ตอนที่ 19
ตอนที่ 19 การเจรจา
หลังจากที่รถม้าของซ่งหว่านเอ๋อร์ได้ผ่านเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของชาวยุทธข้างทางแล้ว การเดินทางที่เหลือก็เป็นไปอย่างราบรื่น จนในที่สุด ขบวนของนางก็เดินทางมาถึงประตูเมืองชิงซีในยามบ่ายของวันต่อมา
เมืองชิงซีสมกับเป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์กว่าในเมืองหลวงอย่างเห็นได้ชัด แต่บรรยากาศบนท้องถนนกลับคึกคักและแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างน่าประหลาด ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยชาวยุทธที่พกพาอาวุธนานาชนิดเดินกันขวักไขว่ สายตาของแต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความระแวดระวัง
“อาเฟย หาโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองนี้” ซ่งหว่านเอ๋อร์สั่งการจากในรถม้า
นางรู้ดีว่าสถานที่ที่หรูหราที่สุด คือที่ที่ผู้มีอำนาจและข้อมูลมารวมตัวกัน
อาเฟยนำรถม้ามาหยุดลงที่หน้าโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่สามชั้นที่ชื่อว่า "โรงเตี๊ยมประตูมังกร" มันคือโรงเตี๊ยมที่โอ่อ่าและดูมีระดับที่สุดในเมืองนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อนางก้าวเข้าไปในโถงชั้นล่าง ก็พบว่ามันเต็มไปด้วยชาวยุทธจากหลากหลายสำนักและกลุ่มกองกำลัง พวกเขานั่งจับกลุ่มดื่มสุราและพูดคุยกันเสียงดัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน
ซ่งหว่านเอ๋อร์ในคราบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้เท่าใดนัก เลือกโต๊ะในมุมที่สงบที่สุด นางนั่งลงอย่างสง่างาม โดยมีชิงเหลียนยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย
เป้าหมายของนางในตอนนี้คือการหาข่าวสารที่แน่นอนเกี่ยวกับงานชุมนุมในวันพรุ่งนี้ ทั้งเรื่องสถานที่และบุคคลที่น่าจับตามอง และดูเหมือนว่าสวรรค์จะเป็นใจให้แก่ผู้ที่เตรียมพร้อมเสมอ...
โต๊ะข้างๆ นาง มีกลุ่มหนุ่มสาวสี่คนนั่งอยู่ พวกเขาสวมอาภรณ์สีฟ้าครามปักลายทวนไขว้ อันเป็นสัญลักษณ์ของ พรรคตระกูลหลิว หนึ่งในสิบสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ และพวกเขาก็กำลังพูดคุยถึงเรื่องที่นางต้องการรู้อยู่พอดี
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ว่าปีนี้สถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักจะจัดขึ้นที่ 'ลานเมฆาหยก' กลางเมือง ส่วนการประลองยุทธ์จะจัดขึ้นที่ 'ลานประลองวีรบุรุษ' นอกประตูทิศตะวันตก” ศิษย์พี่หญิงคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“ข้าอยากจะไปดู 'ทวนคลั่ง' หลิวเฟิง ศิษย์พี่ใหญ่ของเราให้ได้เลย!” ศิษย์น้องชายคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น “ได้ยินว่าเพลงทวนของท่านรวดเร็วและดุดันจนน่ากลัว!”
“ข้ากลับสนใจ 'ภูตน้อย' กู่หลิง จากหุบเขาหมื่นพิษมากกว่า” ศิษย์พี่หญิงอีกคนกล่าวพลางทำหน้าขนลุก “ได้ยินว่ายาพิษของนางแปลกประหลาดจนคนตายยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ”
“พูดถึงเรื่องพิษ...แล้วพวกสามอสรพิษนั่นเล่า? ข้าได้ยินว่าพวกมันปากดีว่าจะมาท้าทายหุบเขาหมื่นพิษในปีนี้”
“ฮึ่ม! พวกตัวตลกสามตัวนั่นน่ะรึ?” ศิษย์น้องชายหัวเราะเยาะ “เทียบไม่ได้กับยอดฝีมือที่แท้จริงหรอกน่า! เรื่องที่น่าสนใจจริงๆ คือ...ปีนี้ 'คุณชายหน้ากากหยก' จะปรากฏตัวขึ้นหรือไม่? ไม่มีใครเห็นเขามาหลายเดือนแล้ว!”
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า แต่มือที่อยู่ใต้โต๊ะของนางกำลังจดบันทึกทุกอย่างลงในความทรงจำ
สถานที่...บุคคลที่น่าจับตามอง...และประเด็นร้อนในยุทธภพ...ทั้งหมดอยู่ในกำมือของนางแล้ว
นางหันไปสั่งการชิงเหลียนให้ไปเปิดห้องพักที่ดีที่สุดหนึ่งห้อง
คืนนี้นางจะพักผ่อนให้เต็มที่ ส่วนวันพรุ่งนี้...คืองานเลี้ยงที่นางรอคอย
ลานเมฆาหยก...ลานประลองวีรบุรุษ...ภูตน้อยกู่หลิง...และคุณชายหน้ากากหยก...
นางคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไม่เห็น
ดูเหมือนว่าการมา 'ถือศีล' ของข้าครั้งนี้...จะมีเรื่องให้ทำมากกว่าแค่การสวดมนต์เสียแล้ว
ราตรีนั้น ณ โรงเตี๊ยมประตูมังกร ทุกอย่างเงียบสงัดลงแล้ว
ภายในห้องพัก ซ่งหว่านเอ๋อร์ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง นางลงกลอนประตูอย่างแน่นหนาและจุดกำยานกลิ่นอ่อนๆ เพื่อกลบเกลื่อนหากมีการใช้ยาพิษชนิดผงอีกครั้ง ส่วนชิงเหลียนนอนหลับสนิทอยู่บนตั่งยาวข้างผนัง ไม่ได้รับรู้ถึงความตึงเครียดที่กำลังจะเกิดขึ้น
ซ่งหว่านเอ๋อร์ลืมตาขึ้นในความมืด นางรู้...ว่ามีคนใจร้อนที่รอนางอยู่ไม่ไหวแล้ว อาการเจ็บปวดที่นางกระตุ้นจากระยะไกลเมื่อตอนบ่าย คือเสียงกระดิ่งที่เรียกให้สุนัขที่บาดเจ็บคลานกลับมาหาเจ้าของ
นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบกริบ สวมเพียงเสื้อคลุมทับชุดนอน ก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากห้องพักไปโดยไม่ทำให้ชิงเหลียนตื่นแม้แต่น้อย
นางไม่ได้ไปไกล เพียงแค่เดินไปยังสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหลังโรงเตี๊ยมซึ่งบัดนี้ไร้ผู้คนและมีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องลงมา นางยืนพิงต้นหลิวต้นหนึ่งอย่างสงบ ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนอยู่
ไม่นานนัก...เงาร่างสูงใหญ่สามสายก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืด
เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงกำลังพยุงร่างของน้องชายคนเล็ก เฮ่อเฟิง ที่เดินโซซัดโซเซเข้ามา ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว แม้ว่าอาการเจ็บปวดรุนแรงจะทุเลาลงแล้ว แต่ความอ่อนเพลียและความหวาดกลัวยังคงฉายชัดอยู่ในแววตา
“คุณหนูซ่ง...ท่านมีวิธีการที่ร้ายกาจนัก” เฮ่อป้าเทียนผู้เป็นพี่ใหญ่เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความโอหังเหมือนตอนกลางวัน เหลือเพียงความขุ่นแค้นและยอมรับในฝีมือของฝ่ายตรงข้าม
ซ่งหว่านเอ๋อร์หันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขา ดวงตาของนางเย็นชาราวกับจันทราบนฟากฟ้า “ข้าเพียงแค่สั่งสอนสุนัขที่ไม่รู้จักฟังคำเตือน”
คำพูดที่แทงใจดำทำให้เฮ่อเฟิงสะดุ้งด้วยความอัปยศ
เฮ่อป้าเทียนกัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในฐานะผู้ร้องขอ “น้องชายของข้าผิดไปแล้ว...ท่านต้องการอะไร? บอกเงื่อนไขของท่านมา...เพื่อแลกกับยาถอนพิษ”
“ยาถอนพิษรึ?” ซ่งหว่านเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ “พวกเจ้าคิดว่าของสิ่งนั้นจะได้มาง่ายๆ งั้นหรือ?”
นางก้าวเดินไปรอบๆ พี่น้องทั้งสามอย่างเชื่องช้า ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังเดินวนรอบเหยื่อ “ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าต้องการจะสร้างชื่อในงานชุมนุม...ต้องการท้าทายหุบเขาหมื่นพิษและตระกูลถัง...ความทะเยอทะยานสูงส่งดีนี่”
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า” นางหยุดเดินและหันมาสบตากับเฮ่อป้าเทียนโดยตรง “ทำธุระให้ข้าสามอย่าง แล้วข้าจะมอบยาถอนพิษที่ช่วยให้น้องชายของเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหนึ่งเดือน”
“หนึ่ง!” นางชูนิ้วขึ้นมา “ในงานชุมนุม ข้าต้องการข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับหุบเขาหมื่นพิษและตระกูลถัง...รวมถึงสมุนไพรและยาพิษทุกชิ้นที่พวกเขานำมาซื้อขาย”
“สอง!” นิ้วที่สองถูกยกขึ้น “เมื่อถึงเวลา...พวกเจ้าต้องสร้างความวุ่นวายตามที่ข้าสั่ง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน”
“และสาม...หากข้าต้องการสิ่งใดที่พวกเจ้ามี ไม่ว่าจะเป็นยาพิษหรือเงินทอง...พวกเจ้าต้องมอบมันให้ข้าโดยไม่มีเงื่อนไข”
เฮ่อป้าเทียนมีสีหน้าดำคล้ำ นี่ไม่ใช่แค่การขอร้อง แต่คือการบังคับให้พวกเขาเป็นทาสรับใช้!
“แล้วยาถอนพิษถาวรเล่า?”
“ก็ขึ้นอยู่กับผลงานและความภักดีของพวกเจ้า” ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบอย่างเย็นชา “ทำตามที่ข้าสั่ง...แล้วพวกเจ้าจะมีชีวิตรอด ขัดขืน...ข้าก็แค่เสีย ‘เครื่องมือ’ ที่ไม่น่าไว้วางใจไปชิ้นหนึ่ง...แต่พวกเจ้าจะเสียน้องชายไปทั้งคน”
คำขู่ที่เลือดเย็นทำให้พี่น้องทั้งสามต้องกำหมัดแน่น พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“...ตกลง” เฮ่อป้าเทียนเค้นเสียงตอบออกมาในที่สุด “พวกเรายอมรับเงื่อนไข”
“ดี” ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เช่นนั้นก็กลับไปได้แล้ว อย่าให้ใครเห็นว่าพวกเรามาพบกัน”
ซ่งหว่านเอ๋อร์หันหลังให้พี่น้องสามอสรพิษด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายและไม่ใส่ใจ นางเดินกลับไปยังทิศทางของโรงเตี๊ยมอย่างเชื่องช้า เปิดเผยแผ่นหลังที่ดูบอบบางไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิง
มันคือการยั่วยุ...และเป็นเหยื่อล่อชั้นดี
เฮ่อป้าเทียนสบตากับเฮ่อตี้สิงแวบหนึ่ง ทั้งสองเข้าใจความหมายในสายตาของกันและกันได้ในทันที
ยอมรับเงื่อนไขบ้าบออะไรกัน! จับตัวนางซะ!
ในวินาทีต่อมา ร่างของพี่ชายทั้งสองก็พุ่งทะยานออกจากเงามืดราวกับพยัคฆ์ขย้ำเหยื่อ! เฮ่อตี้สิงผู้แข็งแกร่งเข้าโจมตีจากทางตรงด้วยพลังฝ่ามือที่รุนแรง ส่วนเฮ่อป้าเทียนผู้เจ้าเล่ห์อ้อมไปอีกด้านเพื่อตัดเส้นทางหลบหนี เป็นการโจมตีประสานที่สมบูรณ์แบบ!
ทว่า...สตรีที่พวกเขากำลังล่า กลับหยุดเดินและหันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขา พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก!
โง่เขลา...พวกเจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดของอสรพิษจริงๆ รึ?
ในจังหวะที่เท้าของพวกเขากระทืบลงบนพื้นดินเพื่อเร่งความเร็ว...ผงฝุ่นละเอียดที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นก็ฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศโดยรอบ!
มันคือผงยาพิษที่ซ่งหว่านเอ๋อร์แอบโปรยทิ้งไว้เป็นกับดักตั้งแต่ตอนที่นางเดินมาถึง!
“แย่แล้ว!” เฮ่อป้าเทียนร้องเตือน เขารีบกลั้นหายใจและดีดตัวถอยหลังทันที แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว!
ทั้งเขาและเฮ่อตี้สิงต่างสูดเอาผงยาพิษนั้นเข้าไปเต็มๆ! ความรู้สึกเย็นเยียบและเจ็บแปลบแล่นปราดไปตามเส้นลมปราณในทันที พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าการโคจรลมปราณเริ่มติดขัดอย่างรุนแรง!
ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย ร่างของนางพลิ้วไหวราวกับวิญญาณหลบหลีกฝ่ามือที่อ่อนแรงลงของเฮ่อตี้สิงได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้ด้ามมีดสั้นกระแทกเข้าที่จุดชีพจรบนข้อมือของเขาอย่างแม่นยำจนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เฮ่อป้าเทียนที่แม้จะโดนพิษแต่ยังคงสุขุมกว่า ตวัดฝ่ามือหมายจะโจมตีสกัดกั้น แต่นางกลับเร็วกว่า เข็มเงินเส้นหนึ่งพุ่งออกจากปลอกแขนของนาง ปักเข้าที่หลังมือของเขาจนทะลุ!
“อึก!”
การต่อสู้สิ้นสุดลงในเวลาไม่ถึงสิบกระบวนท่า พี่น้องที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจที่สุดสองคนในสามอสรพิษ บัดนี้กลับคุกเข่าลงกับพื้น พยายามโคจรลมปราณเพื่อต่อต้านพิษร้ายที่กำลังแล่นไปทั่วร่างอย่างสุดความสามารถ
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาด้วยท่าทีของผู้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ
“เจ้า...เจ้าวางกับดักไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เฮ่อป้าเทียนเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ตั้งแต่ตอนที่ข้าตัดสินใจจะออกมาพบพวกเจ้า” นางตอบเสียงเย็นชา “ข้าไม่เคยเชื่อใจคนที่จะหักหลังได้ทุกเมื่อ”
นางเดินเข้าไปใกล้พวกเขาอย่างไม่เกรงกลัว “พิษที่พวกเจ้าเพิ่งสูดเข้าไป...คือ ‘มัจจุราชสามราตรี’ ชนิดเดียวกับที่น้องชายของพวกเจ้าได้รับ...อ้อ แต่ข้าลืมบอกไป”
นางยิ้ม...เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ยอดฝีมือทั้งสองต้องขนหัวลุก
“ยาพิษของข้าแต่ละชุด...ต้องใช้ยาถอนพิษคนละตัวกัน”
คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเฮ่อป้าเทียน! นางไม่ได้แค่ควบคุมน้องชายของเขา...ตอนนี้นางควบคุมชีวิตของพวกเขาทุกคนไว้ในกำมือ!
“ตอนนี้...ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะเข้าใจสถานะของตัวเองดีขึ้นแล้ว” ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าว “น้องชายของพวกเจ้าคือโซ่ตรวนเส้นแรก และตอนนี้พวกเจ้าก็คือโซ่ตรวนเส้นที่สองและสาม...กลับไป...และรอรับคำสั่งจากข้า”
นางหันหลังเดินจากไปอย่างแท้จริงในครั้งนี้ ทิ้งให้พี่น้องสามอสรพิษ...ที่บัดนี้สิ้นลายอย่างสมบูรณ์แบบ...นั่งอยู่กับความพ่ายแพ้และความหวาดกลัวที่จับขั้วหัวใจ
เฮ่อป้าเทียนมองตามแผ่นหลังของนางไปจนลับสายตา ก่อนจะก้มลงมองมือของตนเองที่สั่นเทา
พวกเราไม่ใช่พยัคฆ์...นางต่างหากคือพยัคฆ์...ส่วนพวกเรา...เป็นแค่หนูสามตัวที่ติดอยู่ในกรงของนาง
◆ ─── ◆