้นทิ้งเสีย...นี่คือการทำลายเครือข่ายสายข่าวของศัตรูไปในตัว"
เหล่าซู่ฟังคำอธิบายทั้งหมดด้วยความทึ่งจนอ้าปากค้าง...นี่ไม่ใช่แค่การฝึกนก...แต่มันคือการสร้างกองทัพจารชนเวหาที่น่าสะพรึงกลัว!
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองปฏิกิริยาของเขาอย่างพึงพอใจ "เจ้าคือหัวหน้าหอข่าวสารสกุณา...ข้าจะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดนี้ให้แก่เจ้า และเจ้าต้องไปถ่ายทอดต่อให้แก่คนที่ไว้ใจได้ที่สุดของเราอีกที"
นางยื่นม้วนกระดาษเปล่าและพู่กันให้เขา "จดจำทุกอย่างที่ข้าสอน...และเริ่มงานได้ทันที ภารกิจแรกของเจ้า...คือการจัดหาลูกอีกาและลูกนกเค้าแมวให้ได้มากที่สุด...โครงการ 'ปีกาสีดำและปีกแห่งรัตติกาล' ของเรา...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ข้าคาดว่าแผนการนี้จะลงตัวผ่านในปีกว่าๆ"
เหล่าซู่รับคำสั่งด้วยหัวใจที่พองโตและเต็มไปด้วยความภักดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้กำลังรับใช้คุณหนูสามผู้เปราะบางอีกต่อไป...แต่กำลังรับใช้ราชินีแห่งเงาผู้มีสติปัญญาล้ำลึกจนน่าหวาดหวั่น...และเขาก็พร้อมจะสร้างกองทัพเวหาที่น่าเกรงขามที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ขึ้นมาเพื่อนาง
ผ่านไปหนึ่งวัน
ภายใน "ร้านร้อยสิ่งสารพัด" ที่บัดนี้ได้ปิดป้าย "ปรับปรุงกิจการ" แขวนไว้ที่หน้าประตู บรรยากาศไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบภายใต้คำสั่งของนายหญิงคนใหม่
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่กลางร้าน โดยมี เหลียงคัง อดีตเจ้าของร้านที่บัดนี้กลายเป็นผู้จัดการผู้ภักดี และ ชิงเหลียน สาวใช้คนสนิทที่รับหน้าที่เป็นผู้ช่วย ยืนรอรับคำสั่งอยู่ข้างกายนาง
"ท่านเหลียง, ชิงเหลียน" ซ่งหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ร้านนี้จะไม่ใช่ร้านร้อยสิ่งสารพัดที่ขายของจับฉ่ายอีกต่อไป...แต่มันจะเป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับชาวยุทธที่ล้ำสมัยที่สุดในแคว้นเยว่"
นางกางม้วนกระดาษสาหลายแผ่นที่นางร่างขึ้นเองลงบนโต๊ะ เผยให้เห็นภาพวาดการออกแบบที่คนในยุคนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน
"เราจะเริ่มจากอุปกรณ์พื้นฐาน...แต่อุปกรณ์ของเราจะไม่เหมือนใคร"
นางชี้ไปที่ภาพวาดชิ้นแรก "นี่คือ กระเป๋าสะพายหนัง คนส่วนใหญ่ในตอนนี้ใช้ห่อผ้า, ตะกร้า หรือหีบไม้ ซึ่งไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย กระเป๋าของเราจะทำจากหนังฟอกอย่างดี มีสายสะพายที่ปรับระดับได้ มีช่องเก็บของด้านในแยกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญ...มีตัวล็อคที่ทำจากโลหะเพื่อป้องกันการถูกขโมย"
นางเลื่อนไปยังภาพต่อไป "นี่คือ รองเท้า...รองเท้าหนังธรรมดาจะถูกออกแบบให้เข้ารูปและมีพื้นรองเท้าที่หนาแต่นุ่มนวล เหมาะกับการเดินทางไกล ส่วนนี่..." นางชี้ไปยังภาพรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อ "คือรองเท้าสำหรับใช้ในองค์กรของเรา มันถูกออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบและปกป้องข้อเท้าได้อย่างดีเยี่ยม"
นางคลี่ภาพชุดเดินทางออกมา "เสื้อผ้า...เราจะใช้ผ้าที่ทนทานที่สุด มีช่องเก็บของลับซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ ที่คาดไม่ถึง และทุกช่องจะมี กระดุมไม้ ปิดอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันของตกหล่นระหว่างการต่อสู้"
เหลียงคังและชิงเหลียนมองภาพวาดเหล่านั้นด้วยความทึ่ง...มันคือสิ่งของที่ดูเรียบง่าย แต่กลับถูกออกแบบโดยคำนึงถึง "ประโยชน์ใช้สอย" ในระดับที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
"เป้าหมายของเราคือการสร้างองค์กรสายลับและนักฆ่าที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด" ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าวต่ออย่างไม่ปิดบังคนสนิททั้งสอง "แต่เราจะยังไม่หาคน...เราจะเริ่มจาก อุปกรณ์ ก่อน เมื่อเรามีอุปกรณ์ที่ดีที่สุด คนที่ดีที่สุดก็จะตามมาเอง"
นางหันไปทางเหลียงคัง "ท่านเหลียง ภารกิจของท่านคือการจัดหาช่างฝีมือ...แต่มีเงื่อนไข"
ดวงตาของนางฉายแววเฉียบคม "จงจ้างพวกเขาแยกกัน...ช่างเย็บหนังให้เย็บแค่ตัวกระเป๋าตามแบบ, ช่างทำพื้นรองเท้าให้ทำแค่พื้น, ช่างตัดเย็บให้เย็บแค่ตัวเสื้อ...ห้ามให้ช่างคนใดคนหนึ่งเห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดโดยเด็ดขาด ชิ้นส่วนทั้งหมดจะถูกส่งมาประกอบในขั้นตอนสุดท้ายที่นี่...ที่ซึ่งเราควบคุมได้แต่เพียงผู้เดียว นี่คือวิธีป้องกันการลอกเลียนแบบ"
"ขอรับนายหญิง!" เหลียงคังรับคำอย่างหนักแน่น เขาทึ่งในความรอบคอบของนางอย่างสุดหัวใจ
"ส่วนเรื่องโอสถ..." นางหยิบตำรับยาที่เขียนด้วยลายมือของนางเองออกมา "ให้ท่านจัดหาคนบดและผสมสมุนไพรตามสูตรนี้...แต่ ส่วนผสมสุดท้าย ที่เป็นหัวใจของยา...ข้าจะเป็นผู้ใส่ลงไปเอง"
ในจังหวะนั้นเอง ร่างของบุรุษสามคนในชุดสีเข้มก็ปรากฏตัวขึ้นในร้านอย่างเงียบกริบ...พี่น้องสามอสรพิษนั่นเอง
ซ่งหว่านเอ๋อร์หันไปเผชิญหน้ากับพวกเขา "พวกเจ้ามาได้เวลาพอดี ข้ามีหน้าที่ใหม่จะมอบให้"
เฮ่อป้าเทียน, เฮ่อตี้สิง, และเฮ่อเฟิง ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
"เฮ่อป้าเทียน" นางสั่งการ "นับแต่นี้ไป ท่านคือหัวหน้าผู้ดูแลความปลอดภัยของฐานการผลิตทั้งหมดของเราที่นี่ ข้าไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดหรือมีหนูสกปรกเล็ดลอดเข้ามา"
"เฮ่อตี้สิง" นางหันไปทางคนรอง "ท่านคือผู้ประสานงาน จัดหาววัตถุดิบที่หายากตามที่ข้าต้องการ และสืบข่าวความเคลื่อนไหวทางการค้าของคู่แข่ง โดยเฉพาะหุบเขาหมื่นพิษและตระกูลถัง"
"และเฮ่อเฟิง...เจ้ายังคงทำหน้าที่ผู้ติดตามส่วนตัวของข้าต่อไป"
"รับทราบคำสั่ง...นายหญิง!" ทั้งสามตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางหยิบถุงเงินหลายใบที่เตรียมไว้ออกมา โยนให้แต่ละคน...รวมถึงเหลียงคังและชิงเหลียนด้วย
"นี่คือเงินเดือนสำหรับเดือนแรกของพวกเจ้าทุกคน" นางกล่าวเรียบๆ "ความภักดีต้องได้รับการตอบแทน...ทำงานให้ดี แล้วพวกเจ้าจะได้รับรางวัลที่มากกว่านี้...แต่หากใครคิดทรยศ...ก็จงนึกถึงชะตากรรมของอั๋วตู่เหอให้ดี"
คำพูดที่ทั้งปลอบและขู่ในประโยคเดียวกันนั้น ทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความมั่นคงอย่างประหลาด...นายหญิงผู้นี้เลือดเย็น...แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งคนของตนเอง
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองภาพทีมงานชุดแรกของนางที่กำลังแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ด้วยสายตาที่เรียบเฉย
รากฐานในเมืองชิงซี...ได้ถูกวางลงแล้ว
◆ ─── ◆