พลิกชะตาสายลับข้ามภพ

ตอนที่ 47

ตอนที่ 47 หนี้ชีวิตและหนามยอกอก

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก...หนึ่งปีเต็มได้ผ่านพ้นไป

ภายในหนึ่งปีนี้ เมืองหลวงหลินอันและจวนแม่ทัพใหญ่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย...

หนึ่ง, ท่านแม่ทัพใหญ่ซ่งเจี๋ย ได้หายจากอาการป่วยปริศนาเป็นปลิดทิ้ง หลังจากที่ อาวุโสผางจัว แห่งหุบเขาหมื่นพิษใช้เวลาหลายเดือนในการปรุงยาถอนพิษสูตรเฉพาะ และได้รับค่าตอบแทนเป็นทองคำมหาศาลกลับไป เมื่อสุขภาพกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ เขาก็ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงคืนอย่างสมเกียรติ และเริ่มดำเนินแผนการทางการเมืองของตนเองต่อไปด้วยความทะเยอทะยานที่มากกว่าเดิม

สอง, มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฟิงเฉินหนาน ได้รับมอบหมายภารกิจลับจากองค์จักรพรรดิให้เดินทางไปต่างแคว้นเพื่อเจรจาและหยั่งเชิงสถานการณ์ตามแนวชายแดน เขาเพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน และยังคงเก็บตัวเงียบเพื่อรายงานผลต่อเบื้องสูง

และสาม, ธุรกิจของซ่งหว่านเอ๋อร์ ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด "โอสถเร้นกาย" ที่มีสินค้าชูโรงอย่างยาสีฟันและสบู่หอม ได้กลายเป็นของล้ำค่าที่เหล่าสตรีชั้นสูงต้องแย่งชิงกัน ส่วน "หอพันปัญญา" ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะและนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างกระแสเงินสดและเครือข่ายอำนาจให้นางอย่างเงียบเชียบ

ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี...จนกระทั่งวันนี้...

วันที่ซ่งหว่านเอ๋อร์มีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์...และพายุลูกเดิมก็หวนกลับมาพัดกระหน่ำอีกครั้ง

นางถูกเรียกตัวให้ไปพบกับบิดาที่ห้องหนังสือ

ซ่งเจี๋ยในตอนนี้ไม่ใช่บุรุษผู้ป่วยไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอีกต่อไป เขากลับมาเป็นพยัคฆ์ร้ายผู้ทรงอำนาจแห่งกองทัพโดยสมบูรณ์ เขามองบุตรสาวสามของตนด้วยสายตาที่ประเมินค่า ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา

"หว่านเอ๋อร์...ตอนนี้เจ้าก็อายุสิบแปดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกเรือนอย่างแท้จริงเสียที"

ซ่งหว่านเอ๋อร์เพียงแค่ยืนสงบนิ่ง ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา

"ข้าได้ไตร่ตรองดูแล้ว" ซ่งเจี๋ยกล่าวต่อ "ตระกูลเฉินคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้"

ในใจของซ่งหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย 'ตระกูลเฉิน? ท่านพ่อคิดจะผูกมิตรกับฝ่ายฮองเฮาเพื่อคานอำนาจกับเฟิงเฉินหนานหรือ?'

"ไม่ใช่ตระกูลเฉินสายหลักของฮองเฮา" ซ่งเจี๋ยกล่าวราวกับอ่านความคิดของนางออก "แต่เป็น ตระกูลเฉินสายรอง...ข้าจะให้เจ้าแต่งงานกับบุตรชายของ ท่านเสนาบดีกรมอาญา เฉินจิ้ง"

เฉินจิ้ง! คนของมหาเสนาบดีฝ่ายขวาไห่หยวนจาง!

บัดนี้ซ่งหว่านเอ๋อร์เข้าใจแผนการของบิดาอย่างทะลุปรุโปร่ง! เขาไม่ได้คิดจะคานอำนาจกับเฟิงเฉินหนาน...แต่เขากำลังจะรวบรวมขุมกำลังฝ่าย "บู๊" ทั้งหมดให้เป็นปึกแผ่น! การดองกับผู้กุมอำนาจกรมอาญาคือการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด!

"เรื่องของจางซื่อหยางมันก็ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว เจ้าคงจะทำใจได้แล้วกระมัง" ซ่งเจี๋ยกล่าวปิดท้ายอย่างเผด็จการ "เตรียมตัวให้ดี อีกสามเดือนข้างหน้า คือฤกษ์มงคล"

ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ได้กรีดร้อง...ไม่ได้คัดค้าน...และไม่ได้วิ่งหนีเหมือนเช่นในอดีต

นางเพียงแค่ยอบกายลงอย่างงดงามและตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "...ทุกอย่าง...สุดแล้วแต่ท่านพ่อจะเมตตาเจ้าค่ะ"

การยอมรับอย่างง่ายดายนั้นทำให้ซ่งเจี๋ยพึงพอใจอย่างยิ่ง เขามองบุตรสาวที่ "เชื่อง" ของตนและโบกมือให้นางกลับไปได้

ซ่งหว่านเอ๋อร์เดินกลับมายังเรือนจื่อเวยของตนเองอย่างเชื่องช้า แต่ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง...ใบหน้าที่เคยสงบเสงี่ยมก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง

'แต่งงานอีกครั้ง?'

'ท่านพ่อ...ท่านยังคงมองข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานของท่านไม่เคยเปลี่ยน'

นางเดินไปหยุดอยู่หน้าคันฉ่อง มองเงาสะท้อนของตนเองในนั้น

'แต่ท่านคงไม่รู้...ว่าซ่งหว่านเอ๋อร์คนเดิมที่ยอมตายดีกว่ายอมแต่งงานนั้น...ได้ตายไปแล้วจริงๆ...'

ดวงตาของนางเปล่งประกายคมกล้า

'…ครั้งนี้ข้าจะให้ท่านนอนติดเตียงแบบขยับไม่ได้เลยคอยดู'

สายลมยามเย็นพัดผ่านพระราชวังหลวง เฟิงเฉินหนานก้าวออกจากห้องทรงพระอักษรด้วยท่าทีที่สงบนิ่งเช่นเคย หลังจากที่ได้ทูลรายงานภารกิจลับที่ชายแดนให้องค์จักรพรรดิทราบจนสิ้นสุด

"งานที่แคว้นเป่ยเหยียน...เจ้าทำได้ดีมาก เฉินหนาน" เสียงขององค์จักรพรรดิยังคงดังก้องอยู่ในความคิดของเขา "เป็นความลับที่มีเพียงเราสองคนที่รู้...เพื่อเป็นรางวัล เราจะให้พรเจ้าหนึ่งข้อ เจ้าปรารถนาสิ่งใด...ขอมาได้หนึ่งอย่าง"

เฟิงเฉินหนานทูลปฏิเสธไปอย่างนอบน้อมในตอนนั้น เขาตอบเพียงว่าการได้รับใช้ฝ่าบาทคือเกียรติสูงสุดแล้ว และขอเก็บพระเมตตานี้ไว้สำหรับอนาคต...เขาเป็นนักวางแผนระยะยาวเสมอ

แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า...เขาอาจจะต้องใช้ "พร" ข้อนั้นเร็วกว่าที่คิด

เมื่อรถม้ากลับมาถึงจวนมหาเสนาบดีที่เงียบสงบ หม่าหลงก็เข้ามารายงานด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมทันที

"นายท่าน...มีข่าวจากจวนแม่ทัพซ่งขอรับ"

"ว่ามา"

"ท่านแม่ทัพซ่งเจี๋ย...ได้ประกาศจะยกคุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์ให้แต่งงานกับบุตรชายของท่านเสนาบดีกรมอาญา เฉินจิ้ง...กำหนดการคือในอีกสามเดือนข้างหน้า"

พู่กันที่เฟิงเฉินหนานกำลังจะจรดลงบนกระดาษพลันชะงักค้างกลางอากาศ...

เขาค่อยๆ วางพู่กันลง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ริมหน้าต่าง ในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด...เขารู้สึกว่ามัน ไม่เหมาะสม

ตลอดหนึ่งปีที่เขาเดินทางไปต่างแคว้นเพื่อปฏิบัติภารกิจลับให้ฝ่าบาท...ภาพเหตุการณ์ในคืนเทศกาลและในป่าไผ่ยังคงย้อนกลับเข้ามาในความคิดของเขาอยู่เสมอ...โดยเฉพาะภาพของนาง

ใบหน้าที่เย็นชา...และแววตาที่พร้อมจะปาดคอเขาได้ทุกเมื่อ...แทนที่จะทำให้หวาดกลัว...มันกลับทำให้เขารู้สึก...ตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลายครั้งที่ฝ่าบาทและไทเฮาพยายามจะหาคู่ครองมาให้เขา แต่เขาก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด...เพราะเขาไม่ต้องการมี "จุดอ่อน"

สตรีที่อ่อนหวาน...คือภาระ คือจุดอ่อน...

แต่สตรีที่แข็งแกร่ง ฉลาด และอันตรายเช่นนาง...นางไม่ใช่จุดอ่อน...แต่นางคือคมดาบอีกเล่มหนึ่งที่มีค่า...การมีนางอยู่ข้างกาย...คงจะทำให้เรื่องราวต่างๆ น่าสนใจขึ้นไม่น้อย

'แต่เรื่องส่วนตัวก็เรื่องหนึ่ง...การเมืองคืออีกเรื่องหนึ่ง' เขาคิดอย่างเลือดเย็น

'เฉินจิ้ง...คือคนสนิทของไห่หยวนจาง หากตระกูลซ่งและตระกูลเฉินดองกันเป็นทองแผ่นเดียวกัน อำนาจของฝ่ายทหารในราชสำนักจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล...นั่นไม่เป็นผลดีต่อสมดุลอำนาจ...และไม่เป็นผลดีต่อข้า'

ทั้งเหตุผลส่วนตัวและเหตุผลทางการเมือง...ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน

เฟิงเฉินหนานหันกลับมาเผชิญหน้ากับหม่าหลง แววตาของเขาเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด

"การแต่งงานนี้...ต้องไม่เกิดขึ้น"

เขาเดินไปที่โต๊ะหนังสือและลงมือเขียนจดหมายสั้นๆ ฉบับหนึ่งด้วยตนเอง ก่อนจะพับมันใส่ซองและปิดผนึกอย่างดี

"หม่าหลง" เขาสั่งการ "นำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ถึงมือคุณหนูสามซ่งหว่านเอ๋อร์...อย่างลับที่สุด...ข้าต้องการจะพบนาง"

หลังจากที่หม่าหลงออกไปปฏิบัติภารกิจลับแล้ว เฟิงเฉินหนานก็กลับเข้ามาในห้องหนังสือของตนเอง ความสงบเยือกเย็นที่เคยมี บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง

เขายืนนิ่งอยู่กลางห้อง...ทบทวนทางเลือกทั้งหมดที่เขามีในการหยุดยั้งงานวิวาห์ครั้งนี้

'จะให้ข้าไปทูลขอพระราชทานสมรสให้นางกับผู้อื่นรึ? ไม่...นั่นเท่ากับว่าข้าต้องเสีย 'พร' ที่ฝ่าบาทประทานให้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ และยังเป็นการผลักนางไปอยู่ในมือของคนอื่น'

'จะสร้างเรื่องอื้อฉาวให้ตระกูลเฉิน? เสี่ยงเกินไปและอาจลุกลามบานปลายจนควบคุมไม่ได้...ที่สำคัญคือมันไม่สง่างาม'

'หรือจะ...ลอบสังหารบุตรชายของเฉินจิ้งเหมือนที่นางทำกับจางซื่อหยาง? ไม่...นั่นไม่ใช่วิถีของข้า และยังเป็นการเลียนแบบนางอย่างน่าสมเพช'

ทุกหนทางล้วนมีข้อเสียและเต็มไปด้วยความเสี่ยง...เขาเดินวนไปมาในห้องอย่างใช้ความคิด...จนกระทั่งเท้าของเขามาหยุดลงที่ริมหน้าต่าง แสงจันทร์นวลใยสาดส่องลงมากระทบร่างของเขา

ทันใดนั้น...ความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวราวกับสายฟ้าฟาด!

'ทุกวิธีล้วนแต่เป็นการผลักนางไปให้ผู้อื่น หรือสร้างปัญหาใหม่...ทำไมข้าต้องทำเรื่องให้ซับซ้อนด้วย?'

เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์...รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรก

'ในเมื่อข้าไม่ต้องการให้นางแต่งงานกับใคร...เหตุใด...ข้าไม่ให้นางมาแต่งงานกับข้าเสียเอง?'

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะลงตัวไปหมด!

เขาเดินกลับไปที่โต๊ะและเริ่มวางแผนอย่างเป็นระบบ นี่คือ "ข้อเสนอ" ที่เขาจะยื่นให้แก่นาง

หนึ่ง: พันธะแห่งความลับ "เราต่างกุมความลับระดับคอขาดบาดตายของกันและกัน...ไม่มีพันธะใดจะมั่นคงไปกว่านี้อีกแล้ว"

สอง: อิสรภาพภายใต้การคุ้มครอง "ข้าจะเสนอ 'การแต่งงานในนาม' นางจะได้สถานะ 'ฮูหยินมหาเสนาบดี' เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดจากบิดาของนางและจากศัตรูทุกทิศทาง แต่นางจะยังมีอิสระที่จะทำธุรกิจลับๆ หรือเคลื่อนไหวในนาม 'ไป๋ฉิงเซียง' ต่อไปได้โดยไม่มีใครสงสัย"

สาม: ผลประโยชน์ร่วมกัน "นางจะได้ทำในสิ่งที่นางต้องการ ส่วนข้า...ก็จะได้สตรีที่ฉลาดที่สุดในแคว้นมาเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ...และยังเป็นการทำลายแผนการของซ่งเจี๋ยและไห่หยวนจางได้อย่างราบคาบที่สุด!"

มันคือข้อเสนอที่สมบูรณ์แบบ! เป็นการเดินหมากที่พลิกจากฝ่ายตั้งรับมาเป็นฝ่ายรุก และยังตอบสนองความต้องการของทุกฝ่าย...โดยเฉพาะ...ความต้องการลึกๆ ในใจของเขาเอง

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็ไม่รอช้าอีกต่อไป

"หม่าหลัว!"

"ขอรับ นายท่าน!"

"เตรียมชุดดำรัดกุมสำหรับข้า...คืนนี้ข้ามีธุระต้องไปจัดการด้วยตนเอง"

หลังจากเปลี่ยนอาภรณ์จากชุดมหาเสนาบดีผู้สูงส่งกลายเป็นชุดนักฆ่าที่กลืนไปกับความมืดแล้ว ความคิดที่เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยกลยุทธ์ของเฟิงเฉินหนานก็ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน...ความตื่นเต้น

เขามองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก...เหลือเพียงดวงตาคมกล้าที่เปล่งประกาย

'หนึ่งปีแล้วสินะ...'

'ป่านนี้นางจะเป็นเช่นไรบ้าง...ใบหน้ารูป...จะอ้วนขึ้น...หรือผอมลงกันนะ?'

ความคิดที่ดูไม่สมกับเป็นมหาเสนาบดีผู้เยือกเย็นผุดขึ้นมาในใจ ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในตนเองเล็กน้อย...ก่อนที่ร่างของเขาจะหายลับไปในความมืดมิดของยามราตรี...มุ่งหน้าสู่การเจรจาครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

◆ ─── ◆

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์