ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 ผาอินทรีดำ
หลังจากที่สิงโตผู้หยิ่งผยองได้ล่าถอยกลับลงมาจากภูเขาด้วยสภาพที่น่าสมเพชแล้ว พยัคฆ์ที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงลงมาจากจุดซ่อนตัวและมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที นางรู้ดีว่าก่อนจะเริ่ม "การเก็บกวาด" การทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามขั้นตอนคือสิ่งสำคัญที่สุด
นางเดินตรงไปยังที่ทำการของผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง ที่ซึ่งแม่ทัพนายกองของทางการยังคงตั้งกองบัญชาการชั่วคราวอยู่ เขาประหลาดใจอย่างยิ่งที่เห็นนางกลับมาอีกครั้ง และยิ่งตกใจกว่าเดิมเมื่อนางยื่นม้วนสารภารกิจที่สอง...ภารกิจปราบกลุ่มโจรเหยี่ยวดำ...ให้แก่เขา หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ระหว่างกลางซ้ายขวาของกลุ่มโจร ถือเป็นอะไรที่ซวยมากสำหรับที่จุดนี้
"ท่าน...ท่านจะรับภารกิจนี้ต่อเลยรึ!?" เขาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ท่านไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับคนของพรรคตระกูลหลิว!?"
"ข้าเห็นแล้ว" ซ่งหว่านเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบ "และนั่นคือเหตุผลที่ข้ามา...โปรดลงบันทึกการเริ่มภารกิจให้ข้าด้วย"
ความมั่นใจอันน่าประหลาดของนางทำให้นายกองผู้นั้นหมดคำพูด เขาทำได้เพียงประทับตรารับรองให้ตามระเบียบด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไรถ้านึกถึงภารกิจก่อนหน้าที่นางทำสำเร็จไปด้วยได้ดี ฝีมือนางนางกลัวอย่างยิ่ง
หลังจากนั้น นางและเฮ่อเฟิงก็กลับไปยังโรงเตี๊ยมเดิม ทั้งสองเลือกโต๊ะในมุมสงบเพื่อรับประทานอาหารและเตรียมตัวสำหรับภารกิจในค่ำคืนนี้ บรรยากาศในโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบถึงความพ่ายแพ้ของพรรคตระกูลหลิว
"เจ้าเห็นหรือไม่ว่าสภาพของ 'ทวนคลั่ง' หลิวเฟิงย่ำแย่เพียงใด?"
"ได้ยินว่าศิษย์น้องของเขาบาดเจ็บสาหัสไปหลายคน...เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดกลับมา"
ซ่งหว่านเอ๋อร์นั่งฟังข้อมูลเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่ทำทีเป็นพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเฮ่อเฟิง
"จากที่เจ้าเห็นเมื่อครู่...หากเป็นเจ้า เจ้าจะรับมือกับกับดักของโจรเหยี่ยวดำอย่างไร?" นางเอ่ยถาม เป็นการทดสอบความคิดของเขาไปในตัว
เฮ่อเฟิงครุ่นคิดอย่างจริงจัง ก่อนจะตอบ "ข้า...คงจะใช้พิษควันตอบโต้เพื่อสร้างความสับสน และหาทางลอบโจมตีหัวหน้าของพวกมันโดยตรงขอรับ"
"เป็นความคิดที่ไม่เลว" นางพยักหน้ารับ "แต่ยังขาดความรอบคอบ..."
ยังไม่ทันที่นางจะได้สอนสั่งต่อ ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
ร่างของเหล่าศิษย์พรรคตระกูลหลิวในสภาพอนาถาก็เดินเข้ามาในร้าน! ทุกคนอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดอยู่ตามร่างกาย หลิวเฟิงผู้เป็นผู้นำเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำเต็มไปด้วยความอัปยศและความโกรธแค้น เขาไม่มองหน้าใคร กวาดตามองหาโต๊ะว่างก่อนจะตวาดสั่งเถ้าแก่ "ห้องพักที่ดีที่สุดห้าห้อง! แล้วเอาสุรากับอาหารที่ดีที่สุดขึ้นไปส่ง!"
ว่าจบเขาก็เดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นบนทันที โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาด้วยความสมเพชและอยากรู้อยากเห็น ศิษย์คนอื่นๆ ก็รีบเดินตามขึ้นไปอย่างเงียบๆ ด้วยความอับอาย
เฮ่อเฟิงที่มองภาพนั้นถึงกับต้องกลั้นหายใจอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา! ภาพของจอมยุทธผู้หยิ่งผยองที่พ่ายแพ้อย่างย่อยยับมันช่างน่าสมเพชและสะใจเขายิ่งนัก เขากำลังจะหันไปพูดจาเย้ยหยันกับนายหญิงของตน...
แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักและตัวแข็งทื่อไปในทันที...
สายตาของซ่งหว่านเอ๋อร์ที่เย็นชาและคมกริบกำลังปรายมามองเขาอยู่...มันไม่ใช่สายตาที่โกรธเคือง...แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยคำเตือนและความผิดหวัง
เฮ่อเฟิงรีบหุบปากและก้มหน้าลงทันที ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวด้วยความละอาย...เขาเกือบจะเผลอลืมตัวไปอีกแล้ว
ซ่งหว่านเอ๋อร์ถอนสายตากลับมาและจิบชาอย่างสงบ นางรู้ว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการสอนบทเรียนที่สำคัญที่สุดให้แก่เขา
'ศัตรูที่พ่ายแพ้และอัปยศ...คือศัตรูที่อันตรายที่สุด เพราะพวกเขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว การหัวเราะเยาะพวกเขาคือการจุดไฟแห่งความแค้นที่ไม่จำเป็น...เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก...เฮ่อเฟิง'
นางวางถ้วยชาลง "ทานให้อิ่ม...เตรียมตัวให้พร้อม"
น้ำเสียงของนางกลับมาเรียบเฉยดังเดิม
"อีกสองชั่วยาม...การล่าที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้น"
ราตรีมาเยือนผาอินทรีดำอีกครั้ง...แต่ค่ำคืนนี้ไม่ใช่คืนแห่งการรอคอย แต่เป็นคืนแห่งการล่า
ค่ายโจรเหยี่ยวดำที่เพิ่งขับไล่ผู้ท้าชิงอย่างพรรคตระกูลหลิวไปได้เมื่อตอนกลางวัน บัดนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ชะล่าใจที่สุด เสียงหัวเราะและการดื่มฉลองชัยชนะดังระงมไปทั่วบริเวณ พวกมันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผู้ใดบ้าพอที่จะบุกขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สองในวันเดียวกันและนั่นคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของพวกมัน
ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงเคลื่อนตัวเข้าใกล้ค่ายภายใต้เงาแห่งรัตติกาล
"ครั้งนี้ไม่มีตัวประกัน งานของเราง่ายขึ้น" ซ่งหว่านเอ๋อร์กระซิบสั่งการ "เป้าหมายคือสังหารให้หมดสิ้น...และทำให้เร็วที่สุด เจ้าเข้าทางปีกซ้าย ข้าจะเข้าทางปีกขวา เราจะบรรจบกันที่กระท่อมของหัวหน้ามัน"
"ขอรับ นายหญิง" เฮ่อเฟิงรับคำอย่างหนักแน่น
ทั้งสองแยกย้ายกันไป...และนรกบนดินก็ได้เปิดฉากขึ้น
ซ่งหว่านเอ๋อร์คือมัจจุราชที่แท้จริง นางไม่ได้บุกเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่ใช้ความมืดเป็นอาวุธ ยามเฝ้าที่อยู่รอบนอกถูกปลิดชีพด้วยคมมีดที่กรีดผ่านลำคออย่างเงียบกริบ โจรที่นั่งดื่มสุราอยู่ถูกสังหารด้วยเข็มเงินที่พุ่งออกจากความมืดราวกับห่าฝน ความโกลาหลและความหวาดกลัวเริ่มแพร่กระจายไปทั่วค่าย...พวกมันกำลังถูกล่าโดยศัตรูที่มองไม่เห็น!
ส่วนเฮ่อเฟิงรับหน้าที่สร้างความโกลาหลในอีกฟากหนึ่งของค่ายด้วยยาพิษชนิดควัน ด้วยความสำเร็จจากภารกิจก่อนหน้าและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น ทำให้เฮ่อเฟิงรู้สึกฮึกเหิม...และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด
เขาเห็น รองหัวหน้าโจร คนหนึ่งกำลังสั่งการลูกน้อง เขาจึงทะยานเข้าใส่ หมายจะตัดหัวงูเพื่อสร้างผลงาน ทว่ารองหัวหน้าผู้นี้มีฝีมือสูงกว่าที่เขาคาดไว้ เพลงดาบของมันรวดเร็วและร้ายกาจ หลังจากการปะทะสิบกว่ากระบวนท่า เฮ่อเฟิงก็พลาดท่า ถูกคมดาบเฉือนเข้าที่หัวไหล่เป็น แผลถากๆ แม้จะไม่ลึกแต่ก็ทำให้เขาเสียจังหวะและเกือบจะถูกดาบต่อไปปลิดชีพ!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง...
ฟิ้ว!
เข็มเงินเส้นหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาปักเข้าที่ข้อมือของรองหัวหน้าโจรอย่างแม่นยำ! ดาบในมือของมันร่วงหล่นลงพื้น!
ร่างในชุดดำของซ่งหว่านเอ๋อร์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฮ่อเฟิงราวกับภูตพราย นางไม่ได้สนใจเขา แต่กลับพุ่งทะยานผ่านร่างของเขาไปพร้อมกับมีดสั้นสีดำในมือ...เสียงกรีดร้องของรองหัวหน้าโจรดังขึ้นเพียงสั้นๆ ก่อนจะเงียบเสียงไปตลอดกาล
ความโกลาหลจากการตายของรองหัวหน้าทำให้โจรทั้งหมดแตกตื่น และปลุกอสูรร้ายที่แท้จริงให้ตื่นขึ้น
"ใคร! ใครบังอาจมาสร้างความวุ่นวายในรังของข้า!"
เสียงแหลมสูงและเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากถ้ำที่ใหญ่ที่สุด ร่างปราดเปรียวในชุดหนังสีดำสนิทพร้อมกับดาบคู่ในมือก็ปรากฏตัวขึ้น...หัวหน้าโจร "เหยี่ยวดำ" นั่นเอง!
"ถอยไป! เขาเป็นของข้า" ซ่งหว่านเอ๋อร์สั่งเฮ่อเฟิงเสียงเย็น
การดวลตัวต่อตัวระหว่างผู้นำได้เริ่มต้นขึ้น! เพลงดาบคู่ของเหยี่ยวดำนั้นรวดเร็วและพลิ้วไหวดุจพายุ คมดาบทั้งสองประสานงานกันเป็นตาข่ายแห่งความตายที่น่าพรั่นพรึง
แต่ซ่งหว่านเอ๋อร์กลับเยือกเย็นยิ่งกว่า นางไม่ได้ปะทะโดยตรง แต่ใช้ร่างที่พลิ้วไหวหลบหลีกพร้อมกับวิเคราะห์ทุกกระบวนท่าของศัตรู...นางกำลังมองหา "ช่องโหว่"
หลังจากผ่านไปยี่สิบกระบวนท่า นางก็เห็นมัน! นางแสร้งทำเป็นเปิดช่องว่างที่สีข้าง...เหยี่ยวดำหลงกลและทะยานเข้าใส่ด้วยความดีใจ หมายจะปิดฉากการต่อสู้!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เข็มเงินเส้นหนึ่งก็พุ่งออกจากปลายนิ้วของนางปักเข้าที่จุดอ่อนใต้คางของมันอย่างแม่นยำ! ร่างกายของมันชะงักค้างไปชั่วอึดใจ...และนั่นคือเวลาที่มากเกินพอสำหรับมีดสั้นสีดำที่จะกรีดผ่านลำคอของมันไป...
เมื่อหัวหน้าใหญ่สิ้นชีพลงแล้ว ขวัญกำลังใจของโจรที่เหลือก็แตกสลาย การ "เก็บกวาด" จึงสิ้นสุดลงในเวลาไม่นาน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฮ่อเฟิงที่กำลังทำแผลให้ตนเอง นางโยนขวดยาชั้นดีให้เขา
"รักษาแผลซะ...แล้วไปทำงานของเจ้า"
นางชี้ไปยังถ้ำที่เก็บสมบัติของพวกโจรซึ่งมีจำนวนมากกว่าของโจรเขี้ยวหมาป่าถึงสองเท่า เฮ่อเฟิงรับยามาด้วยความละอายและสำนึกบุญคุณ เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการขนย้ายสมบัติทั้งหมดไปซ่อนไว้ในจุดนัดพบตามลำพัง
เช้าวันรุ่งขึ้น...ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงเดินทางกลับมารายงานต่อแม่ทัพนายกองคนเดิม
"ภารกิจ...ปราบโจรเหยี่ยวดำ...เสร็จสิ้นแล้ว"
นายกองผู้นั้นถึงกับทำฎีกาในมือร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกตะลึง! เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง! เมื่อทหารที่ส่งขึ้นไปตรวจสอบกลับมารายงานว่าค่ายโจรสิ้นซากแล้วจริงๆ เขาก็มองนางราวกับเห็นเทพเจ้า!
ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ได้รอช้า นางรีบออกเดินทางกลับสู่เมืองชิงซีในทันที
ข่าวการทำลายล้างสองรังโจรใหญ่โดย "จอมยุทธหญิงนิรนามไป๋ฉิงเซียง" เพียงคนเดียว ได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกสารทิศ ชื่อเสียงของนางในหมู่ภาคีชาวยุทธแห่งหอลิขิตฟ้าโด่งดังขึ้นสู่ระดับสูงสุดในทันที
สองวันต่อมา ณ หอลิขิตฟ้า สาขาเมืองชิงซี
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยื่นม้วนสารภารกิจที่สองของนางให้แก่ซ่งจือหลู
ซ่งจือหลูรับม้วนสารมาด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้ประหลาดใจอีกต่อไปแล้ว...แต่แปรเปลี่ยนเป็นความยำเกรงอย่างสุดซึ้ง
"ภารกิจ...สำเร็จลุล่วง...ท่านได้รับ 600 แต้ม และรางวัลเงินสด ห้าร้อยตำลึงทอง ขอรับ"
นางรับรางวัลมาอย่างเงียบเชียบเช่นเคย...ทุนรอนพร้อมแล้ว...ชื่อเสียงถูกสร้างขึ้นแล้ว...
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองไปยังทิศที่ตั้งของร้านร้อยสิ่งสารพัด
ถึงเวลา...ที่จะเริ่มสร้าง 'อาณาจักร' ของข้าอย่างแท้จริงแล้ว
◆ ─── ◆