ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 วางรากฐานอำนาจไร้เงา
ในขณะที่พายุทางการเมืองกำลังโหมกระหน่ำอยู่ทั่วเมืองหลวง และบิดาของนางก็ยังคงนอนป่วยไม่ได้สติอยู่บนเตียง ซ่งหว่านเอ๋อร์กลับใช้ช่วงเวลาแห่งความโกลาหลนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างที่สุด
นางรู้ดีว่าอำนาจที่ได้มาจากการเป็น "คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพ" นั้นช่างเปราะบางและไม่แน่นอน การสร้างอำนาจและความมั่งคั่งที่เป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว คือหลักประกันเดียวที่จะทำให้นางอยู่รอดและเป็นผู้ควบคุมเกมได้อย่างแท้จริง
แต่นางเป็นเพียงคุณหนูที่ถูกจับตามอง การจะทำอะไรด้วยตนเองย่อมเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่นางต้องการคือ "ตัวแทน" หรือ "หมาก" ที่จะเดินไปบนกระดานตามคำสั่งของนางอย่างซื่อสัตย์
ขั้นที่หนึ่ง: สร้างเครือข่ายข้อมูล
ข้อมูลคืออำนาจ นี่คือกฎข้อแรกที่นางยึดถือเสมอ นางเริ่มต้นจากจุดที่เล็กและไม่มีใครมองเห็นที่สุด...เด็กกำพร้าและขอทานตามท้องถนน
นางมอบเงินให้ชิงเหลียน สาวใช้ผู้ภักดีของนาง ให้ปลอมตัวเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา นำเงินและอาหารไปแจกจ่ายในย่านคนจน พร้อมกับ "ซื้อข้อมูล" เล็กๆ น้อยๆ กลับมาเสมอ
"วันนี้มีรถม้าของขุนนางคนไหนเข้าออกตรอกซอกซอยแปลกๆ บ้าง?"
"ที่ตลาดมีเรื่องอะไรที่คนพูดถึงกันมากที่สุด?"
"เจ้าเห็นใครน่าสงสัยเดินอยู่แถวหน้าจวนเสนาบดีบ้างหรือไม่?"
นางจ่ายเงินอย่างงามสำหรับข้อมูลเล็กๆ ที่ดูไร้สาระ แต่สำหรับนางแล้ว มันคือการทดสอบ...นางกำลังมองหาเด็กที่ฉลาด มีไหวพริบ และมีความจำดีที่สุด เพื่อที่จะมาเป็น "หัวหน้าหน่วย" คนแรกในเครือข่ายข่าวสารที่มองไม่เห็นของนาง
ขั้นที่สอง: คัดเลือกบุคลากร
เมื่อเครือข่ายข้อมูลเริ่มทำงาน นางก็ใช้มันเพื่อค้นหาคนที่จะมาเป็น "ตัวแทน" ของนางในแต่ละเส้นทางธุรกิจ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องเป็นคนที่ควบคุมได้"
ไม่นานนัก "หมาก" ที่นางต้องการก็ปรากฏขึ้นในรายงาน
สำหรับร้านยา: นางป้าหลิน เจ้าของร้านสมุนไพรเล็กๆ ข้างกำแพงเมืองที่กำลังจะเจ๊ง นางเป็นคนซื่อสัตย์ แต่ไร้ซึ่งหัวการค้าโดยสิ้นเชิง
สำหรับธุรกิจเบื้องหน้า: สวี่จือเหยียน บัณฑิตหนุ่มผู้มีความรู้ท่วมหัว แต่ตกยากเพราะไม่มีเส้นสายและสอบเข้ารับราชการไม่ได้หลายครั้งจนสิ้นหวัง ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกระท่อมท้ายเมือง รับจ้างคัดลอกตำราเพื่อประทังชีวิต เขาทั้งฉลาด มีศักดิ์ศรี และ...ต้องการเงินอย่างที่สุด
ขั้นที่สาม: การควบคุมและวางกับดัก
ซ่งหว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าความภักดีที่ซื้อด้วยเงินนั้นไม่เคยยั่งยืน ดังนั้นนางจึงสร้าง "ระบบควบคุม" ในแบบฉบับของสายลับขึ้นมาสำหรับตัวแทนแต่ละคน
สำหรับป้าหลิน (สายโอสถ): นางให้คนนำจดหมายนิรนามไปให้ป้าหลิน พร้อมเงินทุนเล็กน้อยและ "สูตรลับ" ในการทำครีมไข่มุกสูตรพิเศษ ข้อเสนอคือให้ป้าหลินเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย โดย "ผู้มีพระคุณ" จะขอรับส่วนแบ่งกำไรครึ่งหนึ่ง ป้าหลินที่กำลังจะหมดตัวยอมรับข้อเสนอราวกับคนจมน้ำที่คว้าฟางเส้นสุดท้าย
แต่สิ่งที่ป้าหลินไม่รู้ก็คือ สูตรที่นางได้รับนั้นเป็นสูตรที่ เกือบจะสมบูรณ์แบบ ครีมไข่มุกสูตรนี้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ในช่วงเดือนแรก ทำให้สินค้าของนางขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่หลังจากนั้นมันจะเริ่มส่งผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ทำให้เกิดผดผื่นจางๆ ที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เพียงพอที่จะทำลายชื่อเสียงของร้านได้ในพริบตา มีเพียงซ่งหว่านเอ๋อร์คนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าต้องเติมสมุนไพรธรรมดาๆ อีกเพียงหนึ่งตัวเข้าไปเพื่อ "ทำให้สูตรสมบูรณ์" นี่คือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น...ป้าหลินจะไม่มีวันหักหลังนางได้ นั้นช่วงเวลาผลิตนางจะแอบใส่ส่วนผสมที่ขาดหายไป
สำหรับสวี่จือเหยียน (สายธุรกิจปัญญาชน): นางให้คนนำสัญญาลึกลับไปมอบให้บัณฑิตตกยากผู้นั้นเช่นกัน ข้อเสนอคือการให้เขาเป็น "เจ้าของ" ร้านค้าแห่งใหม่ชื่อ "หอพันปัญญา" โดยมี "ผู้มีพระคุณปริศนา" ออกทุนให้ทั้งหมด แลกกับการที่เขาต้องทำตามคำสั่งที่ส่งมาให้ทางจดหมายทุกอย่าง สวี่จือเหยียนผู้สิ้นไร้หนทางตอบตกลงในทันที
สัปดาห์ต่อมา เขาได้รับจดหมายฉบับแรกพร้อมกับเงินทุนก้อนใหญ่และ "แผนธุรกิจ" สำหรับร้านหอพันปัญญา ซึ่งเน้นขายสินค้าสำหรับบัณฑิต เช่น กระดาษและหมึกสูตรพิเศษ ส่วน "กับดัก" ที่ใช้ควบคุมเขานั้นแตกต่างออกไป... สินค้าชูโรงของร้านคือ "ม้วนเรื่องเล่า" ที่แปลกใหม่และสนุกสนานอย่างที่ไม่มีใครเคยอ่านมาก่อน ซึ่ง "ผู้มีพระคุณ" จะเป็นผู้ส่งต้นฉบับมาให้สัปดาห์ละครั้ง หากสวี่จือเหยียนคิดไม่ซื่อหรือแยกตัวออกไป เขาก็จะขาดสินค้าที่ทำกำไรและดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุดไปทันที เขาต้องพึ่งพานางตลอดไปเพื่อความสำเร็จของร้าน
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองแผนผังบุคลากรและธุรกิจที่นางร่างขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ
รากฐานได้ถูกวางแล้ว...แต่ละส่วนยังคงเปราะบาง... แต่เมื่อมันเชื่อมต่อกัน...มันจะกลายเป็นตาข่ายที่แม้แต่พญามังกรก็ยังต้องติดกับ
หนึ่งเดือนผ่านไป...ฤดูใบไม้ร่วงเริ่มมาเยือนเมืองหลินอัน อากาศที่เคยร้อนอบอ้าวเริ่มเย็นสบายขึ้น แต่บรรยากาศทางการเมืองกลับร้อนระอุขึ้นทุกขณะ
ณ จวนแม่ทัพใหญ่ ซ่งเจี๋ยยังคงนอนป่วยอยู่บนเตียง อาการของเขาไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่แย่ลง เพียงแค่ร่างกายอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง และมีอาการวิงเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลาจนไม่สามารถลุกขึ้นมาว่าราชการได้ ท่านหมอที่เก่งที่สุดต่างจนปัญญา ได้แต่จ่ายยาบำรุงราคาแพงและเฝ้าดูอาการต่อไป
ในขณะเดียวกัน คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ทุกคนจับตามองก็ได้บทสรุปอย่างเป็นทางการ...
ทางการได้จับกุมหัวหน้าแก๊งนักเลงคนหนึ่งในย่านการพนันมาเป็น แพะรับบาป พร้อมกับ "หลักฐาน" ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างรวบรัด ด้วยแรงกดดันจากเบื้องบนและเสียงร่ำไห้ของเสนาบดีจาง ทำให้เจ้าเมืองสวี่จิ้นจำต้องรีบปิดคดีลงเพื่อรักษาตำแหน่งของตนเอง แม้ใครๆ ก็รู้ว่ามันมีเงื่อนงำ แต่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
ข่าวจากเครือข่ายของซ่งหว่านเอ๋อร์รายงานว่า มือปราบกัวเฟยโกรธจัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงปิดแฟ้มคดีอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงสืบสวนเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวอย่างเงียบๆ ส่วนมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฟิงเฉินหนานก็รับรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา...ความเงียบของพญามังกรนั้นน่ากลัวกว่าเสียงคำรามเสียอีก
ท่ามกลางความวุ่นวายภายนอก โลกของซ่งหว่านเอ๋อร์กลับเติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ และมั่นคง
ด้านวรยุทธ:
ร่างกายของนางในตอนนี้แข็งแกร่งและยืดหยุ่นแทบจะเทียบเท่ากับในชาติก่อนแล้ว แต่ที่เหนือกว่าคือพลังภายในที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง บัดนี้กระแสลมอุ่นในตันเถียนไม่ได้เป็นเพียงลำธารเล็กๆ อีกต่อไป แต่มันคือแม่น้ำที่เชี่ยวกรากพร้อมจะถูกชักนำไปใช้ได้ทุกเมื่อ วิชาตัวเบาของนางก้าวหน้าไปมากจนสามารถเคลื่อนไหวบนหลังคาได้โดยไร้เสียงโดยสิ้นเชิง
ด้านธุรกิจ:
แผนการสร้างความมั่งคั่งของนางกำลังผลิดอกออกผลอย่างงดงาม
หอข่าวสารสกุณา: เครือข่ายขอทานและเด็กกำพร้าของนางขยายตัวขึ้นจนครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเมืองหลวง นางมี "หัวหน้าหน่วย" เป็นเด็กหนุ่มสมองไวที่นางตั้งชื่อให้ว่า "เหลาซู่ (หนู)" คอยรวบรวมและส่งข่าวสารให้นางผ่านระบบจุดนัดพบที่ปลอดภัย มันได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่ทำให้นางมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวในเมืองหลวง
โอสถเร้นกาย: "ครีมไข่มุกสูตรพิเศษ" ที่นางปรุงขึ้นและส่งให้ป้าหลินนำไปขายในร้านสมุนไพรเล็กๆ กลายเป็นสินค้ายอดนิยมแบบปากต่อปากในหมู่ภรรยาขุนนางและเหล่าเศรษฐีนี มันสร้างกระแสเงินสดให้นางอย่างต่อเนื่องและเงียบเชียบที่สุด
หัตถ์หลังม่าน: บัณฑิตตกยากสวี่จือเหยียนได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม ภายใต้คำสั่งนิรนามของนาง เขาได้เปิดร้านค้าเล็กๆ ชื่อว่า "หอพันปัญญา" ขึ้นในย่านบัณฑิต ร้านนี้ไม่ได้ขายของทั่วไป แต่ขายกระดาษคุณภาพสูง, หมึกสูตรพิเศษที่นางคิดค้นขึ้น, และ "ม้วนเรื่องเล่า" ซึ่งเป็นนิยายสั้นๆ ที่นางดัดแปลงมาจากวรรณกรรมในโลกเก่า มันเริ่มสร้างชื่อเสียงในหมู่ปัญญาชนและขุนนางชั้นผู้น้อย สร้างทั้งรายได้และเครือข่ายทางปัญญาให้กับนาง
คืนหนึ่ง ขณะที่ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังโคจรลมปราณเพื่อฝึกฝนอยู่ในสวน ทันใดนั้นกระเบื้องหลังคาแผ่นหนึ่งที่เก่าแก่ก็เกิดร่วงหล่นลงมา ตรงไปยังตำแหน่งที่นางนั่งอยู่พอดิบพอดี!
นางลืมตาขึ้น แต่ไม่ได้ขยับตัวหลบ นางเพียงแค่ยกมือขวาขึ้น ชักนำลมปราณไปรวมไว้ที่ฝ่ามือ...
ฟุ่บ!
กระเบื้องหลังคาที่หนักอึ้งหยุดนิ่งกลางอากาศ ห่างจากศีรษะของนางเพียงหนึ่งฝ่ามือ ก่อนจะลอยไปวางลงบนพื้นหญ้าข้างกายนางอย่างนุ่มนวล...ไร้ซึ่งเสียงใดๆ
นางก้มลงมองฝ่ามือของตนเอง...ก่อนจะกำมือเข้าช้าๆรอยยิ้มอันเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า
พลัง...อำนาจที่แท้จริงที่มาจากตัวเองบัดนี้...ข้าพร้อมแล้วสำหรับพายุลูกต่อไป
◆ ─── ◆