พลิกชะตาสายลับข้ามภพ

ตอนที่ 5

ตอนที่ 5 ของขวัญ

เมื่อซ่งหว่านหนิงกลับไปแล้ว ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ซ่งหว่านเอ๋อร์นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ จ้องมองเศษไม้หอมเฉินเซียงและห่อปัวเหอสลับกันไปมา ในหัวของเธอกำลังประมวลผลแผนการลอบสังหารที่ซับซ้อนราวกับกำลังวางแผนแทรกซึมเข้าสู่ฐานทัพของศัตรู

นางไม่ได้วางแผนจะใช้ไม้หอมนี่เป็นส่วนผสมของยาพิษ กลิ่นที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของมันคือข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่ในฐานะ "ของขวัญ" และ "ตั๋วผ่านทาง" มันกลับสมบูรณ์แบบที่สุด

“ชิงเหลียน”

“เจ้าคะ คุณหนู”

“ไปเตรียมกล่องเครื่องเย็บปักถักร้อยมาให้ข้า พร้อมกับผ้าต่วนสีน้ำเงินเข้มผืนที่ดีที่สุด”

ชิงเหลียนเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ “คุณหนูจะลงมือทำถุงหอมด้วยตนเองเลยหรือเจ้าคะ ช่างน่าประทับใจจริงๆ! ท่านแม่ทัพต้องทรงภูมิใจมากแน่เจ้าค่ะ!”

ซ่งหว่านเอ๋อร์เพียงยิ้มรับบางๆ นางปล่อยให้สาวใช้คนสนิทเข้าใจไปเช่นนั้น ยิ่งทุกคนเห็นว่านางทุ่มเทให้กับ "ของขวัญ" ชิ้นนี้มากเท่าไหร่ ความสงสัยก็จะยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น

เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างถูกนำมาวางตรงหน้า ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ลงมือทำงานทันที

นิ้วมือเรียวขาวที่ดูบอบบางราวกับลำเทียนหยิบเข็มและเส้นไหมขึ้นมาด้วยความมั่นคงที่น่าเหลือเชื่อ ฝีเข็มของนางสม่ำเสมอและแม่นยำทุกฝีก้าว ไม่ใช่ความชำนาญของ (กุยซิ่ว - สตรีในห้องหอ) ที่ฝึกฝนเพื่อความเป็นกุลสตรี แต่เป็นความแม่นยำของสายลับที่ถูกฝึกฝนให้ทำภารกิจที่ต้องการสมาธิและทักษะการใช้มือขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปลดชนวนระเบิดหรือการประกอบปืนซุ่มยิงในความมืด

นางบรรจงปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นสีเงินลงบนผ้าต่วนสีน้ำเงินเข้มอย่างใจเย็น ขณะที่มือทำงาน สมองของนางก็ทบทวนแผนการอีกครั้ง

ขั้นที่หนึ่ง: สร้างตั๋วผ่านทาง — ถุงหอมใบนี้คือข้ออ้างชั้นดีในการเข้าพบท่านพ่อเป็นการส่วนตัวในห้องหนังสือของเขา

ขั้นที่สอง: เตรียมอาวุธ — นางเหลือบมองห่อปัวเหอ มันต้องถูกบดให้เป็นผงละเอียดที่สุดจนแทบมองไม่เห็นและไร้กลิ่นเมื่อเจือจางในปริมาณน้อย แต่ฤทธิ์ของมันเมื่อสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน จะค่อยๆ กัดกินพลังลมปราณและทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างช้าๆ ยากที่จะมีผู้ใดตรวจพบ

ขั้นที่สาม: ปฏิบัติการ — ในจังหวะที่บิดามัวแต่ชื่นชม "ของขวัญ" จากบุตรสาวผู้กตัญญู นางจะมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่จะเข้าใกล้ตู้ยาบำรุงและลงมือ

นางใช้เวลาตลอดบ่ายไปกับการเย็บปักและเตรียมการ เมื่อถุงหอมใบงามเสร็จสมบูรณ์ มันก็ดูงดงามไร้ที่ติ ลวดลายเมฆสีเงินบนพื้นผ้าสีน้ำเงินเข้มดูสูงส่งและทรงพลัง เมื่อบรรจุเศษไม้หอมเฉินเซียงเข้าไป กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ก็ฟุ้งกระจายออกมาอย่างน่าชื่นใจ

มันคือของขวัญที่สมบูรณ์แบบ...และเป็นฉากบังหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด

นางวางถุงหอมลงบนโต๊ะ ในขณะเดียวกัน มืออีกข้างหนึ่งก็หยิบกระดาษสาแผ่นเล็กๆ ขึ้นมา เทผงสีเขียวอ่อนที่นางแอบบดเตรียมไว้ลงไปอย่างระมัดระวัง ผงปัวเหอละเอียดราวกับฝุ่น ถูกห่อและพับเก็บอย่างแน่นหนาจนมีขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วก้อย ก่อนจะถูกซ่อนเข้าไปในรอยพับชั้นในสุดของแขนเสื้ออย่างแนบเนียน

บัดนี้ อาวุธและตั๋วผ่านทาง...พร้อมแล้ว

ซ่งหว่านเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นราวกับพยัคฆ์ที่พร้อมจะกระโจนออกจากที่ซ่อน เวลาแห่งการเตรียมการสิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาเริ่มการแสดงฉากสำคัญ

นางหันไปเรียกสาวใช้ที่รออยู่หน้าประตูด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

“ชิงเหลียน ไปแจ้งที่เรือนใหญ่...”

“...บอกว่าข้าทำของขวัญสำหรับท่านพ่อเสร็จแล้ว และจะนำไปมอบให้ท่านด้วยตนเอง”

สองเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินยาวที่ทอดสู่เรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวของซ่งหว่านเอ๋อร์ดูนุ่มนวลและสง่างามตามแบบฉบับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ดวงตาของนางกลับกวาดสำรวจทุกสิ่งรอบกายอย่างรวดเร็ว...ตำแหน่งของทหารยาม, เส้นทางของบ่าวไพร่, มุมอับของสายตา...ทั้งหมดถูกบันทึกและประมวลผลในสมองของยอดสายลับ

เมื่อมาถึงหน้าห้องหนังสือของบิดา นางก็พบกับท่านลุงฝู คนรับใช้เก่าแก่ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูตามที่ซ่งหว่านหนิงบอกไว้ไม่มีผิด

“คารวะคุณหนูสาม” ลุงฝูโค้งคำนับให้เล็กน้อย

“ข้ามาขอพบท่านพ่อ นำของมามอบให้ท่าน” นางกล่าวพร้อมกับชูถุงหอมในมือขึ้นเล็กน้อย

ลุงฝูมองถุงหอมใบงามก่อนจะพยักหน้ารับรู้และเข้าไปรายงาน ไม่นานนักเขาก็กลับออกมาและผายมือเชิญนางเข้าไปด้านใน

ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นหมึกและกระดาษเก่าอันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาปะทะจมูก ห้องหนังสือของแม่ทัพใหญ่ซ่งเจี๋ยโอ่อ่าและน่าเกรงขาม ชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน บนผนังแขวนดาบและทวนเล่มงาม บ่งบอกถึงอำนาจของผู้เป็นเจ้าของ ร่างสูงใหญ่ของบิดานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สลักตัวใหญ่ เขากำลังพิจารณาแผนที่การทหารม้วนหนึ่งอยู่

“คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”

ซ่งเจี๋ยเงยหน้าขึ้นจากม้วนแผนที่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมายังบุตรสาวของตน “มีธุระอันใด?”

“ข้าเห็นท่านพ่อทำงานหนักตรากตรำ จึงตั้งใจทำถุงหอมใบนี้ขึ้นมาด้วยตนเองเจ้าค่ะ” นางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางถุงหอมลงอย่างนอบน้อม “หวังว่ากลิ่นของไม้หอมเฉินเซียงจะช่วยให้ท่านพ่อผ่อนคลายได้บ้างเจ้าค่ะ”

ซ่งเจี๋ยหยิบถุงหอมขึ้นมาพิจารณา ฝีมือการเย็บปักนั้นประณีตงดงามเกินคาด เขาสูดกลิ่นหอมลึกเข้าไปก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “มีใจแล้ว”

คำชมสั้นๆ ที่ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่สำหรับคนอย่างซ่งเจี๋ย นั่นถือเป็นการยอมรับแล้ว เขาเหลือบมองบุตรสาวอีกครั้ง “เรื่องแต่งงาน...เตรียมใจพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”

คำถามที่แทงตรงมาเหมือนดาบ ซ่งหว่านเอ๋อร์หลุบตาลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาอันเย็นชาของตนไว้ “ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ท่านพ่อจะจัดการเจ้าค่ะ”

คำตอบที่แสดงถึงการยอมจำนนทำให้ซ่งเจี๋ยพึงพอใจ เขาต้องการบุตรสาวที่เชื่องและใช้เป็นเครื่องมือได้ ไม่ใช่คนที่คิดจะฆ่าตัวตายเพื่อต่อต้านเขา

และในจังหวะที่บิดาของนางหันกลับไปสนใจแผนที่บนโต๊ะอีกครั้ง ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เริ่มแผนการของนาง

ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตท่าน...แต่ท่านต้องชดใช้ที่ใช้ชีวิตของบุตรสาวเป็นเครื่องมือ

ท่านจะไม่ได้ตาย แต่จะไม่มีวันได้กุมอำนาจอีกต่อไป...ท่านจะได้นอนมองดูความทะเยอทะยานของท่านพังทลายลงจากบนเตียงนอนไปตลอดชีวิต

นางแสร้งทำเป็นเดินชมของประดับในห้อง ขยับเข้าไปใกล้ชั้นวางของที่อยู่ไม่ไกลจากตู้ยาบำรุงใบเล็กที่นางเล็งไว้

“อุ๊ย!”

นางแสร้งสะดุดขาตัวเองเล็กน้อย มือปัดไปโดนแท่นฝนหมึกจนมันหล่นลงพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง!’ หมึกสีดำกระเซ็นเปรอะพื้นไม้ขัดมัน

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะท่านพ่อ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” นางรีบร้อนคุกเข่าลงทำท่าจะเก็บกวาด

“ซุ่มซ่าม!” ซ่งเจี๋ยสบถอย่างหัวเสีย ลุงฝูที่อยู่หน้าประตูก็รีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์

จังหวะนี้เอง!

ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนหันไปสนใจกับแท่นฝนหมึกที่ตกแตก มือของซ่งหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้ตู้ยาที่สุดก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบยิ่งกว่าเงา นางไม่ได้เปิดฝาตู้ แต่ใช้นิ้วที่ซ่อนผงปัวเหอละเอียดไว้ใต้เล็บ ป้ายผงยานั้นไปที่ ขอบด้านในของประตูตู้ยา และ ลูกบิดลิ้นชัก ที่นางรู้ว่าเป็นที่เก็บโสมบำรุงประจำวัน

ผงยาที่ละเอียดจะเกาะติดอยู่ตรงนั้น ทุกครั้งที่มีการเปิด-ปิดตู้หรือลิ้นชัก แรงสั่นสะเทือนจะทำให้ผงยาเล็กน้อยร่วงหล่นลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ หรือติดไปกับมือของผู้ที่หยิบยา...ทีละน้อย...โดยไม่มีใครสังเกต

นางช่วยลุงฝูทำความสะอาดด้วยท่าทีลนลานและรู้สึกผิดสุดหัวใจ ซ่งเจี๋ยที่เห็นท่าทางไม่เอาไหนของบุตรสาวก็ได้แต่โบกมือไล่อย่างรำคาญ

ซ่งหว่านเอ๋อร์เดินออกจากห้องหนังสือของบิดาด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดเผือดจากการ "ตกใจ" แต่เมื่อลับหลังทุกคนแล้ว มุมปากของนางก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุด

เมล็ดพันธุ์ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว...จากนี้ไป...ก็แค่รอเวลาที่มันจะค่อยๆ งอกเงยขึ้นมา...ช้าๆ...แต่แน่นอน

◆ ─── ◆

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์