พลิกชะตาสายลับข้ามภพ

ตอนที่ 46

ตอนที่ 46 กุญแจสู่พลังที่แท้จริง

สามวันหลังจากที่ซ่งหว่านเอ๋อร์ได้วางรากฐานให้กับองค์กรของนางในเมืองชิงซีจนเข้าที่แล้ว ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องเคลื่อนไหวต่อไป

นางเรียกประชุมสามอสรพิษเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง

"ข้าต้องกลับเมืองหลวง" นางกล่าว "นี่คือยาถอนพิษสำหรับสองเดือนข้างหน้า...จงทำงานของพวกเจ้าให้ดี"

นางมอบหมายหน้าที่ใหม่อย่างเฉียบขาด "เฮ่อป้าเทียน นอกจากดูแลความปลอดภัยโดยรวมแล้ว ให้ท่านแวะไปที่รังของเหล่าซู่เป็นครั้งคราวเพื่อฝึกฝนวรยุทธขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กๆ ของเรา เฮ่อตี้สิง ให้ท่านคอยจับตาสถานการณ์ในยุทธภพและกระจายข่าวเกี่ยวกับสินค้าชุดแรกของเราอย่างแนบเนียน ส่วน เฮ่อเฟิง หากเราต้องการส่วนผสมสำคัญจากที่นี่ เจ้าจะเป็นคนนำมันไปส่งให้ข้าที่เมืองหลวง"

"รับทราบ นายหญิง!" ทั้งสามรับคำอย่างแข็งขัน

การเดินทางกลับสู่จวนแม่ทัพในเมืองหลวงเป็นไปอย่างราบรื่น ทันทีที่มาถึง นางก็ตรงไปยังเรือนของบิดามารดาเพื่อคารวะและประกาศ "เจตนา" ของนางทันที

"ท่านพ่อ ท่านแม่...ข้ารู้สึกว่าเคราะห์ร้ายยังคงวนเวียนอยู่ในจวนของเรา...ข้าจึงตั้งใจจะถือศีลกินเจและสวดมนต์อยู่ในเรือนพักเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม...เพื่อชำระล้างสิ่งอัปมงคลและขอพรให้ท่านพ่อหายขาดโดยเร็ว"

ซ่งเจี๋ยที่อาการดีขึ้นมากแล้ว เมื่อได้ยินความกตัญญูของบุตรสาวก็รู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง "ดี! ดีมาก! ไปเถอะลูก พ่ออนุญาต!"

เมื่อได้ "ใบอนุญาต" ในการเก็บตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โลกทั้งใบของซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เหลือเพียงห้องพักอันเงียบสงบของนาง...และนี่คือเวลาที่นางจะได้สำรวจความลับของตนเองอย่างแท้จริง

คืนหนึ่ง ขณะที่นางกำลังโคจรลมปราณด้วยท่าโยคะอันเป็นเอกลักษณ์ นางรู้สึกได้ว่าพลังที่เคยดูดซับมาจากป้ายหยกนั้นแข็งแกร่งและเชื่องมือขึ้นมาก แต่แล้ว...เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

ป้ายหยกมรกตรูปตะวันจันทรา ที่นางเก็บไว้ในอกเสื้อพลันเปล่งแสงสีเขียวอ่อนออกมาอีกครั้ง! พลังปราณอันบริสุทธิ์และหนาแน่นระลอกใหม่ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของนางโดยที่นางไม่ได้ตั้งตัว!

ซ่งหว่านเอ๋อร์ตกใจในตอนแรก แต่ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคม นางรีบตั้งสติและโคจรลมปราณเพื่อดูดกลืนพลังงานมหาศาลนั้นไว้ทันที!

เมื่อพลังงานทั้งหมดสงบลง นางก็รู้สึกได้ว่าพลังภายในของนางเพิ่มพูนขึ้นไปอีกระดับอย่างชัดเจน และครั้งนี้นางสัมผัสได้ถึงมันอย่างถ่องแท้...คลื่นพลังสองสาย ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง...สายหนึ่งร้อนแรงดุจเปลวสุริยัน...อีกสายหนึ่งเยือกเย็นดุจแสงจันทรา......นางเริ่มสังเกตป้ายที่เป็นรูปตะวันจันทรา นางเอกก็คิดว่า มันอาจจะเป็นเพราะการเติมหรือชาร์จพลังแน่ๆ จากนั้นนางก็เริ่มเรียนรู้พลัง จนเข้าใจแล้วว่ามันเป็นยังไง...

ซ่งหว่านเอ๋อร์ใช้เวลาสองวันต่อมาไปกับการเรียนรู้และทดลองพลัง "สายตะวันจันทรา" ของนางอย่างเต็มที่ จนเข้าใจวิธีการควบคุมมันอย่างถ่องแท้

นางไม่ได้เข้าถึงมันด้วยความรู้สึกทางญาณวิเศษ...แต่นาง วิเคราะห์ มันราวกับเป็นสมการที่ซับซ้อนที่สุดที่เคยเจอมาในชีวิตสายลับ

สิ่งที่นางเข้าใจอย่างถ่องแท้ มีดังนี้

1. การแยกส่วน: พลังสุริยัน

นางค้นพบว่านางสามารถ "แยก" พลังงานสายร้อนออกมาใช้ได้อย่างอิสระ นางเรียกมันว่า "พลังสุริยัน" มันให้ความรู้สึกเหมือนมีดวงอาทิตย์ขนาดเล็กโคจรอยู่ในจุดตันเถียน...อบอุ่น, เปี่ยมด้วยพลังชีวิต, และแฝงความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

การทดลอง: นางลองโคจรพลังสายนี้ไปที่ฝ่ามือ และสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่รุนแรงจนทำให้อากาศรอบๆ บิดเบี้ยวเล็กน้อย เมื่อนางยื่นฝ่ามือเข้าไปใกล้กระดาษสา...กระดาษนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเกือบจะลุกเป็นไฟโดยที่นางไม่ได้สัมผัสเลยแม้แต่น้อย!

บทสรุป: พลังสายนี้คือพลังแห่งการ ทำลายล้าง โดยสมบูรณ์ เหมาะแก่การต่อสู้ซึ่งๆ หน้าที่ต้องการพลังโจมตีที่รุนแรงและเด็ดขาด

2. การแยกส่วน: พลังจันทรา

ในทางตรงกันข้าม นางก็สามารถแยกพลังงานสายเย็นออกมาใช้ได้เช่นกัน นางเรียกมันว่า "พลังจันทรา" มันให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำที่เยือกเย็นไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร...สงบนิ่ง, ลึกล้ำ, และแฝงด้วยไอเย็นที่สามารถสกัดกั้นทุกสิ่ง

การทดลอง: นางลองโคจรพลังสายนี้ไปที่ปลายนิ้ว ก่อนจะสัมผัสลงไปที่ถ้วยชาที่ยังร้อนอยู่...วินาทีต่อมา ไอร้อนก็หายไป และน้ำชาก็เย็นลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ!

บทสรุป: พลังสายนี้คือพลังแห่งการ ควบคุมและสกัดกั้น เหมาะแก่การลอบจู่โจม, ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาต, หรือแม้แต่แช่แข็งยาพิษในร่างของคนอื่นเพื่อชะลอการออกฤทธิ์

3. การหลอมรวม: พลังแห่งการฟื้นฟู

นี่คือการค้นพบที่น่าทึ่งที่สุด ตามปกติแล้วพลังที่ขัดแย้งกันสองสายไม่ควรจะรวมกันได้ แต่ด้วยวิธีการโคจรลมปราณแบบ "โยคะ" ที่นางนำมาจากชาติก่อน ซึ่งช่วยเปิดเส้นชีพจรและควบคุมกล้ามเนื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้นางสามารถหา "จุดสมดุล" ในการหลอมรวมพลังทั้งสองเข้าด้วยกันได้

การทดลอง: นางใช้มีดสั้นกรีดปลายนิ้วของตนเองเป็นแผลเล็กๆ ก่อนจะเริ่มโคจรพลังทั้งสองสายให้มาบรรจบกันที่บาดแผล พลังที่เคยร้อนและเย็นสุดขั้ว บัดนี้กลับกลายเป็นไออุ่นที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตอย่างน่าประหลาด บาดแผลของนางสมานตัวและหายสนิทภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม!

บทสรุป: เมื่อหลอมรวมกัน พลังสายตะวันจันทราจะกลายเป็นพลังแห่ง การรักษาและฟื้นฟู ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด!

4. ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์

ความเหนือกว่าในการฝึกฝน: วิธีการฝึกแบบโยคะของนาง ทำให้ระบบไหลเวียนลมปราณของนางดีกว่าชาวยุทธทั่วไปที่เอาแต่นั่งสมาธิหลายเท่าตัว ทำให้นางพัฒนาได้เร็วกว่าคนอื่นอย่างก้าวกระโดด

ความคาดเดาไม่ได้ในการต่อสู้: ศัตรูของนางจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะเป็นพลังสุริยันที่ร้อนแรง หรือพลังจันทราที่เย็นเยียบ...ความสามารถในการสลับพลังได้อย่างอิสระนี้ คือไพ่ตายที่อันตรายที่สุดของนาง

และในคืนวันที่สองหลังจากนั้น...นางก็ได้หยิบ "คัมภีร์กำหนดฟ้า" ขึ้นมาวิเคราะห์อีกครั้ง

"มันต้องมีอะไรบางอย่าง..." นางพึมพำกับตัวเอง นางตรวจสอบมันมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่พบความลับใดๆ นางจึงกางคัมภีร์ที่ว่างเปล่านั้นทิ้งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบ "หญ้าโหยหวน" ที่ชิงมาได้ขึ้นมาพิจารณาเพื่อหาทางใช้ประโยชน์จากมัน

นางวางหญ้าโหยหวนลงบนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าของคัมภีร์อย่างไม่ได้คิดอะไร...

แกรก...

ทันใดนั้น! นางได้ยินเสียงกิ่งไม้ขยับเบาๆ ที่นอกหน้าต่าง! จิตสังหารของนางตื่นขึ้นในทันที! นางรวบรวมลมปราณไว้ทั่วร่าง เตรียมพร้อมรับมือผู้บุกรุก! ในจังหวะที่เผลอนั้นเอง...ฝ่ามือของนางก็ได้วางทาบลงบน "หญ้าโหยหวน" ที่อยู่บนคัมภีร์พอดี!

เมี๊ยว~

เสียงแมวร้องดังขึ้น...ซ่งหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก...มันเป็นเพียงแมวจรจัด

แต่เมื่อนางหันกลับมามองที่โต๊ะ...ดวงตาของนางก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง!

บนหน้ากระดาษของคัมภีร์ที่เคยว่างเปล่า...บัดนี้กลับปรากฏตัวอักษรสีทองเรืองรองขึ้นมาเอง! มันไม่ได้ปรากฏขึ้นทั้งเล่ม...แต่ปรากฏขึ้นเฉพาะหน้าที่นางวางหญ้าโหยหวนไว้เท่านั้น!

[หญ้าโหยหวน]

[ประเภท]: สมุนไพรพิษหายาก

[แหล่งกำเนิด]: หุบเขาไร้เงาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นเป่ยเหยียน

[วิธีการปลูก]: เติบโตได้ดีในดินที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กและต้องไม่โดนแสงตะวันโดยตรง...

[สรรพคุณด้านดี]: หากนำรากไปต้มกับ 'ดอกบัวหิมะ' จะได้ยาที่ช่วยสงบจิตใจและรักษาอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง...

[สรรพคุณด้านเสีย]: หากนำใบไปบดและผสมกับพิษแมงมุม จะได้ยาพิษที่ทำลายประสาทสัมผัส ทำให้เกิดภาพหลอน...

ซ่งหว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหิน...ก่อนที่นางจะค่อยๆ ทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่...เสียงแมว...ความเผลอไผล...การวางมือลงไป...

นางเข้าใจแล้ว!

'ไม่ใช่แค่ของ...แต่ต้องมีพลังปราณของข้าเป็นสื่อกลางด้วย!'

กุญแจในการเปิดผนึกคัมภีร์...คือการนำวัตถุไปวางบนหน้ากระดาษ...และใช้พลังลมปราณของนางเองเป็นตัวกระตุ้น!

จากนั้นซ่งหว่านเอ๋อก็เริ่มศึกษาทั้งคำภีร์และสนนใจวรยุทธมากขึ้น นางทั้งปรับปรุงสิ่งต่างๆมากมาย และนั่งจดวิธีการต่างๆทั้งเรื่องวรยุทธ การเน้นลอบโจมตี การใช้อาวุธลับ เคล็ดลับต่างๆนางจดและส่งไปที่เหลาซู่เพื่อจัดการแบบฝึกให้คนในส่วนขององค์กร

◆ ─── ◆

คอมเมนต์ตอนนี้

ยังไม่มีคอมเมนต์