ตอนที่ 44
ตอนที่ 44 พายุในจวนแม่ทัพ
สองวันหลังจากงานเลี้ยงชมโคมไฟ...ความร่วมมือระหว่างซ่งหว่านเอ๋อร์และเฟิงเฉินหนานก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
บ่ายวันนั้น ขบวนรถม้าของกรมตรวจการหลายคันก็มาหยุดลงที่หน้าประตูจวนแม่ทัพใหญ่โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เย่หลาง รองเสนาบดีกรมตรวจการ ก้าวลงจากรถม้าด้วยตนเองในอาภรณ์ขุนนางสีกรมท่าที่ดูน่าเกรงขาม เขามาพร้อมกับหมายค้นที่ประทับตราหลวง และองครักษ์ฝีมือดีอีกสิบนาย
การมาเยือนของ "ยมทูตหน้าหยก" จากกรมตรวจการสร้างความแตกตื่นไปทั่วทั้งจวน!
ซ่งจื่อเหวินในฐานะผู้ดูแลจวนรักษาการณ์ ต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเองด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"ไม่ทราบว่าท่านรองเสนาบดีเย่มาเยือนถึงที่นี่...มีธุระอันใดรึขอรับ?"
เย่หลางไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับยื่นหมายค้นให้เขาดู "ตามพระบัญชา กรมตรวจการได้รับอำนาจให้สืบสวนคดีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งแคว้น...ซึ่งคดีลอบวางยาพิษท่านแม่ทัพใหญ่ อาจมีความเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมคุณชายจาง...ดังนั้น ข้าจำเป็นต้องตรวจค้นจวนแห่งนี้เพื่อหาหลักฐาน"
คำพูดของเขาคือประกาศิตที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน!
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่ออกมายืนดูเหตุการณ์พร้อมกับมารดาและคนอื่นๆ สวมบทบาทคุณหนูผู้หวาดกลัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทันทีที่นางเห็นใบหน้าอันเย็นชาของเย่หลาง...นางก็จำได้ในทันที!
'รองผู้ตรวจการคนนั้น...คือบุรุษลึกลับที่สั่งการทีมที่สะกดรอยข้าที่โรงเตี๊ยม!' นางคิดในใจอย่างตื่นตัว 'เฟิงเฉินหนาน...ท่านเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก'
เย่หลางไม่ได้ทำการตรวจค้นอย่างสะเปะสะปะ เขามองแผนผังในมือ ก่อนจะสั่งการเสียงเฉียบขาด "เป้าหมายแรก...ตรวจค้น 'เรือนชุ่ยอวี้' ของอนุรองจ้าวเหมยหลิน และ 'หอตำราเวิ่นโม่' ของคุณชายใหญ่ซ่งจื่อเหวิน!"
คำสั่งนั้นทำให้จ้าวเหมยหลินและซ่งจื่อเหวินหน้าถอดสี! "ท่านรองเสนาบดี! นี่มันหมายความว่าอย่างไร! ท่านกำลังสงสัยพวกเราอย่างนั้นรึ!?"
"ข้าเพียงแค่ทำตามหน้าที่" เย่หลางตอบเสียงเรียบ ไม่สนใจคำประท้วงของพวกเขา
องครักษ์ของกรมตรวจการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาบุกเข้าไปในเรือนทั้งสองและเริ่มรื้อค้นทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ท่ามกลางสายตาของทุกคนในตระกูลซ่งที่มองดูด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม...องครักษ์คนหนึ่งก็เดินออกมาจากหอตำราของซ่งจื่อเหวินพร้อมกับห่อผ้าเล็กๆ ในมือ
"ท่านรองเสนาบดี...พบสิ่งนี้ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นตำราขอรับ"
เย่หลางรับห่อผ้านั้นมาและคลี่ออกอย่างช้าๆ...เผยให้เห็นขวดยากระเบื้องเคลือบขนาดเล็กที่ไม่มีป้ายชื่อติดอยู่!
เขาเปิดจุกขวดออกและดมกลิ่นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางสองแม่ลูกตระกูลจ้าวด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
"อนุรองจ้าว, คุณชายใหญ่ซ่ง...พวกท่านพอจะอธิบายได้หรือไม่ว่า 'ผงพิษเจ็ดราตรี' ซึ่งเป็นยาพิษต้องห้ามของพรรคอธรรม...มาอยู่ในห้องหนังสือของพวกท่านได้อย่างไร?"
"เป็นไปไม่ได้! มีคนใส่ร้ายพวกเรา!" จ้าวเหมยหลินกรีดร้องออกมาเป็นคนแรก
ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุขึ้นนั่นเอง...ร่างที่ดูอ่อนแอของท่านแม่ทัพซ่งเจี๋ยก็ปรากฏตัวขึ้นโดยมีบ่าวรับใช้สองคนคอยพยุงอยู่ เขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
ดวงตาที่เคยอ่อนล้าของเขา บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นและความหวาดระแวง! ความเจ็บป่วยที่ผ่านมาทำให้สติปัญญาของเขาลดน้อยลง ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง! เขาเห็นขวดยาพิษในมือของเย่หลาง...และเขาก็ตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่เห็นทันที!
"พวกเจ้า...!" เขาชี้ไปยังบุตรชายคนโตและอนุภรรยาด้วยมือที่สั่นเทา "พวกเจ้าสองแม่ลูก...คิดจะฮุบทุกอย่างในจวนนี้จริงๆ สินะ! ถึงกับกล้าวางยาข้า!"
"ท่านพี่! ไม่ใช่นะเจ้าคะ! มีคนใส่ร้ายเรา!"
"หุบปาก!" ซ่งเจียตวาดลั่น "ทหาร! มาลากตัวอนุรองและคุณชายใหญ่ไปกักบริเวณในเรือนท้ายสวน! ห้ามผู้ใดเข้าพบเด็ดขาดจนกว่าข้าจะมีคำสั่ง!"
จวนแม่ทัพใหญ่ตกอยู่ในความโกลาหลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! จ้าวเหมยหลินกรีดร้องโวยวาย ซ่งจื่อเหวินพยายามจะอธิบาย แต่ก็ไร้ผล...ทั้งสองถูกทหารองครักษ์ของจวนลากตัวไปอย่างน่าสมเพช
ซ่งหว่านเอ๋อร์เฝ้าดูละครฉากใหญ่นี้ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและหวาดกลัว แต่ในใจกลับกำลังพึงพอใจอย่างถึงที่สุด
ทันทีที่ทหารองครักษ์ของจวนกำลังจะก้าวเข้าไปควบคุมตัวอนุรองจ้าวเหมยหลินและซ่งจื่อเหวินตามคำสั่งของซ่งเจี๋ย...
"ช้าก่อน!"
เสียงที่เย็นชาและทรงอำนาจของ เย่หลาง ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความโกลาหลทั้งหมด เขาก้าวออกมาข้างหน้า ยืนขวางระหว่างทหารของจวนและผู้ต้องสงสัยทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านแม่ทัพซ่ง" เย่หลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการ "เรื่องนี้ไม่ง่ายดายเพียงนั้น"
ซ่งเจี๋ยหันมามองเขาด้วยแววตาที่ลุกเป็นไฟ "นี่มันเรื่องภายในครอบครัวข้า! ท่านรองเสนาบดีเย่อย่าได้เข้ามายุ่ง!"
"ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องในครอบครัวอีกต่อไปแล้วขอรับ" เย่หลางตอบกลับอย่างไม่ลดละ "ของกลางที่พบคือยาพิษต้องห้าม...ซึ่งอาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึง คดีฆาตกรรมคุณชายจาง ได้...ตามกฎหมายแล้ว ในเมื่อพบหลักฐานที่อาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง ข้าในฐานะตัวแทนจากกรมตรวจการ จำต้องนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองไปสอบสวนอย่างเป็นทางการที่กรมก่อน"
คำอ้างเรื่องกฎหมายและคดีฆาตกรรมทำให้ซ่งเจี๋ยชะงักไป...แต่ความโกรธแค้นที่ถูกคนในครอบครัวลอบทำร้ายนั้นรุนแรงกว่า
"ข้าไม่สนใจ! ข้าจะจัดการคนทรยศของข้าเอง!"
เย่หลางมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธของซ่งเจี๋ย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่พลิกสถานการณ์ทั้งหมดอย่างใจเย็น
"ข้าเข้าใจความโกรธของท่าน...แต่ท่านแม่ทัพซ่ง...ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าพิษในขวดนี้...คือพิษชนิดเดียวกับที่อยู่ในร่างกายของท่าน?"
คำถามนั้นไม่ต่างอะไรกับน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่กองไฟ!
ซ่งเจี๋ยเบิกตากว้าง...เขาไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้เลยแม้แต่น้อย ความโกรธและความหวาดระแวงทำให้เขาสรุปทุกอย่างเร็วเกินไป
"ไป! ไปตามท่านอาวุโสผางจัวมาให้ข้า!" เขาคำรามลั่น
ไม่นานนัก อาวุโสผางจัว จากหุบเขาหมื่นพิษก็ถูกเชิญตัวมาอีกครั้ง บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เย่หลางยื่นขวดยาพิษที่พบในห้องของซ่งจื่อเหวินให้แก่เขา
ผางจัวรับขวดนั้นมา เปิดจุกออกและดมกลิ่นเพียงเล็กน้อย...ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ
"ไม่ใช่"
คำพูดสั้นๆ คำเดียวนั้นทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง!
"พิษในขวดนี้คือ 'ผงพิษเจ็ดราตรี' จริง...เป็นพิษชั้นเลวที่หาได้ทั่วไปในตลาดมืด" ผางจัวอธิบายด้วยน้ำเสียงของผู้เชี่ยวชาญ "แต่พิษที่อยู่ในร่างของท่านแม่ทัพนั้นซับซ้อนและลึกล้ำกว่านี้มาก...เป็นคนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง"
คำวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งด้านยาพิษ...ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้ง
ซ่งเจี๋ยยืนนิ่ง...ความมั่นใจที่ว่าเขาจับคนร้ายได้คาหนังคาเขานั้นได้พังทลายลง ความระแวงในตัวอนุรองและบุตรชายคนโตในข้อหา "ลอบวางยาพิษ" ได้ลดน้อยลงไปมาก...
แต่...เขาก็ยังคงสงสัย...
"แล้วยาพิษต้องห้ามนี้มาอยู่ในห้องของเจ้าได้อย่างไร!?" เขายังคงตวาดใส่ซ่งจื่อเหวินด้วยความโกรธ
ซ่งจื่อเหวินและจ้าวเหมยหลินหน้าซีดเผือด ไม่สามารถให้คำตอบได้
ซ่งเจี๋ยรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งจากอาการป่วยและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เขาโบกมืออย่างรำคาญใจ "ข้าไม่อยากจะเห็นหน้าพวกเจ้า! ท่านรองเสนาบดีเย่...นำตัวพวกมันไป! จะสอบสวนอย่างไรก็เรื่องของท่าน!"
เย่หลางโค้งคำนับรับคำสั่งอย่างนอบน้อม "ขอรับ ท่านแม่ทัพ"
เขาหันไปให้สัญญาณแก่องครักษ์ของตนให้เข้ามาควบคุมตัวสองแม่ลูกตระกูลจ้าวที่กำลังตกตะลึงและสิ้นหวังออกไปจากจวนแม่ทัพ...ภารกิจของเขาสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม
ซ่งหว่านเอ๋อร์ที่เฝ้าดูละครฉากใหญ่นี้อยู่จากมุมหนึ่งของระเบียงทางเดิน...นางยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
'ยอดเยี่ยม...เย่หลาง...สมแล้วที่เป็นคนของเขา...ไม่ใช่แค่ทำตามแผน...แต่ยังทำให้แนบเนียนและสมเหตุสมผลยิ่งขึ้นไปอีก'
หลังจากที่อนุรองจ้าวเหมยหลินและซ่งจื่อเหวินถูกควบคุมตัวออกไปแล้ว บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทุกคนยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว
ทว่า...เย่หลางยังคงไม่จากไป...
เขาหันไปสั่งการองครักษ์ของตนด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยและเป็นทางการเช่นเดิม "เพื่อความสมบูรณ์ของหลักฐาน และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อทุกฝ่าย...ให้ทำการตรวจค้นเรือนพักที่เหลือ...ของอนุสาม และคุณหนูสาม...อย่างคร่าวๆ ด้วย"
การกระทำที่ดูเหมือน "เที่ยงธรรม" และไม่ลำเอียงนี้ คือการแสดงละครฉากสุดท้ายที่แนบเนียนที่สุด มันเป็นการลบข้อสงสัยทั้งหมดที่อาจมีคนคิดว่าเขาพุ่งเป้ามาที่ตระกูลจ้าวโดยเฉพาะ
องครักษ์ของกรมตรวจการรับคำสั่งและแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่รอคอยนั่นเอง เย่หลางได้เดินสำรวจไปรอบๆ ห้องโถงอย่างเชื่องช้า...และเส้นทางของเขาก็พาดผ่านจุดที่ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังยืนประคองมารดาของนางอยู่พอดี
วินาทีที่คนทั้งสองเดินสวนกัน...
สายตาของเย่หลางที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เพียงแค่ปรายตามอง มาที่นางเป็นเวลาสั้นๆ...สั้นเพียงชั่วลมหายใจ...มันไม่ใช่สายตาของการสอบสวน...แต่เป็นการส่งสารที่ไร้เสียง...ภารกิจ...สำเร็จลุล่วงแล้ว
ส่วนซ่งหว่านเอ๋อร์นั้น...นางเพียงแค่นิ่งเฉย...ดวงตาของนางยังคงแสดงออกถึงความสับสนและหวาดกลัวตามบทบาทของคุณหนูสามผู้บอบบาง แต่ลึกลงไปในแววตาที่สงบนิ่งนั้น...คือการตอบรับสารที่ไร้เสียงเช่นกัน...ข้าเห็นแล้ว...ทำได้ดีมาก
การสื่อสารของสองยอดฝีมือได้เกิดขึ้นและจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ...โดยไม่มีผู้ใดในที่นั้นระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก องครักษ์ก็กลับมารายงานว่าไม่พบสิ่งใดผิดปกติในเรือนพักที่เหลือ
เย่หลางโค้งคำนับให้ฮูหยินใหญ่หลิวซูเม่ยอย่างสุภาพ "วันนี้ข้าได้รบกวนทุกท่านแล้ว...กรมตรวจการจะดำเนินการสอบสวนผู้ต้องสงสัยต่อไปตามกระบวนการ"
ว่าจบเขาก็หันหลังและเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความหวาดระแวงที่เขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์ของมันเอาไว้ในใจของทุกคนในจวนแม่ทัพ
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองตามแผ่นหลังของเขาไปจนลับสายตา...
'หมากหนึ่งตัว...แลกกับความโกลาหลทั้งกระดาน...เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง'
◆ ─── ◆