ตอนที่ 39
ตอนที่ 39 สานใยอำนาจ
สามวันผ่านไป...
ในห้องใต้ดินลับของร้านร้อยสิ่งสารพัด บัดนี้มันได้แปรสภาพจากห้องเก็บของเก่าๆ กลายเป็นคลังสมบัติชั่วคราว หีบไม้หลายใบถูกเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่ง, เงิน, เครื่องประดับล้ำค่า, และของมีค่าต่างๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงคบไฟ ทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดมาจากรังโจรทั้งสองกลุ่ม...มีมูลค่ารวมกันเกือบแสนตำลึงทอง
ซ่งหว่านเอ๋อร์นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง นางกำลังจัดแบ่งสมบัติกองมหึมานี้อย่างเป็นระบบราวกับเป็นเพียงตัวเลขในบัญชี
"เฮ่อตี้สิง" นางเอ่ยขึ้น "ของมีค่าที่ไม่ใช่เงินตราเหล่านี้ ให้นำไปขายผ่านช่องทางต่างๆ ที่ไม่เป็นทางการ อย่าให้ใครสืบสาวมาถึงเราได้ เงินที่ได้มาทั้งหมด...นำไปแลกเป็นตั๋วแลกเงินจากหลายๆ ที่ ทั้งหอลิขิตฟ้าและโรงรับจำนำใหญ่ๆ เพื่อปกปิดที่มาและกระจายความเสี่ยง"
จากนั้นนางก็เริ่มจัดสรรงบประมาณ "เงินส่วนแรก...สำหรับ 'สรรพาวุธสถาน' ของเราที่นี่ ทั้งค่าจ้างช่างฝีมือและค่าวัตถุดิบต้องไม่ขาด"
"ส่วนที่สอง...สำหรับเครือข่ายของเหล่าซู่" นางกล่าวต่อ "ข้าต้องการให้จัดตั้งสำนักงานข่าวสารลับทั้งในเมืองชิงซีและเมืองหลวงให้เรียบร้อย และโครงการฝึกนกสื่อสารต้องได้รับทุนอย่างเต็มที่"
พี่น้องสามอสรพิษที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ต่างมองหน้ากันด้วยความทึ่ง...นี่คือการวางรากฐานขององค์กรที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ยังไม่ทันที่การประชุมจะสิ้นสุดลง ก็มีสัญญาณลับดังขึ้นจากชั้นบน ไม่นานนักชิงเหลียนก็ลงมารายงานด้วยสีหน้ากังวล "นายหญิงเจ้าคะ...ทางหอลิขิตฟ้าแจ้งมาว่า...มีเจ้าหน้าที่ทางการมาขอพบ 'ไป๋ฉิงเซียง' เพื่อสอบถามเรื่องทรัพย์สินของโจรเจ้าค่ะ"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ยกยิ้มที่มุมปาก "ในที่สุดก็มาจนได้...ดี...ข้าจะไปพบพวกเขาเอง"
ณ ห้องรับรองของหอลิขิตฟ้า...
ไป๋ฉิงเซียงเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ทหารและขุนนางฝ่ายปกครองสองนายด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง
"แม่นางไป๋" ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างพยายามจะไว้เชิง "การที่ท่านปราบโจรได้นับเป็นคุณงามความดี...แต่ทรัพย์สินที่พวกมันปล้นไปจากราษฎรเล่า? มันควรจะถูกส่งคืนให้ทางการเพื่อดำเนินการต่อไป"
"หน้าที่ของข้าตามภารกิจคือ 'ปราบโจร' ซึ่งข้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว" ไป๋ฉิงเซียงตอบเสียงเรียบ "ส่วนเรื่องทรัพย์สิน...ข้าไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้นในรังโจรเหล่านั้น"
นางยืนยันกระต่ายขาเดียวอย่างไม่เกรงกลัว "บางทีพวกมันอาจจะซ่อนไว้ที่อื่น หรือใช้จ่ายไปหมดแล้วก็ได้...นั่นเป็นงานของทางการที่ต้องสืบหาต่อ...ไม่ใช่ธุระของผู้รับภารกิจอย่างข้า"
เจ้าหน้าที่ทั้งสองมีใบหน้าดำคล้ำ พวกเขาไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะเอาผิดนางได้ และที่สำคัญคือพวกเขาไม่ได้เป็นคนลงแรงไปปราบโจรเอง ทำให้ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะมาเรียกร้องจากนาง พวกเขาจึงทำได้เพียงอดกลั้นความละโมบของตนเองไว้และล่าถอยกลับไปอย่างหัวเสีย
เมื่อกลับมาถึงห้องใต้ดิน ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เรียกประชุมสามอสรพิษอีกครั้ง
"ภารกิจชิงยาแก้พิษสำเร็จแล้ว...แต่ก็เกือบจะล้มเหลว" นางทบทวนบทเรียน "ตอนนี้...เหลืออีกหนึ่งเป้าหมาย...'หญ้าโหยหวน'"
นางกางแผนที่คฤหาสน์ของ "พยัคฆ์หน้าหยก" รองหัวหน้าพรรคเสือดำออกมา "เป้าหมายต่อไปของเราคือที่นี่"
เฮ่อป้าเทียนและเฮ่อตี้สิงมีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขารู้ดีว่าภารกิจนี้จะยากกว่าครั้งก่อนหลายเท่า
แต่แล้วซ่งหว่านเอ๋อร์ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พวกเขาต้องตกตะลึง
"แต่ครั้งนี้...เราจะไม่อยู่ในเงาอีกต่อไป"
นางสบตากับพวกเขาทั้งสามคน "พวกเจ้าทั้งสาม...จะบุกเข้าไปพร้อมกับข้า!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง...ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ลุกวาวของสามพี่น้อง! นี่ไม่ใช่แค่คำสั่ง...แต่มันคือการยอมรับ! เป็นครั้งแรกที่นางจะนำพวกเขาออกรบเคียงข้างนางอย่างแท้จริง!
"นายหญิง...พวกเรา..." เฮ่อป้าเทียนกำลังจะเอ่ยปาก
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าวตัดบท "ไปเตรียมตัวซะ...คืนนี้...เราจะไปเยือนถ้ำพยัคฆ์กัน"
หลังจากที่ทุกคนเข้าใจในหน้าที่ของตนเองแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ปล่อยให้พวกเขาได้พักผ่อนและเตรียมตัว แต่สำหรับนางแล้ว...การพักผ่อนคือการวางแผนขั้นต่อไป
นางกางแผนที่ที่เฮ่อตี้สิงได้ร่างขึ้นมาอย่างละเอียดลงบนโต๊ะ มันคือแผนผังของคฤหาสน์ชานเมืองแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่นอกเมืองชิงซีไปราวสิบห้าลี้...ที่มั่นของ "พยัคฆ์หน้าหยก" และเป็นที่ตั้งชั่วคราวของพรรคเสือดำ
พี่น้องสามอสรพิษถูกเรียกตัวเข้ามาประชุมอีกครั้งในยามดึกสงัด บรรยากาศในห้องใต้ดินเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"เป้าหมายของเราคืนนี้...คือคฤหาสน์หลังนี้" ซ่งหว่านเอ๋อร์เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก "และของที่เราต้องการคือ 'หญ้าโหยหวน'"
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับพวกเขาทั้งสามคน "ตามข้อมูลที่ข้าได้มา...เวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา"
นางเริ่มอธิบายข้อมูลที่เครือข่ายของนางสืบรู้มา "หัวหน้าใหญ่ของพรรคเสือดำได้เดินทางไปประชุมกับสาขาอื่นที่เมืองใกล้เคียง...คืนนี้...ในคฤหาสน์จะเหลือเพียง พยัคฆ์หน้าหยก เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุด"
"และที่สำคัญ" นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลง "สายข่าวของเรายืนยันว่าพวกมันกำลังพยายามจะใช้ 'หญ้าโหยหวน' ปรุงโอสถพิษชนิดใหม่...เพื่อนำไปมอบเป็นบรรณาการให้กับ พรรคมารอัคคี"
ชื่อของหนึ่งในขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดฝ่ายอธรรมทำให้สามพี่น้องมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"ข้าไม่รู้ว่ามันคือโอสถอะไร...แต่การที่สองขุมกำลังฝ่ายอธรรมกำลังจะร่วมมือกัน...ย่อมไม่ใช่เรื่องดี" ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าวสรุป "ข้าอยากจะเห็นกับตาว่าสมุนไพรในตำนานของหุบเขาหมื่นพิษมันร้ายกาจเพียงใด...การบุกไปยังสำนักใหญ่โดยตรงตอนนี้เป็นเรื่องโง่เขลา...แต่การตัดแขนตัดขาของพวกมัน...คือสิ่งที่ทำได้"
นางชี้ไปยังแผนผังของคฤหาสน์ "คืนนี้...เราจะลงมือกันสี่คน"
นางเริ่มมอบหมายภารกิจให้แต่ละคนอย่างเฉียบขาด
"เฮ่อป้าเทียน...ท่านมีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดในสามคนนี้ ให้นำกำลังหลัก...ซึ่งก็คือตัวท่านเอง...สร้างความโกลาหลที่ประตูหน้าเพื่อดึงความสนใจของยามส่วนใหญ่ ไม่ต้องบุกเข้าไป...แค่ปั่นป่วนให้มากที่สุด"
"เฮ่อตี้สิง...เจ้ามีความคล่องตัวสูง ให้ลอบเข้าไปที่คลังอาวุธและโรงม้าทางปีกซ้าย...วางเพลิงเผาทำลายเพื่อตัดกำลังเสริมและเส้นทางหนีของพวกมัน สร้างความวุ่นวายระลอกที่สอง"
"เฮ่อเฟิง...เจ้าเคลื่อนไหวกับข้า คอยเป็นหน่วยสนับสนุนและระวังหลังให้ข้าจากเงามืด"
"ส่วนข้า..." ดวงตาของนางทอประกายเยือกเย็น "...จะรับหน้าที่แทรกซึมเข้าไปในตัวคฤหาสน์หลักและจัดการกับ 'พยัคฆ์หน้าหยก' ด้วยตนเอง"
นี่คือแผนการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบที่สมบูรณ์แบบ! แต่ละคนมีหน้าที่ชัดเจนและส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความโกลาหลสูงสุดและบรรลุเป้าหมายหลักในเวลาเดียวกัน
สามพี่น้องตระกูลเฮ่อรับฟังแผนการทั้งหมดด้วยหัวใจที่เต้นระรัว...มันไม่ใช่แค่ภารกิจลอบขโมยอีกต่อไป...แต่มันคือการประกาศสงครามกับพรรคอธรรมที่แข็งแกร่ง!
แต่ในแววตาของพวกเขากลับไม่มีความลังเล...มีเพียงความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อนายหญิงผู้นี้
"รับทราบ...นายหญิง!" พวกเขาทั้งสามประสานเสียงอย่างหนักแน่น
"ดี" ซ่งหว่านเอ๋อร์พยักหน้า "เตรียมอาวุธให้พร้อม...อีกหนึ่งชั่วยาม...เราจะออกเดินทาง"
รัตติกาลนั้นมืดมิดไร้แสงจันทร์...เหมาะแก่การล่าสังหาร
ณ คฤหาสน์ชานเมืองอันเป็นที่มั่นของพรรคพยัคฆ์ดำ บรรยากาศเงียบสงบผิดปกติ ยามเฝ้าที่ประตูหน้าเริ่มมีอาการหาวนอนด้วยความเบื่อหน่าย โดยไม่รู้เลยว่ามัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด
ตูม!
เสียงระเบิดขนาดย่อมดังขึ้นที่กำแพงฝั่งตะวันออก! เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงโห่ร้องที่ดังขึ้นราวกับกองทัพโจรป่าบุก!
"มีผู้บุกรุก! ไปทางทิศตะวันออก!"
ยามเฝ้าส่วนใหญ่ที่ประตูหน้ารีบวิ่งไปยังต้นเสียงด้วยความแตกตื่น...นี่คือการสร้างความโกลาหลของ เฮ่อป้าเทียน ตามแผนที่วางไว้
ยังไม่ทันที่พวกมันจะตั้งตัวได้...
ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดและเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นอีกสองแห่ง...ที่คลังอาวุธและโรงม้าทางปีกซ้าย! เสียงม้าร้องด้วยความตื่นตระหนกและเสียงตะโกนว่า "ไฟไหม้!" ยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวายจนไม่อาจควบคุม...นี่คือผลงานของ เฮ่อตี้สิง
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างสองสายในชุดสีดำสนิทก็ได้แทรกซึมผ่านการป้องกันที่ไร้ระเบียบเข้ามาในตัวคฤหาสน์หลักได้อย่างง่ายดาย...ซ่งหว่านเอ๋อร์ และ เฮ่อเฟิง นั่นเอง
ภายในห้องโถงที่หรูหราที่สุด "พยัคฆ์หน้าหยก" รองหัวหน้าพรรคพยัคฆ์ดำ กำลังตะโกนสั่งการลูกน้องด้วยความเกรี้ยวกราด แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงัก...เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลัง
"เจ้าโง่สองตัว...คิดว่าที่นี่เป็นที่ที่พวกเจ้าจะเข้ามาได้ง่ายๆ รึ?" เขาหันกลับมาพร้อมกับชักดาบเล่มงามออกมา
ซ่งหว่านเอ๋อร์ไม่ตอบอะไร...นางส่งสัญญาณให้เฮ่อเฟิงเข้าโจมตีทันที!
การต่อสู้ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว! พยัคฆ์หน้าหยกมีฝีมือสูงส่งสมกับตำแหน่ง แต่ซ่งหว่านเอ๋อร์และเฮ่อเฟิงที่ได้รับการฝึกฝนมานั้นประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ เฮ่อเฟิงคอยโจมตีจากระยะไกลด้วยเข็มพิษเพื่อสร้างความไขว้เขว เปิดโอกาสให้ซ่งหว่านเอ๋อร์เข้าประชิดตัวได้
หลังจากปะทะกันได้ไม่ถึงสามสิบกระบวนท่า ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ค้นพบช่องโหว่ นางใช้มีดสั้นปัดป้องดาบของศัตรู ก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าที่ข้อพับของเขาอย่างแรงจนทรุดเข่าลง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...เข็มเงินที่เคลือบยาพิษชนิดพิเศษก็ถูกปักเข้าไปที่จุดชีพจรบนลำคอของเขาอย่างแม่นยำ!
"อ๊ากกก!"
พยัคฆ์หน้าหยกร้องลั่น! มันไม่ใช่ยาพิษที่ทำให้ตาย...แต่เป็นยาพิษที่สร้างความเจ็บปวดทรมานราวกับมีหนอนนับพันตัวกำลังกัดกินเส้นชีพจรจากภายใน! เขาทรุดลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายบนพื้น ลมปราณแตกซ่านจนไม่อาจต่อสู้ได้อีก
ซ่งหว่านเอ๋อร์เดินเข้าไปเหยียบหน้าอกของเขาไว้อย่างเลือดเย็น "ข้ารู้ว่า 'หญ้าโหยหวน' อยู่กับเจ้า...ส่งมันมา...แล้วความเจ็บปวดนี้จะหายไป"
"มะ...ไม่มีทาง!"
"งั้นรึ?" นางยิ้มอย่างเย็นชา นางหยิบเข็มเงินอีกเล่มออกมา "ยาพิษของข้ามีหลายระดับ...ระดับต่อไป...จะทำให้เจ้าอยากจะควักหัวใจของตนเองออกมาทีเดียว"
ความหวาดกลัวในดวงตาของพยัคฆ์หน้าหยกมีมากกว่าความเจ็บปวด เขายอมจำนนในที่สุด "มัน...มันอยู่ในห้องลับ...หลังชั้นหนังสือ..."
เฮ่อเฟิงรีบเข้าไปค้นหาและก็พบกล่องไม้ที่บรรจุหญ้าโหยหวนตามที่เขาบอกจริงๆ
เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว ซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ดึงเข็มเงินออกจากคอของเขาและป้อนยาถอนพิษชนิดพื้นฐานให้ "นี่คือบทเรียน...สำหรับการร่วมมือกับพรรคมารอัคคี" นางกระซิบก่อนจะใช้ด้ามมีดสั้นทุบเข้าที่ท้ายทอยของเขาจนสลบไป สิ่งที่นางพูดทิ้งท้ายเพื่อให้พวกมันเร็งไปที่ศัตรูของมัน ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนเหมือนกัน
ทีมทั้งสี่คนล่าถอยออกจากคฤหาสน์ที่กำลังลุกเป็นไฟและเต็มไปด้วยความโกลาหลได้อย่างปลอดภัย...ทิ้งไว้เพียงความพ่ายแพ้และความอัปยศอดสูให้แก่พรรคพยัคฆ์ดำ
สองวันต่อมา...
ข่าวการบุกถล่มที่มั่นของพรรคพยัคฆ์ดำและการถูกชิงสมุนไพรพิษล้ำค่าไปได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพฝ่ายอธรรม มันคือการหยามเกียรติกันอย่างรุนแรง
ณ ที่มั่นลับแห่งหนึ่งของ พรรคมารอัคคี
ทูตระดับสูงผู้หนึ่งกำลังรับฟังรายงานจากลูกน้องของพรรคพยัคฆ์ดำที่รอดชีวิตมาได้ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบ
"เรียนท่านทูต! แผนการปรุงโอสถล้มเหลว! เมื่อสองคืนก่อนที่มั่นของเราถูกถล่ม...'หญ้าโหยหวน' ถูกชิงไปแล้วขอรับ!"
"ใคร..." ทูตผู้นั้นเอ่ยเสียงต่ำ "ใคร...ที่มันกล้ามาขวางแผนการของท่านประมุข ลี่เทียน!?"
ความโกรธเกรี้ยวของพรรคมารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว
◆ ─── ◆