ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 โลกกว้าง
ช่วงเวลาแห่งความโกลาหลในจวนแม่ทัพได้ผ่านพ้นไป ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด บิดาของนางยังคงนอนป่วยอยู่บนเตียง อนุสามได้เดินทางจากไปแล้ว และทุกคนในจวนต่างก็ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตัวมากขึ้น
ความสงบจอมปลอมนี้เองที่เปิดโอกาสให้ซ่งหว่านเอ๋อร์ได้ทำในสิ่งที่นางต้องการมาตลอด...นั่นคือการศึกษาโลกใบนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ในห้องหนังสือส่วนตัวของนาง แผนที่ขนาดใหญ่ของแคว้นเยว่ถูกกางออกจนเต็มโต๊ะ ข้างกันนั้นมีม้วนตำราประวัติศาสตร์และบันทึกภูมิศาสตร์ของแต่ละเมืองวางซ้อนกันอยู่หลายเล่ม นิ้วเรียวขาวของนางไล่ไปตามเส้นสายบนแผนที่ ดวงตาคู่สวยไม่ได้ชื่นชมความกว้างใหญ่ของแผ่นดิน แต่กำลังประเมินค่าทุกตารางนิ้วในฐานะ "พื้นที่ปฏิบัติการ"
นางเริ่มต้นจากจุดที่คุ้นเคยที่สุด...
"เมืองหลินอัน...เมืองหลวง" นางรำพึงเบาๆ "นี่คือศูนย์กลางของกระดานหมาก กรงทองที่ข้าอาศัยอยู่ และเป็นทั้งสนามรบหลัก ทุกการเคลื่อนไหวที่สำคัญเริ่มต้นและจบลงที่นี่"
นิ้วของนางเลื่อนไปทางทิศตะวันออกสู่ชายฝั่ง...
"เมืองไห่หลิง...เมืองท่า" จากบันทึกการค้า นี่คือเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของแคว้นเยว่ และเป็นรังของตระกูลจ้าว... "หากคิดจะสร้างอำนาจทางการเงินของตัวเอง ที่นี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ทั้งหาเงินและทำลายเส้นเลือดของศัตรูในเวลาเดียวกัน"
จากนั้นนิ้วของนางก็ลากขึ้นไปทางเหนือสุดของแผนที่...
"เมืองผิงหยวน...เมืองปราการอุดร" นางนึกถึงอนุสามหลี่รั่วซีที่เพิ่งจากไป "ฐานอำนาจของตระกูลหลี่ ที่นั่นเต็มไปด้วยทหารที่แข็งกร้าวและภักดีต่อตระกูลแม่ทัพเก่าแก่...เป็นไพ่ที่อันตรายหากถูกนำมาใช้ในสนามการเมืองเมืองหลวง"
นิ้วของนางเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก ที่มีรูปวาดของเทือกเขาสูง...
"เมืองชิงซี...เมืองเหมืองแร่" ดวงตาของนางทอประกายวูบหนึ่ง "ขุมทรัพย์แห่งขุนเขา...เหล็กชั้นดีสำหรับตีอาวุธ และสมุนไพรหายากสำหรับปรุงยาพิษ...ที่แห่งนี้คือคลังอาวุธและคลังยาของข้าในอนาคต หากสามารถสร้างเส้นทางติดต่อได้อย่างลับๆ"
นางไล่นิ้วลงมาทางใต้ ที่ราบลุ่มอันกว้างใหญ่...
"เมืองเฟิงหนาน...เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ" "ผู้ใดคุมเสบียง ผู้นั้นก็คุมกองทัพและราษฎร...อำนาจในเมืองนี้ถูกกุมโดยตระกูลขุนนางเก่าแก่หลายตระกูลที่ยังเป็นกลาง...เป็นพันธมิตรที่ทุกฝ่ายต้องการ"
นางหยุดนิ้วที่รูปทะเลสาบขนาดใหญ่ใจกลางแผ่นดิน...
"เมืองเจี้ยนหู...เมืองทะเลสาบ" "โลกของชาวยุทธภพ...เป็นโลกที่อยู่นอกเหนือกฎหมายของราชสำนัก...เต็มไปด้วยมือดีรับจ้าง นักฆ่า และข่าวสารที่รวดเร็วกว่าเครือข่ายของทางการ...ที่นี่คือแหล่งบุคลากรชั้นดีสำหรับงานที่สกปรก"
นิ้วของนางแตะลงที่เมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง...
"เมืองหลันถิง...เมืองปัญญาชน" นางนึกถึงใบหน้าอันงดงามแต่แฝงด้วยความเฉียบคมของเฟิงเฉินหนาน "ศูนย์รวมแห่งปัญญาและเกียรติยศ...ที่นี่คือที่สร้าง 'ความชอบธรรม' ให้แก่ขุนนาง...ฐานเสียงที่สำคัญของเฟิงเฉินหนานน่าจะอยู่ที่นี่...หากต้องการจะสั่นคลอนเขา ต้องเริ่มจากทำลายชื่อเสียงของเขาในหมู่นักปราชญ์"
และสุดท้าย นิ้วของนางก็หยุดลงที่เมืองชายฝั่งทางตอนใต้...
"เมืองเย่เฉิง...เมืองนาเกลือ" "ขุมทองของหลวง...เกลือคืออำนาจและเงินตรามหาศาล...ที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นย่อมมีการทุจริต...ขุนนางที่ดูแลเมืองนี้จะต้องมีจุดอ่อนให้โจมตีได้ไม่ยาก และยังเป็นแหล่งเงินทุนชั้นดีหากข้าสามารถแทรกซึมเข้าไปได้"
ซ่งหว่านเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากที่ "เดินทาง" ทั่วแคว้นด้วยสายตาและสมองแล้ว โลกใบนี้ก็ดูกว้างใหญ่และซับซ้อนขึ้นอีกหลายเท่าตัว
จวนแม่ทัพที่เคยดูเหมือนเป็นโลกทั้งใบ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนกระดานหมากขนาดมหึมา ธุรกิจที่นางเพิ่งริเริ่มก็เป็นเพียงหมากไม่กี่ตัวที่นางเพิ่งจะวางลงไปบนกระดานเท่านั้น
นางรู้ดีว่านางไม่สามารถติดอยู่ในกรงทองแห่งนี้ได้ตลอดไป นางต้องหาทางออกไปสร้างฐานอำนาจของนางในดินแดนเหล่านี้ด้วยตนเอง
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองแผนที่ตรงหน้าด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
วันต่อมา ในห้องหนังสืออันเงียบสงบ ซ่งหว่านเอ๋อร์กำลังพิจารณาข่าวสารล่าสุดที่ "เหลาซู่" ส่งมาให้ผ่านเครือข่ายของนาง ข่าวส่วนใหญ่เป็นเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองในเมืองหลวงที่นางรับรู้อยู่แล้ว แต่มีข่าวหนึ่งที่ทำให้นิ้วของนางหยุดชะงักลงบนแผ่นกระดาษ
"การชุมนุมชาวยุทธประจำปี จะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ณ เมืองชิงซี"
ดวงตาของนางทอประกายวูบหนึ่ง นางรีบกางแผนที่แคว้นเยว่ออกดูอีกครั้ง นิ้วเรียวลากจากเมืองหลินอันไปยังทิศตะวันตก...สู่เมืองชิงซี เมืองแห่งขุนเขาและเหมืองแร่ ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล หากเดินทางด้วยรถม้าจะใช้เวลาประมาณสามถึงสี่วัน
นางสนใจการชุมนุมนี้อย่างยิ่ง มันไม่ใช่แค่ที่ที่ชาวยุทธมาพบปะกัน แต่มันคือ ตลาดมืด ชั้นดีที่เต็มไปด้วยของหายาก อาวุธแปลกๆ และที่สำคัญที่สุด...สมุนไพรพิษและยาถอนพิษที่ไม่มีขายในร้านยาทั่วไป เมืองชิงซีที่ตั้งอยู่ติดกับเทือกเขา ย่อมต้องเป็นแหล่งรวมของแปลกที่นางต้องการอย่างแน่นอน
นางตัดสินใจในทันที...นางต้องไปที่นั่น
แต่ปัญหาคือ...จะออกไปจากจวนแม่ทัพที่ถูกจับตามองนี้ได้อย่างไรโดยไม่ให้เป็นที่สงสัย?
ซ่งหว่านเอ๋อร์เก็บแผนที่และม้วนกระดาษทั้งหมด ก่อนจะเดินตรงไปยังเรือนพักของมารดาของนาง
นางพบฮูหยินใหญ่หลิวซูเม่ยกำลังนั่งปักผ้าอยู่ด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด การป่วยของสามีและความวุ่นวายในจวนตลอดเดือนที่ผ่านมาทำให้นางดูทรุดโทรมลงไปมาก
ซ่งหว่านเอ๋อร์เข้าไปคุกเข่าลงข้างๆ มารดาอย่างนอบน้อม พร้อมกับนวดเฟ้นที่หัวไหล่ให้นางเบาๆ
“ท่านแม่...ดูเหนื่อยล้านะเจ้าคะ”
หลิวซูเม่ยยิ้มบางๆ “แม่ไม่เป็นไรหรอกลูก...แค่เป็นห่วงอาการของพ่อเจ้า”
“ข้าก็เช่นกันเจ้าค่ะ” ซ่งหว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยความกตัญญู “ท่านแม่...ข้ารู้สึกว่าจิตใจวุ่นวายนับตั้งแต่เกิดเรื่องมากมาย...ข้าได้ยินมาว่าที่ วัดเมฆาคล้อย บนเขาชิงเฟิง ใกล้เมืองชิงซี มีความสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก”
นางเงยหน้าขึ้นสบตามารดา “ข้าอยากจะขออนุญาตท่านแม่...เดินทางไปถือศีลภาวนาที่นั่นสักเจ็ดวัน เพื่อสวดมนต์ให้ท่านพ่อหายจากอาการป่วยไข้โดยเร็ว และเพื่อสงบจิตใจของข้าเองเจ้าค่ะ”
ข้ออ้างนี้สมบูรณ์แบบที่สุด...มันคือการกระทำของบุตรสาวผู้กตัญญูและเปราะบางที่ต้องการหาที่พึ่งทางใจ
หลิวซูเม่ยผู้กำลังอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า เมื่อเห็นความตั้งใจอันดีของบุตรสาวก็รู้สึกตื้นตันใจ นางจึงพยักหน้าอนุญาตในทันที “ไปเถิดลูก...ไปทำบุญให้พ่อเจ้าและพักผ่อนจิตใจเสียบ้าง ให้ชิงเหลียนติดตามไปดูแลเจ้าด้วยนะ เดินทางระวังตัวด้วย”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
ซ่งหว่านเอ๋อร์กลับมาที่เรือนของตนเองพร้อมกับ "ใบอนุญาต" ออกเดินทางอย่างเป็นทางการ นางสั่งให้ชิงเหลียนเตรียมการเดินทางทันที
ชิงเหลียนผู้ภักดีตื่นเต้นดีใจที่คุณหนูของนางจะได้ออกไปพักผ่อนเสียที นางจัดเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปวัดอย่างขะมักเขม้น โดยไม่รู้เลยว่าคุณหนูของนางกำลังจัดเตรียม "สัมภาระ" อีกชุดหนึ่งอย่างเงียบๆ ในมุมมืดของห้อง...ชุดดำรัดกุม, มีดสั้น, เข็มเงิน, และยาพิษอีกหลายชนิด ทั้งหมดถูกซ่อนไว้ในช่องลับใต้หีบเสื้อผ้าอย่างแนบเนียน
ชิงเหลียนยังคงเป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่รู้เพียงว่าคุณหนูของนางคือสตรีผู้อ่อนโยนและน่าสงสาร นางไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์นั้นคือยอดสายลับที่กำลังวางแผนการใหญ่อยู่...และซ่งหว่านเอ๋อร์ก็ยังไม่คิดที่จะเปิดเผยความลับทั้งหมดนี้ให้นางรู้
วันรุ่งขึ้น รถม้าคันงามก็เคลื่อนตัวออกจากจวนแม่ทัพใหญ่อย่างเปิดเผย มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
ซ่งหว่านเอ๋อร์มองย้อนกลับไปยังเมืองหลวงที่ค่อยๆ ลับสายตาไป
เมืองหลวงคือกระดานหมากหลัก...แต่หมากที่ดีที่สุดบางครั้งก็ต้องเดินมาจากนอกกระดาน
เมืองชิงซี...โลกของชาวยุทธภพและสมุนไพรหายาก...ถึงเวลาที่ข้าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้วว่า...โลกใบใหม่ใบนี้...มีอาวุธอะไรซ่อนไว้ให้ข้าอีกบ้าง
◆ ─── ◆