ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 ส่งภารกิจ
แล้วก็มาอีกวันของภารกิจ
...ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงในชุดดำรัดกุมลอบเร้นเข้าไปในเหมืองที่เงียบสงัดราวกับปากอสูร พวกเขาหลบหลีกยามตรวจการณ์และมุ่งหน้าสู่ "เขตต้องห้าม" ที่ได้ข้อมูลมา
เมื่อไปถึง ทางเข้าอุโมงค์นั้นมีผู้คุมฝีมือดีสองคนเฝ้าอยู่ ซ่งหว่านเอ๋อร์จัดการทำให้พวกเขาสลบไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบด้วยเข็มเงินเคลือบยาสลบ
เมื่อเข้าไปในอุโมงค์ต้องห้าม พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงไอพิษที่หนาแน่นกว่าข้างนอกหลายเท่า ในที่สุด...พวกเขาก็เห็นต้นตอของทุกสิ่ง...สายแร่สีแดงเข้มประหลาดที่เปล่งประกายจางๆ ในความมืด มันฝังตัวอยู่ในผนังหินราวกับเส้นเลือดของอสูร
"แร่โลหิตอสูร..." เฮ่อเฟิงพึมพำด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว "ไอพิษของ 'แร่อสูรดับชีพจร' ถูกปล่อยออกมาจากมันนี่เอง"
ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้า นางกำลังกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ อย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ที่สายแร่ แต่คือสภาพแวดล้อมทั้งหมด ทันใดนั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดกับบางสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
"เฮ่อเฟิง...ดูนั่น" นางชี้ไปยังผนังถ้ำที่อยู่ใกล้กับสายแร่โลหิตอสูร
บนผนังหินที่ควรจะว่างเปล่าและถูกไอพิษกัดกร่อน กลับมี "เห็ดราสีเทา" ลักษณะคล้ายเกล็ดปลากำลังขึ้นเกาะอยู่อย่างหนาแน่น มันดูไม่สะดุดตา แต่การที่มันสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรงเช่นนี้...คือความผิดปกติที่ใหญ่หลวงที่สุด!
"ก็แค่เห็ดราธรรมดา..." เฮ่อเฟิงกล่าวอย่างไม่แน่ใจ "แต่...ทำไมมันถึงขึ้นใกล้กับแร่โลหิตอสูรได้?"
"ในศาสตร์แห่งพิษและโอสถ" ซ่งหว่านเอ๋อร์อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ทุกสิ่งมีด้านตรงข้าม...ที่ใดมีพิษร้าย ที่นั่นย่อมมีสมุนไพรแก้พิษอยู่ไม่ไกล...นี่คือสมดุลของธรรมชาติ"
นางเดินเข้าไปใกล้ ใช้มีดสั้นค่อยๆ ขูดเอาเห็ดราสีเทานั้นออกมาจำนวนหนึ่งอย่างระมัดระวัง ห่อมันไว้ในผ้าสะอาดอย่างดี "เราได้สิ่งที่น่าจะเป็น 'ยาถอนพิษ' แล้ว...ตอนนี้เหลือแค่หาตัว 'คนร้าย' เท่านั้น"
ทั้งสองล่าถอยออกจากอุโมงค์อย่างเงียบเชียบ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือเรือนพักที่ใหญ่ที่สุดในเหมือง...ที่พักของเหล่าหัวหน้าคนงาน
พวกเขาซ่อนตัวอยู่บนหลังคาโรงครัวที่มืดสนิท และก็ได้ยินบทสนทนาที่ดังลอดออกมาจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
"ให้ตายสิ! เมื่อไหร่ท่าน อาวุโส ต่วนเจียงไห่ จะมาถึงสักทีวะ?" หัวหน้าหวังทุบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด "ข้าไม่อยากจะรับผิดชอบเรื่องคนงานที่ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวันแล้วนะ!"
"ใจเย็นน่า...ตราบใดที่ท่าน รองเสนาบดีอั๋วตู่เหอ ที่เมืองหลวงยังคอยปิดข่าวให้เราอยู่ จะกลัวอะไร?" ผู้คุมอีกคนกล่าวปลอบ
บทสนทนาของเหล่าผู้คุมได้เปิดโปงความจริงทั้งหมดออกมา...รองเสนาบดีกรมโยธา อั๋วตู่เหอ เป็นผู้ชักใยเบื้องหลัง โดยมี อาวุโส ต่วนเจียงไห่ แห่งหอการค้าพยัคฆ์ทองคำเป็นผู้จัดการหน้างาน เพื่อลักลอบขุดแร่ "โลหิตอสูร" อย่างลับๆ!
เมื่อได้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายมาแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ให้สัญญาณแก่เฮ่อเฟิง ทั้งสองล่าถอยกลับไปยังโรงเตี๊ยมอย่างเงียบกริบ
นางใช้เวลาที่เหลือของค่ำคืนนั้นในการวิเคราะห์และทดลองเห็ดราสีเทาจนได้ข้อสรุป...มันคือยาถอนพิษที่แท้จริง! เมื่อนำไปต้มกับสมุนไพรพื้นบ้านอีกสองสามชนิด ก็จะสามารถสลายพิษของแร่อสูรดับชีพจรได้อย่างสมบูรณ์!
หลักฐาน...คนร้าย...แรงจูงใจ...และวิธีแก้ไข...ทุกอย่างอยู่ในกำมือของนางแล้ว
"นายหญิง...เราจะจัดการพวกมันเลยหรือไม่?" เฮ่อเฟิงถามด้วยแววตาอำมหิต
ซ่งหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา "เหตุใดเราต้องลงมือให้มือเปื้อนเลือดด้วยตนเอง?"
นางนั่งลงและเริ่มเขียนรายงานอย่างละเอียด...รายงานที่จะส่งไปยัง "หอลิขิตฟ้า"
นางเขียนทุกอย่างที่ค้นพบ...การสมรู้ร่วมคิดระหว่างรองเสนาบดีอั๋วตู่เหอและอาวุโสต่วนเจียงไห่...เรื่องการลักลอบขุดแร่โลหิตอสูร...และที่สำคัญที่สุด...นางได้แนบตัวอย่างแร่พิษ, ตัวอย่างเห็ดราถอนพิษ, และ "ตำรับยา" ที่นางคิดค้นขึ้นเองไปด้วย
นางยื่นม้วนรายงานที่ปิดผนึกอย่างดีให้แก่เฮ่อเฟิง
"นำสิ่งนี้ไปมอบให้ผู้ดูแลสาขาหอลิขิตฟ้าในหมู่บ้าน" นางสั่งการ "บอกเขาว่า 'ไป๋ฉิงเซียง' ได้ทำภารกิจสืบสวนหาต้นตอของโรคประหลาด...เสร็จสิ้นแล้ว"
"ส่วนที่เหลือ...ไม่ใช่ธุระของเราอีกต่อไป"
นางมองออกไปนอกหน้าต่าง "หอลิขิตฟ้าได้รับภารกิจ...เมื่อพวกเขารู้ว่าเรื่องนี้พัวพันกับขุนนางระดับสูงและผลประโยชน์มหาศาล พวกเขาย่อมต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง...ปล่อยให้พยัคฆ์สองตัวกัดกันเอง...ส่วนเรา...ก็จะได้รับแต้มภารกิจและจากไปอย่างเงียบๆ"
เฮ่อเฟิงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงอย่างสุดหัวใจ...นี่คือการเดินหมากที่เหนือชั้นที่สุด!
วันรุ่งขึ้น รถม้าคันเดิมก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเหมืองหินดำอย่างเงียบเชียบ ทิ้งพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะโหมกระหน่ำไว้เบื้องหลัง
ซ่งหว่านเอ๋อร์ได้ทำตามสัญญา...นางได้ทำภารกิจของหอลิขิตฟ้าสำเร็จแล้ว...และตอนนี้...ก็ได้เวลาเดินทางกลับสู่เมืองชิงซี...เพื่อเริ่มแผนการขั้นต่อไปของนาง
เส้นทางขากลับสู่เมืองชิงซีนั้นแตกต่างจากขาไปอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดและเงียบงัน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบอีกรูปแบบหนึ่ง...ความเงียบที่เกิดจากความยำเกรงและความใคร่รู้
เฮ่อเฟิงไม่ได้ขี่ม้าตามหลังอย่างขุ่นแค้นอีกต่อไป แต่ขี่เคียงข้างในระยะที่เหมาะสม ในใจของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว
"นายหญิง..." เขาเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "เหตุใดท่านจึงมั่นใจว่าหอลิขิตฟ้าจะลงมือจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง? หากพวกเขากลัวอิทธิพลของรองเสนาบดีอั๋วตู่เหอเล่า?"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่กำลังหลับตาโคจรลมปราณอยู่บนหลังม้า ค่อยๆ ลืมตาขึ้น นางไม่ได้หันไปมองเขา แต่กลับตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับกำลังสอนสั่งศิษย์
"เพราะมันไม่ใช่เรื่องของความยุติธรรม...เฮ่อเฟิง...แต่มันคือเรื่องของ ชื่อเสียง และ ผลประโยชน์"
นางอธิบายต่อ "หอลิขิตฟ้าตั้งตนเป็นองค์กรอิสระที่ทรงอำนาจและเที่ยงธรรม บัดนี้สมาชิกระดับเงินของพวกเขาได้ทำภารกิจสำเร็จและเปิดโปงการทุจริตที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน หากหอฯ เพิกเฉยต่อรายงานชิ้นนี้...ชื่อเสียงที่สั่งสมมานับร้อยปีจะพังทลายลงในพริบตา จะไม่มีใครเชื่อมั่นในภารกิจของพวกเขาอีกต่อไป"
"และที่สำคัญยิ่งกว่า..." ดวงตาของนางทอประกายเย็นชา "แร่โลหิตอสูรคือขุมทรัพย์มหาศาล เจ้าคิดว่าหอลิขิตฟ้าจะยอมปล่อยให้หอการค้าพยัคฆ์ทองคำฮุบผลประโยชน์นี้ไปอย่างลับๆ หรือ? พวกเขาจะลงมือ...ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือคนงาน...แต่เพื่อทวงคืนผลประโยชน์ที่ 'ควรจะ' ถูกค้นพบและจัดการผ่านระบบของพวกเขา"
คำอธิบายของนางเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่เฮ่อเฟิง เขามองเห็นกระดานหมากที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม...สงครามไม่ได้สู้กันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังสู้กันด้วยข้อมูล, ชื่อเสียง, และความโลภ
...สองวันต่อมา ณ หอลิขิตฟ้า สาขาเมืองชิงซี
โถงหลักยังคงคึกคักไปด้วยชาวยุทธเช่นเคย แต่ในวันนี้ การปรากฏตัวของสตรีในชุดนักเดินทางและหมวกคลุมหน้ากลับทำให้เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ทุกคนจำนางได้...สตรีลึกลับที่ทำลายสถิติการทดสอบเมื่อหลายวันก่อน
ซ่งหว่านเอ๋อร์ หรือ "ไป๋ฉิงเซียง" เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ส่งมอบภารกิจอย่างไม่สนใจสายตาของใคร ซ่งจือหลูที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นว่าเป็นนางก็รีบยืนตรงและแสดงความเคารพทันที
"ข้า, ไป๋ฉิงเซียง, มาเพื่อส่งมอบภารกิจสืบสวนโรคประหลาด" นางกล่าวพร้อมกับยื่นม้วนสารภารกิจที่ประทับตราแล้วให้แก่เขา
ซ่งจือหลูรับม้วนสารมาด้วยสีหน้าที่แทบไม่เชื่อสายตา "ท่าน...ท่านทำภารกิจสำเร็จแล้วหรือขอรับ!? เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเท่านั้น! ปกติแล้ว...เราต้องรอการยืนยันจากสาขาย่อยก่อนจึงจะสามารถมอบรางวัลได้ขอรับ" เขากล่าวอย่างนอบน้อมแต่ก็เป็นไปตามกฎ
ในจังหวะที่เขากำลังจะอธิบายขั้นตอนต่อ...เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากหลังร้าน ในมือของเขาถือกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ที่มีตราประทับเร่งด่วนของหอฯ ติดอยู่
"ท่านซ่ง! นกพิราบด่วนพิเศษจากสาขาหมู่บ้านเหมืองหินดำ เพิ่งมาถึงขอรับ! เป็นรายงานด่วนที่สุด!"
ซ่งจือหลูมีสีหน้าประหลาดใจ เขารับกระบอกไม้ไผ่มาและรีบทำลายผนึกครั่งออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคลี่ม้วนกระดาษเล็กๆ ที่อยู่ภายในออกมาอ่าน
วินาทีต่อมา...ใบหน้าของซ่งจือหลูก็เปลี่ยนสีไปอย่างสิ้นเชิง!
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ไล่สายตาอ่านข้อความในรายงาน มือที่ถือม้วนบันทึกเริ่มสั่นเทา...ความตกตะลึง, ความไม่อยากจะเชื่อ, และความยำเกรงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"เปิดโปงการสมรู้ร่วมคิด...รองเสนาบดี...หอการค้าพยัคฆ์ทองคำ...ค้นพบยาถอนพิษ...เป็นไปได้อย่างไร!?" เขาเผลอพึมพำออกมาเสียงเบา
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองไป๋ฉิงเซียงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...มันไม่ใช่แค่ความนับถือในฝีมือ...แต่มันคือความยำเกรงต่อบุคคลที่สามารถคลี่คลายปริศนาที่สั่นสะเทือนแผ่นดินได้ในเวลาอันสั้น!
"ตะ...ตรวจสอบแล้ว...ภารกิจสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ!" เขากล่าวเสียงสั่น "ท่านได้รับ 800 แต้ม และรางวัลเงินสดหนึ่งพันตำลึงทองขอรับ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งโถง! ภารกิจระดับเงินที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ถูกสะสางลงในเวลาไม่กี่วัน! ชื่อของ "ไป๋ฉิงเซียง" ถูกสลักลึกลงไปในความทรงจำของชาวยุทธทุกคนในที่นั้นทันที
นางรับถุงเงินและป้ายหยกที่บันทึกแต้มใหม่แล้วกลับมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ท่าทีที่ไม่ยินดียินร้ายนั้นยิ่งเพิ่มความลึกลับน่าเกรงขามให้นางเป็นทวีคูณ
สามวันให้หลัง ณ โรงเตี๊ยมประตูมังกร
ข่าวสารได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองชิงซีราวกับพายุ...หอลิขิตฟ้าได้ส่งยอดฝีมือระดับสูงเข้าปิดล้อมเหมืองหินดำ! เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดกับกองกำลังของหอการค้าพยัคฆ์ทองคำ! รองเสนาบดีกรมโยธาถูกกักบริเวณเพื่อรอการไต่สวน! และชาวบ้านในหมู่บ้านเหมืองแร่ก็เริ่มหายจากอาการป่วยแล้วหลังจากได้รับยาถอนพิษสูตรพิเศษที่ "ยอดฝีมือลึกลับไป๋ฉิงเซียง" ค้นพบ!
ซ่งหว่านเอ๋อร์รับฟังรายงานทั้งหมดนี้จากเฮ่อป้าเทียนที่นางเรียกมาพบด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อเฮ่อป้าเทียนจากไป นางก็หันไปหาอาเฟยที่ยืนรออยู่
"เรื่องร้านร้อยสิ่งสารพัดเป็นอย่างไรบ้าง?"
"เรียบร้อยแล้วขอรับนายหญิง" อาเฟยรายงาน "ข้าน้อยได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดในนามของหอพันปัญญาแล้ว และอดีตเจ้าของร้านเหลียงคังก็พร้อมจะรับใช้นายหญิงทุกเมื่อขอรับ"
"ดี" ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้า ในที่สุดหมากตัวแรกในเมืองชิงซีก็ถูกวางลงบนกระดานอย่างมั่นคง "พรุ่งนี้...เราจะเริ่มการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด"
นางมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ลานเมฆาหยกยังคงคึกคักไปด้วยชาวยุทธ แต่นางไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป
แต้มภารกิจ...ชื่อเสียง...เงินทุน...และฐานที่มั่น...ทุกอย่างอยู่ในกำมือของนางแล้ว
เกมกระดานในเมืองชิงซี...ได้เริ่มขึ้นอย่างแท้จริง
◆ ─── ◆